วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 08.24 น.
จุฬาฯ เปิดตัว “ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์”พัฒนาหลักสูตร เตรียมความพร้อมภาคธุรกิจไทยสู่ยุคควอนตัม
จุฬาฯ เปิด ‘ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์’ ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีควอนตัมระดับภูมิภาค เดินหน้าลงนาม MOU กับพันธมิตร เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศจากสถานะผู้ใช้เทคโนโลยีไปสู่เจ้าของเทคโนโลยี ผลักดันเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม สร้างความมั่นคงทางไซเบอร์ และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ล่าสุด ผนึกความร่วมมือกับภาคธุรกิจและสถาบันการศึกษาชั้นนำ “IBM–บัณฑิตวิทยาลัย–QTFT” พัฒนาหลักสูตรระยะสั้นและหลักสูตรผู้บริหาร เพื่อเตรียมความพร้อมให้ภาคธุรกิจปรับตัวเข้าสู่ยุคควอนตัม
ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ เป็นประธานในงานเปิดตัว "ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์" ณ ชั้น G สามย่านมิตรทาวน์ โดยกล่าวว่า “ในปี 2569 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการเปิดตัว Siam Quantum Square ซึ่งถือเป็นศูนย์ควอนตัมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยตั้งเป้าให้เป็นศูนย์กลางข้อมูลและการพัฒนาทางด้านควอนตัมที่ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และมหาวิทยาลัยชั้นนำในระดับนานาชาติ โครงการนี้มุ่งเน้นการสร้าง "นวัตกร" ทางด้านวิทยาศาสตร์ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลักดันให้นักวิทยาศาสตร์และนักฟิสิกส์จากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ สร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อขับเคลื่อนประเทศ การดำเนินงานของศูนย์นี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การเรียนการสอนในตำรา แต่เป็นการสอนความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง”

“Siam Quantum Square มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมในหลากหลายด้าน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เช่น Quantum Machine Learning การเรียนรู้ของเครื่องด้วยระบบควอนตัม Quantum Computing การประมวลผลแบบควอนตัม Quantum Sensing การตรวจวัดด้วยสัญญาณควอนตัมในรูปแบบต่าง ๆ วิทยาศาสตร์เหล่านี้จะถูกเปลี่ยนให้เป็นนวัตกรรมและผลผลิตที่จับต้องได้ เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดต่อสังคมและเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”
ศ.ดร.ประณัฐ โพธิยะราช คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า “เทคโนโลยีควอนตัมคือการควบคุมสมบัติและสถานะของอนุภาคตามหลักกลศาสตร์ควอนตัม เพื่อนำไปพัฒนานวัตกรรมที่เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ซึ่งปัจจุบันหลักการทางควอนตัมได้เข้ามามีบทบาทและถูกใช้เป็นแกนหลักในเทคโนโลยีที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา อาทิ สมาร์ทโฟน โซลาร์เซลล์ หรือเครื่อง MRI ที่ใช้ในการแพทย์ ดังนั้นเทคโนโลยีควอนตัมไม่ใช่เรื่องไกลตัวอย่างที่หลาย ๆ คนคิด ผนวกกับควอนตัมคอมพิวเตอร์ (Quantum Computers) เป็นเทคโนโลยีขั้นกว่าที่ใช้หลักการทางควอนตัมในระดับสูงสุด เพื่อมาใช้คำนวณแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่แก้ไม่ได้ด้วยคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน อีกทั้งยังสามารถถอดการเข้ารหัสทางดิจิทัลในปัจจุบันได้ซึ่งควอนตัมคอมพิวเตอร์กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมดิจิทัลและระบบเศรษฐกิจระดับโลก”
‘ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์’ จะดำเนินการภายใต้ 4 พันธกิจ คือ 1) พัฒนาและสร้างบุคลากรด้านเทคโนโลยีควอนตัม 2) ดำเนินการวิจัยเชิงกลยุทธ์ระดับโลก โดยคำนึงถึงการสร้างองค์ความรู้ระดับพื้นฐานเป็นสำคัญ เพื่อในระยะยาวก่อให้เกิดเทคโนโลยีที่ไทยเราเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยี 3) สร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และเครือข่ายนานาชาติ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และลดความเสี่ยงจากการกีดกันทางเทคโนโลยี 4) สื่อสารความรู้เกี่ยวกับควอนตัมเทคโนโลยีให้แก่บุคคลทั่วไป เพื่อให้เกิดความเข้าใจและเข้าถึงได้ โดยกิจกรรมต่าง ๆ ของศูนย์ฯ ได้รับทุนสนับสนุนส่วนหนึ่งจากโครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย (Reinventing University) ภายใต้การดูแลของสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.)
“เราจะมุ่งเน้นการวิจัยที่เป็นเลิศระดับโลก ควบคู่กับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีควอนตัมในการแก้ปัญหาในด้านต่าง ๆ เช่น การพัฒนายา หรือวัสดุขั้นสูง พลังงาน การแพทย์ การเงิน การคมนาคม ตัวอย่างของการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมที่ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์ได้ดำเนินการแล้ว ได้แก่ การวิจัย Quantum Computing การประมวลผลเชิงควอนตัม การวิจัย Quantum Artificial Intelligence หรือ Quantum AI ซึ่งคือการผสมผสานการคำนวณเชิงควอนตัม และปัญญาประดิษฐ์โดยศูนย์ฯ ยังมีแผนดำเนินการในหัวข้ออื่น ๆ ได้แก่ การวิจัย Quantum Cryptography เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางไซเบอร์ การวิจัยและพัฒนาระบบเข้ารหัสควอนตัมที่สามารถป้องกันการดักฟังข้อมูล การพัฒนา Quantum Materials and Devices เพื่อพัฒนาวัสดุใหม่ ๆ ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับเครื่องคำนวณทางควอนตัม และเซนเซอร์ควอนตัมได้” ศ.ดร.ประณัฐ กล่าว
"ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์" ยังมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ Quantum Technology Foundation (Thailand) [QTFT] ซึ่งเป็น บริษัทสตาร์ทอัพด้านควอนตัมของไทย โดยมุ่งเน้นงานวิจัยด้าน Advanced Optimization และมีแผนขยายไปสู่ การวิจัยด้าน Quantum Optimization ในอนาคต ซึ่งจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพของระบบการจัดการในภาคธุรกิจต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งศูนย์ฯ ยังได้รับความร่วมมือจากภาคธุรกิจอื่น ๆ ได้แก่ Portfolio Optimization with Quantum Computers, Western Digital Corporation (ประเทศไทย) ในระยะอันใกล้ยังมีแผนที่จะขยายความร่วมมือเพิ่มเติมกับบริษัท Denso และสถาบัน National Institute of Advance Industrial Science and Technology (AIST) ประเทศญี่ปุ่น
ทั้งนี้ "ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์" ยังมุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือในทุกมิติ ตั้งแต่สถาบันการศึกษา ภาคอุตสาหกรรมในประเทศไปจนถึงพันธมิตรระดับโลก โดยล่าสุดได้เตรียมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ IBM ประเทศไทย สถาบัน National Institute of Advanced Industrial Science and Technology (AIST) ประเทศญี่ปุ่น และบริษัท Qunova Computing ประเทศเกาหลี และมีแผนขยายความร่วมมือไปยังภาคเอกชนชั้นนำอีกหลายแห่ง อาทิ Western Digital Corporation (Thailand) และ SCB เพื่อนำเทคโนโลยีควอนตัมไปแก้ไขปัญหาเชิงธุรกิจ ความปลอดภัยของข้อมูล การแพทย์ และสังคม
นอกจากนี้ ‘ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์’ ยังได้พัฒนาหลักสูตรนานาชาติระดับปริญญาโทและปริญญาเอก เกี่ยวกับด้านเทคโนโลยีควอนตัมโดยตรง โดยมุ่งเน้นทั้งทางด้านตัวทฤษฎีและปฏิบัติเพื่อเตรียมความพร้อมให้ ผู้เรียนสำหรับการมาถึงตลาดงานทางด้านควอนตัมทั่วโลก โดยทางศูนย์ฯ ยังเตรียมร่วมมือหารือโครงการแลกเปลี่ยนนิสิตและบุคลากรกับมหาวิทยาลัย Korea Advanced Institute of Science & Technology (KAIST) ประเทศเกาหลี และสถาบันวิจัย National Institute for Materials Science (NIMS) ประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งพร้อมร่วมมือกับ IBM บัณฑิตวิทยาลัย และ QTFT เพื่อพัฒนาหลักสูตรระยะสั้นและหลักสูตรสำหรับผู้บริหาร เตรียมความพร้อมให้ภาคธุรกิจไทยในการเข้าสู่ยุคควอนตัม ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/share/p/1C23pAZ79B/
ส่งข่าวได้ที่ email : saowaporn12345@gmail.com และ bat_mamsao@yahoo.com