วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 03:23 น.

การศึกษา

อินเดียเปิดตัว “NORBU” เอไอพุทธศาสนา หวังเป็นกัลยาณมิตรดิจิทัล เชื่อมคนรุ่นใหม่ในเวทีโลก

วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.56 น.

วงการพุทธศาสนาโลกจับตาความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ หลังอินเดียเปิดตัว “NORBU” (Neural Operator for Responsible Buddhist Understanding) ปัญญาประดิษฐ์ด้านพุทธศาสนา ในเวทีการประชุมสุดยอดพุทธศาสนาระดับโลก ครั้งที่ 2 หรือ Global Buddhist Summit 2026 ณ ศูนย์ประชุม Bharat Mandapam กรุงนิวเดลี

การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–25 มกราคม 2026 โดย Ministry of Culture ร่วมกับ International Buddhist Confederation (IBC) มีผู้นำศาสนา พระเถระ นักวิชาการ และผู้แทนจากกว่า 40 ประเทศ รวมกว่า 800 คน เข้าร่วม ภายใต้แนวคิด “Collective Wisdom, United Voice, and Mutual Coexistence” หรือ “ภูมิปัญญาร่วม เสียงที่ผสานเป็นหนึ่ง และการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูล”

NORBU: กัลยาณมิตรในยุคปัญญาประดิษฐ์

ไฮไลต์สำคัญของงานคือการสาธิต NORBU ซึ่ง IBC รับรองในฐานะโครงการระดับโลก พร้อมตั้งนามว่า “Kalyan Mitra” หรือ “กัลยาณมิตร” มีเป้าหมายเป็นเพื่อนคู่คิดทางธรรม ตอบคำถาม และเชื่อมโยงหลักคำสอนสู่คนรุ่นใหม่ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล

NORBU เป็นแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ที่ฝึกด้วยฐานข้อมูลคัมภีร์พุทธศาสนาที่เชื่อถือได้ ครอบคลุมภาษาบาลี สันสกฤต ทิเบต จีน และภาษาสมัยใหม่ โดยประยุกต์เทคนิค Retrieval-Augmented Generation (RAG) เพื่อลดปัญหา “AI Hallucination” และเพิ่มความแม่นยำในการอ้างอิง

จุดเด่นของระบบคือการทลายกำแพงภาษา ผู้ใช้งานสามารถตั้งคำถามเกี่ยวกับชีวิต ความทุกข์ หรือหลักธรรมผ่านสมาร์ทโฟนได้โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานทางศาสนา นักวิเคราะห์มองว่านี่คือการบูรณาการ “Ancient Wisdom” กับเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

แรงบันดาลใจจากประเพณีนาลันทา

แนวคิดพัฒนา NORBU ได้แรงบันดาลใจจากคำปราศรัยของ Tenzin Gyatso ในการประชุมสุดยอดครั้งแรกปี 2023 ที่เน้น “ประเพณีนาลันทา” ซึ่งให้ความสำคัญกับการตั้งคำถามและการใช้เหตุผล

โครงการริเริ่มโดยผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีจากมาเลเซีย ก่อนพัฒนาต่อยอดร่วมกับเครือข่ายนักวิชาการพุทธศาสนา และใช้ฐานข้อมูลจากแพลตฟอร์มอย่าง SuttaCentral, Access to Insight และ CBETA เพื่อให้คำตอบสอดคล้องกับคัมภีร์ดั้งเดิม

กรอบจริยธรรม: พรหมวิหาร 4 และสัมมาวาจา

ทีมพัฒนาได้วาง “กรอบจริยธรรมเชิงอัลกอริทึม” ให้ NORBU ยึดหลักพรหมวิหาร 4 ได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา และหลักสัมมาวาจา หลีกเลี่ยงคำพูดที่ก่อความเกลียดชังหรือบิดเบือนข้อเท็จจริง

นอกจากนี้ยังมีกลไก “Source Guardians” เครือข่ายพระสงฆ์และนักวิชาการจากเถรวาท มหายาน และวัชรยาน ทำหน้าที่กำกับตรวจสอบความถูกต้องของคำตอบ และกำหนดโปรโตคอลแสดงความไม่แน่ใจเมื่อข้อมูลไม่เพียงพอ เพื่อลดความเสี่ยงการตีความผิดเพี้ยน

มิติภูมิรัฐศาสตร์: ซอฟต์พาวเวอร์ของอินเดีย

การเปิดตัว NORBU ถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ “Cultural Diplomacy” และ “Soft Power” ของรัฐบาลอินเดีย ภายใต้การนำของ Narendra Modi ที่ผลักดันพระพุทธศาสนาเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์กับประเทศในเอเชีย ผ่านนโยบาย Act East

อินเดียเน้นย้ำสถานะ “Buddhabhumi” หรือดินแดนต้นกำเนิดพุทธศาสนา และพัฒนาพุทธสถานสำคัญในเส้นทางแสวงบุญ ควบคู่กับการส่งออกนวัตกรรมดิจิทัลอย่าง NORBU เพื่อสร้างภาพลักษณ์ประเทศที่ผสานภูมิปัญญาโบราณกับเทคโนโลยีอนาคต

ข้อจำกัดและข้อถกเถียง

แม้ได้รับเสียงชื่นชม แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า เอไอไม่สามารถทดแทน “ครูบาอาจารย์ที่มีชีวิต” ได้ เนื่องจากขาดประสบการณ์ตรงทางจิตวิญญาณ ไม่สามารถถ่ายทอดการปฏิบัติขั้นลึกหรือวิเคราะห์สภาวะจิตของผู้ปฏิบัติได้อย่างแท้จริง

นักวิชาการเตือนว่า การมีข้อมูลจำนวนมากไม่เท่ากับการเกิดปัญญาญาณ การใช้เทคโนโลยีควรเป็นเครื่องมือเสริมการเรียนรู้ มิใช่ทดแทนกระบวนการขัดเกลาจิตใจ

สะท้อนสู่บริบทไทย

ปรากฏการณ์ NORBU ยังสะท้อนแนวโน้ม “Digital Religion” ที่ขยายตัวทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ซึ่งมีการพูดถึงแนวคิด “Digital Buddhism” และ “Smart Sangha” เพื่อปรับตัวต่อพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ที่พึ่งพาสื่อออนไลน์มากขึ้น

การเปิดตัว NORBU จึงไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ด้านเทคโนโลยี หากเป็นจุดตัดระหว่างศาสนา นวัตกรรม และภูมิรัฐศาสตร์ ที่ตั้งคำถามสำคัญต่ออนาคตของการเผยแผ่พระธรรมในศตวรรษที่ 21 ว่า มนุษยชาติจะสามารถใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็น “กัลยาณมิตร” ได้โดยไม่สูญเสียแก่นแท้แห่งมรรควิธีอันลึกซึ้งเพียงใด
 
 

หน้าแรก » การศึกษา