วันอาทิตย์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569 08:15 น.

การศึกษา

กองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลจรเข้มากประโคนชัยบุรีรัมย์  สานพลัง “บวร” ส่งเสริมสุขภาวะพระสงฆ์

วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.02 น.

เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569  ณ ศาลาที่พักสงฆ์เบงกอง หมู่ที่ 4 บ้านกระสัง  ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ โดยกองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลจรเข้มาก ได้สานพลัง“บวร” โดยบูรณาการความร่วมมือกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จัดโครงการส่งเสริมสุขภาวะพระสงฆ์ขึ้น แบบบูรณากิจกรรมที่หลากหลายทั้งภาควิชาการและภาคปฏิบัติมีการตรวจร่างกายเบื้องต้น เช่น ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดสัญญาญชีพ พร้อมเจาะหาน้ำตาลในกระแสเลือด รวมทั้งกิจกรรมร่วมกันอภิปราย ระดมความคิด และวางแผน กำหนดแนวทางการส่งเสริมและป้องกันปัจจัยเสี่ยงสุขภาวะพระภิกษุสงฆ์ในระดับพื้นที่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะองค์กรสงฆ์และชุมชน โดยการสร้างความรู้ ความเข้าใจและการมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพพระสงฆ์ให้เกิดสุขภาวะครบทั้ง 4 มิติคือ ด้านกาย จิต สังคม และปัญญา การขยายผลการพัฒนาและการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง ตามหลักการ “ใช้ทางธรรมนำทางโลก”เพื่อความยั่งยืนของพระสงฆ์ วัด และชุมชนในระยะยาว

กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยพระสงฆ์ในตำบลจรเข้มากสังกัดวัดและที่พักสงฆ์ 12 แห่ง และเครือข่ายจำนวน 120 รูป/คน ได้รับเกียรติจาก นายดำรงศักดิ์  นาคีสังข์ นายอำเภอประโคนชัย เป็นประธานเปิดกิจกรรมการอบรม    และได้ความเมตตาวิทยากรจาก  พระครูปริยัติภัทรคุณเจ้าคณะอำเภอนางรอง ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมสุขภาวะลดปัจจัยเสี่ยงมีจัดเป็นศูนย์กลางด้วยหลักพุทธธรรมอีสานล่าง 9 จังหวัด คุณดิษณุลักษณ์ ไพฑูรย์ ผู้ช่วยผู้ประสานงานโครงการฯและคณะทำงานขับเคลื่อนเครือข่ายสังฆะเพื่อสังคม มูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิยวัฒน์  คงทรัพย์ พร้อมทั้งภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพประกอบด้วยโรงพยาบาลประโคนชัย สาธารณสุขอำเภอประโคนชัย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านจรเข้มาก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโคกเมือง
           
นายดำรงศักดิ์  นาคีสังข์ นายอำเภอประโคนชัย กล่าวว่าเป้าหมายระยะยาวของการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ คือ การให้พระสงฆ์มีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจ ลดการเจ็บป่วย วัดทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการสร้างเสริมสุขภาพของชุมชน และนำไปสู่การเกิดชุมชนสุขภาวะที่เข้มแข็งและยั่งยืนในสังคมไทยโดยรวม ในส่วนของการขับเคลื่อนระดับพื้นที่ กองทุนหลักประกันสุขภาพ อบต.จรเข้มาก ได้เล็งเห็นความสำคัญของการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาด้านงานสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างพระสงฆ์ ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยยึดหลัก “ธรรมนำทางโลก” มุ่งสร้างสุขภาวะ ๔ มิติ ได้แก่ กาย จิต สังคม และปัญญา ควบคู่กับการเสริมสร้างความรัก ความสมัครสมานสามัคคี ภายใต้แนวคิด “ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับประโยชน์” ของทุกภาคส่วน และพลังความร่วมมือแบบ “บวร” (บ้าน–วัด–ราชการ) เพื่อการพัฒนาสุขภาวะอย่างยั่งยืน

พระครูปริยัติภัทรคุณ เจ้าคณะอำเภอนางรอง ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมสุขภาวะลดปัจจัยเสี่ยง มีวัดเป็นศูนย์กลางด้วยหลักพุทธธรรม (วัดสุขภาวะ )อีสานล่าง 9 จังหวัด  บรรยายในหัวข้อ ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ สรุปใจความได้ว่า ...ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ พ.ศ. 2560 มุ่งเน้น การส่งเสริมให้พระสงฆ์ดูแลสุขภาพตนเองตามพระธรรมวินัย เสริมบทบาทชุมชนในการอุปัฏฐากดูแลอย่างเหมาะสม และส่งเสริมบทบาทพระสงฆ์เป็นผู้นำสุขภาวะชุมชน โดยยึดหลัก “ใช้ทางธรรมนำทางโลก” ควบคู่มาตรการ 5 ด้าน ได้แก่ ความรู้ ข้อมูล การพัฒนา บริการสุขภาพ และการวิจัย ในธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ พ.ศ. 2566 ประกอบด้วย 5 หมวดสำคัญว่าด้วย 

1) หมวดการดูแลตนเอง เน้นเรื่อง 'โภชนปัญญา' การพิจารณาฉันอาหารลดหวาน มัน เค็ม   2) หมวดการดูแลกันตามพระธรรมวินัย การขยายผลการอบรมพระคิลานุปัฏฐาก หรือ 'พระอาสาสมัครประจำวัด' ทำหน้าพระบริบาลภิกษุไข้ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่  3) หมวดวัดส่งเสริมสุขภาพ การจัดการสิ่งแวดล้อมในวัดให้สะอาด ร่มรื่น และเอื้อต่อสุขภาพ 4) หมวดบทบาทโยมและชุมชน การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการตักบาตร 

และ 5) ซึ่งเป็นหมวดสุดท้าย คือระบบบริการสุขภาพ ที่เชื่อมโยงวัดเข้ากับโรงพยาบาลและสิทธิต่าง ๆ ของรัฐ ที่เอื้อต่อพระภิกษุสามเณรรวมทั้งชีด้วย โดย"ยึดหลักการ 'ทางธรรมนำทางโลก' มุ่งเน้นให้เกิดวงจรความร่วมมือ 3 มิติ คือ 1) พระดูแลกันเอง ผ่านระบบพระคิลานุปัฏฐาก 2) ส่งเสริมวัดเป็นวัดส่งเสริมสุขภาพ โยมดูแลพระ ด้วยการถวายความรู้และภัตตาหารที่ถูกหลักโภชนาการ และพัฒนาเครื่องมือ/สื่อ เช่น โครงการ “สงฆ์ไทยไกลโรค” เป้าหมายระยะยาวคือให้พระสงฆ์มีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจ วัดเป็นศูนย์กลางสร้างเสริมสุขภาพของชุมชน และนำไปสู่ชุมชนสุขภาวะที่เข้มแข็งและยั่งยืนในสังคมไทย 3) พระเป็นที่พึ่งของชุมชน ในการเป็นผู้นำด้านจิตวิญญาณและสุขภาพ ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้วัดกลับมาเป็นศูนย์กลางแห่งความสุขของชุมชนอย่างแท้จริง นอกจากนี้สิ่งที่เพิ่มเติมมาในฉบับ พ.ศ. 2566 และมีความสำคัญมากคือเรื่อง 'กุฏิชีวาภิบาล'  คือการจัดพื้นที่ในวัดเพื่อดูแลพระสงฆ์ที่อาพาธในระยะท้าย ให้ท่านได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคยและได้รับการดูแลอย่างสมเกียรติสมณสารูป นอกจากนี้ยังเน้นเรื่อง 'สุขภาพจิต' ของพระสงฆ์ในยุคดิจิทัล ยุค AI เพื่อให้ท่านสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมได้อย่างเท่าทัน

นายดิษณุลักษณ์ ไพฑูรย์ ผู้ช่วยผู้ประสานงานโครงการมูลนิธิสังฆะเพื่อสังคมและคณะทำงานขับเคลื่อนวัดสุขภาวะ กล่าวว่า โครงการส่งเสริมสุขภาวะพระสงฆ์ เช่นนี้ นับได้ว่า ก่อให้เกิดคุณูปการแก่วัดและสงฆ์รวมทั้งชุมชน จากประสบการณ์การทำงานขับเคลื่อนหนุนเสริมบทบาทพระสงฆ์นักพัฒนา พบว่า เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคม คือ กลุ่มพระสงฆ์ที่ทำงานเชิงบูรณาการด้านศาสนา สุขภาวะ และการพัฒนาชุมชน โดยยึดหลักพระธรรมวินัยควบคู่กับหลัก “บวร” (บ้าน–วัด–ราชการ) ทำหน้าที่เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณและสังคมในการแก้ปัญหาสุขภาพ คุณภาพชีวิต และความเข้มแข็งของชุมชน มุ่งสร้างสังคมแห่งความเมตตา การเกื้อกูล และความยั่งยืน ผ่านบทบาทด้านการดูแลพระอาพาธ การส่งเสริมสุขภาพ การพัฒนาวัดเป็นศูนย์กลางสุขภาวะ และการขับเคลื่อนงานสาธารณสงเคราะห์เพื่อประโยชน์ส่วนรวม 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิยวัฒน์ คงทรัพย์ นักวิชาการโครงการส่งเสริมสุขภาวะลดปัจจัยเส่ยยง มีวัดเป็นศูนย์กลาง ด้วยหลักพุทธธรรม(วัดสุขภาวะ) อีสานล่าง 9 จังหวัด  กล่าวว่า การดูแลสุขภาพพระภิกษุสามเณร ตามหลักพระธรรมวินัย โดยถอดรหัสจากพระไตรปิฎก ว่าด้วย คิลานวัตถุกถา ซึ่งเป็นพุทธวิธีในการบริบาลและสืบทอดศาสนา
(วิ.ม. (ไทย) 5/365/239-241มจร) สู่การบูรณาการจากนามธรรมเป็นรูปธรรม พบว่าเป็นการ 1) “สืบสาน” โดยยึดหลักตามพุทธปณิธานว่า “การพยาบาลภิกษุไข้ คือการบูชาพระตถาคต” เปลี่ยนความเมตตาเป็นความรับผิดชอบร่วมกันในหมู่คณะด้วยระบบเครือญาติธรรม ปฏิบัติหน้าที่ระหว่าง อุปัชฌาย์ อาจารย์ และศิษย์ ในการดูแลกันและกันยามเจ็บป่วย ไม่ทอดทิ้งกัน  2) มุ่ง “รักษา” ระเบียบวินัย ความกตัญญูกตเวทีและความเมตตา ไม่ทอดทิ้งกันยามอาพาธ พร้อมยึดมาตรฐานผู้บริบาลตามพุทธวิธี 3)“พัฒนา” ทักษะการดูแลสุขภาพองค์รวม ทั้งด้านกาย (โอสถและสุขภาวะ) และด้านใจ (ธรรมกถาเยียวยาใจ) 4) “ต่อยอด” บูรณาการพุทธบริบาลสู่ระบบสวัสดิการและการเกื้อกูลสังคม สร้างสังคมแห่งความเมตตาที่ยั่งยืน  5) “สืบทอดพระพุทธศาสนา” ด้วยการดูแลกันยามยาก เพราะการรักษาชีวิตและน้ำใจคือการรักษาศาสนา เป้าหมายสูงสุดคือ “พระแข็งแรง วัดมั่นคง ชุมชนเป็นสุข” และสังคมแบ่งปันที่ยั่งยืน

นางสาวจิราภรณ์ ชิดอนันต์วงศ์ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลจรเข้มาก กล่าวว่าตำบลจรเข้มากเป็นชุมชนที่มีวัดเป็นศูนย์กลางวิถีชีวิต พระสงฆ์มีบทบาทสำคัญทั้งด้านศาสนา ศีลธรรม จิตใจ และการพัฒนาชุมชน จึงนับเป็นทุนทางสังคมและจิตวิญญาณที่มีคุณค่า อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ สังคมสูงวัย รูปแบบการบริโภค และภาระงานที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้พระสงฆ์เผชิญความเสี่ยงด้านสุขภาพทั้งกาย ใจ และสังคม อีกทั้งยังมีข้อจำกัดในการดูแลสุขภาพตามวิถีสมณเพศและพระธรรมวินัย จึงจำเป็นต้องพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพอย่างเป็นระบบ โดยอาศัยความร่วมมือภายใต้พลัง “บวร” ระหว่างบ้าน วัด และราชการ โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสร้างสุขภาวะพระสงฆ์อย่างยั่งยืน และการจัดอบรมครั้งนี้ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุน สปสช.อบต.จรเข้มาก

หน้าแรก » การศึกษา

Top 5 ข่าวการศึกษา