วันเสาร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2569 11:16 น.

การศึกษา

ธรรมะปะทะอัลกอริทึม! "พระว.วชิรเมธี" เยือน MIT–Harvard  บรรยายแก่นักพัฒนาแอปฯ AI

วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.11 น.

เปิดรายงานวิจัย "ธรรมาภิวัฒน์ในโลกดิจิทัล" ถอดรหัสวาทกรรม Compassionate AI ของ "พระว.วชิรเมธี" เขย่ากรอบคิดเทคโนโลยีโลก

 รายงานการวิจัยเชิงสหวิทยาการเรื่อง “ปรากฏการณ์ธรรมาภิวัฒน์ในโลกดิจิทัล: การวิเคราะห์วาทกรรม AI ที่มีความเห็นอกเห็นใจ (Compassionate AI)” ได้รับการเผยแพร่และกำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนในแวดวงเทคโนโลยีและจริยธรรมระดับโลก หลังถอดรหัสปาฐกถาธรรมพิเศษของ พระเมธีวชิโรดม (ว.วชิรเมธี) ซึ่งนำเสนอแนวคิดดังกล่าวต่อกลุ่มนักพัฒนา AI และนักวิชาการชั้นนำ ณ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) และ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569

รายงานชี้ว่า การปรากฏตัวของพระสงฆ์ไทยในพื้นที่ศูนย์กลางนวัตกรรมโลก มิได้เป็นเพียงเหตุการณ์เชิงสัญลักษณ์ หากแต่สะท้อน “วิกฤตศรัทธาในเทคโนโลยี” ของโลกตะวันตก ที่เริ่มตั้งคำถามต่อ AI ซึ่งมีความฉลาดสูง แต่กลับขาด “หัวใจ” และกำลังกลายเป็นเครื่องมือของทุนนิยมสอดแนม (Surveillance Capitalism) และวัฒนธรรมการออกแบบที่มุ่งสร้างการเสพติด (Addictive Design)

เมื่อ “ธรรมะ” ปะทะ “อัลกอริทึม”

งานวิจัยระบุว่า วาทกรรม “AI ที่มีความเห็นอกเห็นใจต่อเพื่อนมนุษย์” ของ พระว.วชิรเมธี คือการท้าทายกรอบคิดจริยธรรมกระแสหลักแบบอรรถประโยชน์นิยม (Utilitarianism) ที่ครอบงำการพัฒนาเทคโนโลยีในปัจจุบัน โดยเสนอให้ย้ายจุดเน้นจากการสร้าง “ปัญญาประดิษฐ์ที่ฉลาด” ไปสู่ “ปัญญาประดิษฐ์ที่ประเสริฐ” หรือ AI ที่มีกรุณาเป็นแก่น

รายงานวิเคราะห์ว่า แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องและในขณะเดียวกันก็วิพากษ์แนวทาง Affective Computing ของ MIT Media Lab ซึ่งพยายามทำให้ AI “เข้าใจอารมณ์มนุษย์” ผ่านข้อมูลชีวภาพและพฤติกรรม แต่ยังติดกับดัก “ความเห็นอกเห็นใจจอมปลอม” (Artificial Empathy) ที่เลียนแบบการห่วงใย โดยไม่แตะต้องความทุกข์เชิงประสบการณ์ของมนุษย์อย่างแท้จริง

“We are One” กับการรื้อรากอคติของอัลกอริทึม

หนึ่งในแก่นสำคัญของรายงานคือการชี้ให้เห็นว่า แนวคิด “We are One” ที่พระ ว.วชิรเมธี ใช้ขับเคลื่อนงานด้านสันติภาพโลก สามารถถูกนำมาใช้เป็นกรอบคิดในการแก้ปัญหา Algorithmic Bias ได้อย่างเป็นระบบ

รายงานระบุว่า AI เรียนรู้จากข้อมูลในอดีตซึ่งเต็มไปด้วยอคติ ความเหลื่อมล้ำ และการแบ่งแยก หากนักพัฒนาไม่ทำหน้าที่เป็น “กัลยาณมิตร” ให้กับ AI เทคโนโลยีจะกลายเป็นเพียงกระจกเงาที่ขยายความอยุติธรรมของมนุษย์ให้รุนแรงขึ้น

ในบริบทนี้ วาทกรรม “We are One” ถูกตีความใหม่ในฐานะหลักการออกแบบ ที่บังคับให้นักพัฒนาต้องมองผลกระทบของอัลกอริทึมในเชิงความเชื่อมโยงของสรรพสิ่ง ไม่ใช่เพียงประสิทธิภาพเชิงตัวเลข

พรหมวิหาร 4 กับสถาปัตยกรรมของ AI

รายงานยังเสนอว่า ข้อเรียกร้องของพระ ว.วชิรเมธี ให้บูรณาการ พรหมวิหาร 4 เข้ากับโครงสร้างอัลกอริทึม มิใช่วาทกรรมทางศาสนาเชิงอุดมคติ แต่สามารถแปลงเป็นกรอบเทคนิคได้จริง เช่น

เมตตา : การออกแบบ AI ที่ไม่สร้างหรือขยาย Hate Speech

กรุณา : ระบบที่ตรวจจับและตอบสนองต่อความทุกข์ เช่น ภาวะซึมเศร้า

มุทิตา : อัลกอริทึมที่ไม่กระตุ้นความอิจฉาหรือการแข่งขันทำลายล้าง

อุเบกขา : การลดอคติและรักษาความเป็นธรรมในการตัดสินใจของระบบ

งานวิจัยเรียกแนวคิดนี้ว่า “Dharmic AI” หรือปัญญาประดิษฐ์ที่มีธรรมะเป็นรากฐาน

วิพากษ์ McMindfulness และ Dark Patterns

อีกประเด็นที่รายงานให้ความสำคัญ คือการวิพากษ์กระแส McMindfulness และการใช้ Dark Patterns ในงานออกแบบดิจิทัล ซึ่ง พระว.วชิรเมธี มองว่าเป็น “อวิชชาในคราบเทคโนโลยี”

รายงานชี้ว่า แอปสมาธิและสุขภาพจิตจำนวนมากในโลกตะวันตก ได้ตัดขาดสติออกจากกรอบจริยธรรม เหลือเพียงเครื่องมือคลายเครียดเพื่อเพิ่มผลิตภาพและการบริโภค ขณะที่ Dark Patterns ใน UX/UI ถือเป็นการละเมิดหลักสัมมาวาจาและสัมมากัมมันตะในโลกดิจิทัลอย่างชัดเจน

จุดเปลี่ยนทางอารยธรรม

บทสรุปของรายงานระบุว่า ปาฐกถาธรรมของ พระว.วชิรเมธี ณ MIT และ Harvard คือ “จุดตัดทางอารยธรรม” ระหว่าง ปัญญาวิศวกรรม กับ ปัญญาญาณทางจิตวิญญาณ และเป็นสัญญาณว่าโลกเทคโนโลยีกำลังแสวงหาคำตอบใหม่ ที่ไม่อาจได้จากโค้ดเพียงอย่างเดียว

รายงานทิ้งท้ายว่า แม้ AI จะไม่อาจทดแทนการตื่นรู้ของมนุษย์ได้ แต่หากถูกออกแบบด้วย กรุณาและสติ เทคโนโลยีอาจกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดในการลดความทุกข์ และยกระดับศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ในยุคดิจิทัล

“เทคโนโลยีที่ดีที่สุด คือเทคโนโลยีที่ทำให้เราเป็นมนุษย์ที่ดียิ่งขึ้น”

หน้าแรก » การศึกษา

ข่าวในหมวดการศึกษา