วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569 05:18 น.

การศึกษา

“โอเอไอซิสแห่งศรัทธา” กลางเกาะฮ่องกงวัดตงหลินก้าวสู่สถาบันสมทบ มจร เปิดมิติใหม่พุทธศาสนาในยุค AI

วันอังคาร ที่ 06 มกราคม พ.ศ. 2569, 08.58 น.

ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์และดิจิทัลภิวัตน์ที่ไหลเชี่ยวในศตวรรษที่ 21 วงการพุทธศาสนาในเอเชียกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อ “วัดตงหลิน” หรือ Hong Kong Tung Lum Pure Land Institute ในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ได้รับการยกสถานะเป็น สถาบันสมทบของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2568 นับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนการผสานระหว่างศรัทธา จารีต และเทคโนโลยีสมัยใหม่

นักวิชาการด้านพุทธศาสตร์มองว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวมิใช่เพียงการขยายเครือข่ายการศึกษาสงฆ์ข้ามพรมแดน แต่เป็นการก่อรูปของแนวคิดใหม่ที่เรียกว่า “เอไอซิส” (AI-sis) ซึ่งหลอมรวม “โอเอซิสแห่งศรัทธา” เข้ากับ “ปัญญาประดิษฐ์” เพื่อรับมือกับโจทย์ทางจิตวิญญาณในโลกยุคดิจิทัล

จากสวนผักสู่โอเอซิสทางจิตวิญญาณ

วัดตงหลินก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2495 บนภูเขาฝูหรง เขตซวนวัน โดยพระอาจารย์ติ้งซี พระเถระผู้ลี้ภัยจากจีนแผ่นดินใหญ่ พื้นที่เดิมเป็นเพียงสวนผัก ก่อนจะถูกพัฒนาเป็นวัดป่าแนวอรัญวาสี เน้นการปฏิบัติ “เนี่ยนฝอ” ตามคตินิกายสุขาวดี

แม้จะเผชิญอุทกภัยครั้งใหญ่ในช่วงเริ่มต้น แต่ด้วยแรงศรัทธาและการสนับสนุนจากพุทธศาสนิกชน วัดตงหลินสามารถฟื้นตัวและกลายเป็นศูนย์กลางจิตวิญญาณสำคัญของชุมชนพุทธในฮ่องกง อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในวัดแรกๆ ที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในรูปแบบบริษัทจำกัดเมื่อปี 2505 สะท้อนวิสัยทัศน์ด้านธรรมาภิบาลที่ล้ำยุค

สถาปัตยกรรมสุขาวดี กับพุทธศาสนาเพื่อมนุษยธรรม

สถาปัตยกรรมของวัดตงหลินถูกออกแบบให้เป็น “คัมภีร์ที่ก่อด้วยอิฐและหิน” โดยจำลองแดนสุขาวดีผ่านผังอาคารสามระดับ ตั้งแต่ธรรมศาลา วิหารพระกวนอิมพันมือ ไปจนถึงพระพุทธเจ้าในวิหารพระรัตนตรัย ขณะเดียวกัน วัดยังดำเนินงานสังคมสงเคราะห์ผ่านสถานสงเคราะห์คนชราตงหลินมาตั้งแต่ปี 2513 สอดรับกับแนวคิด “พุทธศาสนาเพื่อมนุษยธรรม”

ผู้นำรุ่นใหม่กับวิสัยทัศน์ดิจิทัล

บทบาทสำคัญในการผลักดันวัดตงหลินสู่ยุคใหม่คือ พระธรรมาจารย์ควน ยู้น เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ผู้มีพื้นฐานการศึกษาระดับปริญญาเอก และดำรงตำแหน่งประธานสมาคมพุทธศาสนาแห่งฮ่องกง ท่านเป็นหนึ่งในพระสงฆ์รุ่นบุกเบิกที่ใช้สื่อดิจิทัลและแพลตฟอร์มออนไลน์เผยแผ่ธรรม รวมถึงริเริ่มโครงการ Bodhi Online ให้คำปรึกษาทางจิตวิญญาณ ซึ่งต่อยอดสู่แนวคิดการใช้ AI เพื่อดูแลสุขภาวะทางใจ

ใต้ร่มเงา มจร: ยุทธศาสตร์การศึกษาพุทธข้ามพรมแดน

การประชุมเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2568  ซึ่งมีพระพรหมวัชรธีราจารย์ อธิการบดี มจร เป็นประธาน นำไปสู่การลงนามความร่วมมือและการรับรองวัดตงหลินเป็นสถาบันสมทบอย่างเป็นทางการ ความร่วมมือนี้เปิดทางให้เกิดการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตร มจร ในบริบทมหายานจีน พร้อมการแลกเปลี่ยนทางวิชาการระดับนานาชาติ

นักวิชาการชี้ว่า นี่คือการบรรจบกันของ เถรวาทไทย และ มหายานจีน ภายใต้ระบบอุดมศึกษาสมัยใหม่ ซึ่งช่วยยกระดับสถานะการศึกษาสงฆ์ในฮ่องกง และขยายบทบาท มจร สู่การเป็นศูนย์กลางพุทธศึกษาระดับโลก

“เอไอซิส” กับจริยธรรมพุทธในโลก AI

รายงานวิจัยยังตั้งข้อสังเกตถึงความท้าทายด้านจริยธรรมของการใช้ AI ในศาสนา ตั้งแต่ความเสี่ยงของข้อมูลบิดเบือน ไปจนถึงการลดทอนบทบาทปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ โดยเสนอให้สถาบันสงฆ์ทำหน้าที่เป็นผู้กลั่นกรององค์ความรู้ และใช้ AI เป็นเพียง “อุบายโกศล” ไม่ใช่สิ่งทดแทนปัญญาการตรัสรู้

ต้นแบบการปรับตัวครั้งที่สาม

หากมองในเชิงประวัติศาสตร์ การก้าวสู่สถาบันสมทบ มจร คือ “การปรับตัวครั้งที่สาม” ของวัดตงหลิน จากยุคเอาตัวรอด ยุคสวัสดิการสังคม สู่ยุควิชาการและดิจิทัล ที่ผสานพื้นที่จริงกับพื้นที่ออนไลน์อย่างเป็นระบบ

ผู้เชี่ยวชาญเห็นพ้องว่า ความสำเร็จของตงหลินจะเป็นต้นแบบให้วัดและองค์กรพุทธศาสนาอื่นๆ ทั่วโลก ว่าการธำรงศรัทธาอย่างมั่นคงที่สุด คือการรู้จักปรับตัวอย่างชาญฉลาด โดยไม่ละทิ้งรากเหง้าแห่งธรรม

ในโลกที่ปัญญาประดิษฐ์กำลังเปลี่ยนวิถีชีวิตมนุษย์ “โอเอไอซิส” แห่งศรัทธากลางฮ่องกง อาจเป็นคำตอบสำคัญของพุทธศาสนาในศตวรรษดิจิทัล ว่าแสงสว่างแห่งปัญญานั้น สามารถส่องทางได้ทั้งจากตะเกียงโบราณในวิหาร และจากหน้าจออัจฉริยะในโลกสมัยใหม่.
 

หน้าแรก » การศึกษา