วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569 01:48 น.

การศึกษา

ผลสอบบาลีสนามหลวงปี 2569 สะท้อนอนาคตศาสนทายาท ของคณะสงฆ์ไทยยุค AI  

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.29 น.

ผลการสอบบาลีสนามหลวง ประจำปี 2569 ได้สร้างปรากฏการณ์สำคัญในวงการพระพุทธศาสนาไทย เมื่อจำนวนผู้สอบผ่านระดับ เปรียญธรรม 9 ประโยค (ป.ธ.9) ซึ่งเป็นการศึกษาสูงสุดของคณะสงฆ์ เพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีผู้สอบผ่านถึง 121 รูป จากผู้เข้าสอบ 521 รูป นับเป็นสถิติสูงสุดตั้งแต่มีการจัดสอบบาลีสนามหลวงในประเทศไทย

การประกาศผลสอบจัดขึ้นตามธรรมเนียม ณ ศาลาอบรมสงฆ์ วัดสามพระยา โดยคณะกรรมการแม่กองบาลีสนามหลวง ซึ่งผลการสอบในปีนี้ไม่เพียงสะท้อนความสำเร็จด้านการศึกษาของคณะสงฆ์เท่านั้น แต่ยังชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านสำคัญของระบบการศึกษาพระปริยัติธรรมในยุคเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI)

สามเณรสอบได้ ป.ธ.9 จำนวน 29 รูป เตรียมอุปสมบทเป็น “นาคหลวง”

จากจำนวนผู้สอบผ่าน ป.ธ.9 ทั้งหมด 121 รูป พบว่า เป็นสามเณรถึง 29 รูป ซึ่งตามโบราณราชประเพณี สามเณรที่สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค จะได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ อุปสมบทเป็น “นาคหลวง” ในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความสำเร็จของการปลูกฝังพุทธศาสนทายาทตั้งแต่วัยเยาว์ และเป็นการสร้างกำลังบุคลากรทางปัญญาของคณะสงฆ์ในระยะยาว

เปรียบเทียบปี 2568 ผู้สอบผ่านเพิ่มขึ้นกว่า 68%

เมื่อเทียบกับปี 2568 ซึ่งมีผู้สอบผ่านเพียง 72 รูป จากผู้เข้าสอบ 455 รูป พบว่าในปี 2569 จำนวนผู้สอบผ่านเพิ่มขึ้นถึง 121 รูป หรือเพิ่มขึ้นกว่า 68% ถือเป็นการเติบโตที่ก้าวกระโดดของระบบการศึกษาบาลีสนามหลวง

สำนักเรียนใหญ่ยังคงเป็นศูนย์กลางความเป็นเลิศ

การวิเคราะห์ผลสอบยังพบปรากฏการณ์ “การกระจุกตัวของความเป็นเลิศทางวิชาการ” ในสำนักเรียนขนาดใหญ่ โดย วัดโมลีโลกยาราม ยังคงครองตำแหน่งสำนักเรียนที่มีผู้สอบได้ ป.ธ.9 มากที่สุดเป็นปีที่ 8 ติดต่อกัน จำนวน 25 รูป

ขณะที่สำนักเรียนของ วัดพระธรรมกาย มีผู้สอบได้ระดับ ป.ธ.9 จำนวน 8 รูป โดยศูนย์สอบของวัดมีพระภิกษุสามเณรเข้าสอบกว่า 1,642 รูป/คน พร้อมมีหน่วยงานท้องถิ่นและภาคประชาสังคมร่วมดูแลความเรียบร้อยในการสอบ

AI และเทคโนโลยีการศึกษา ปัจจัยสำคัญหนุนความสำเร็จ

นักวิชาการด้านพระพุทธศาสนาเห็นตรงกันว่า การเพิ่มขึ้นของผู้สอบผ่านบาลีสนามหลวงในปีนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากการพัฒนาระบบการเรียนรู้ดิจิทัลและแพลตฟอร์มการศึกษาสมัยใหม่

โครงการสำคัญคือ “Pali Online : พระบาลี ภาษาพระพุทธเจ้า” ซึ่งพัฒนาบทเรียนออนไลน์ครอบคลุมวิชาบาลีไวยากรณ์และการแปลพระธรรมบทกว่า 600 บทเรียน ช่วยให้พระภิกษุสามเณรทั่วประเทศสามารถเข้าถึงการเรียนบาลีได้อย่างเท่าเทียม แม้อยู่ในพื้นที่ห่างไกล

นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาเครื่องมือ AI ด้านภาษาบาลี เช่น ระบบวิเคราะห์คำบาลีแบบ Neurosymbolic AI ที่ใช้โครงข่ายประสาทเทียมร่วมกับกฎไวยากรณ์ดั้งเดิม ทำให้การวิเคราะห์คำบาลีมีความแม่นยำกว่า 92%

คณะสงฆ์เข้มงวดสนามสอบ ห้ามอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

แม้การเรียนรู้จะใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย แต่ในการสอบบาลีสนามหลวงยังคงใช้มาตรการเข้มงวด โดย พระพรหมโมลี ย้ำชัดนโยบาย Zero Tolerance ห้ามนำหนังสือ เอกสาร หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดเข้าห้องสอบ แม้แต่นาฬิกาก็ไม่อนุญาต เพื่อป้องกันการทุจริตทางเทคโนโลยี

ปรับยุทธศาสตร์รับสังคมสูงวัย เน้น “คุณภาพมากกว่าปริมาณ”

ขณะเดียวกัน การศึกษาของคณะสงฆ์ยังต้องเผชิญความท้าทายจากแนวโน้มจำนวนสามเณรในประเทศไทยที่มีความผันผวน โดยสถิติช่วงปี 2564–2566 มีสามเณรทั่วประเทศราว 33,000–36,000 รูป

แนวโน้มดังกล่าวทำให้คณะสงฆ์ต้องปรับยุทธศาสตร์จากการพึ่งพาจำนวนพระสงฆ์จำนวนมาก ไปสู่การสร้าง ศาสนทายาทคุณภาพสูง ที่มีความรู้ระดับเปรียญเอกตั้งแต่อายุยังน้อย

ก้าวสู่แนวคิด “พุทธปัญญาประดิษฐ์”

นักวิชาการยังเสนอแนวคิด “พุทธปัญญาประดิษฐ์” (Buddhist AI) เพื่อใช้พระไตรปิฎกเป็นฐานข้อมูลจริยธรรมสำหรับพัฒนา AI ให้มีหลักคิดสอดคล้องกับพุทธธรรม โดยเน้นวงจร 3 ขั้น ได้แก่

ปริยัติ (ข้อมูลและองค์ความรู้)

ปฏิบัติ (กระบวนการและอัลกอริทึมที่ถูกต้อง)

ปฏิเวธ (ผลลัพธ์ที่ช่วยลดความทุกข์ของมนุษย์)

จุดเปลี่ยนสำคัญของการศึกษาพระพุทธศาสนาไทย

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ผลสอบบาลีสนามหลวงปี 2569 เป็น “จุดเปลี่ยนทางวิชาการ” ของคณะสงฆ์ไทย โดยการผสมผสานระหว่างจารีตการศึกษาดั้งเดิมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่

ตัวเลข 121 เปรียญเอก และสามเณรว่าที่นาคหลวง 29  รูป จึงไม่เพียงเป็นสถิติใหม่ของการสอบบาลีสนามหลวง แต่ยังสะท้อนทิศทางอนาคตของพุทธศาสนทายาทไทยในโลกยุคดิจิทัล ที่ต้องผสาน ปัญญาธรรมกับปัญญาประดิษฐ์ เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคงในศตวรรษที่ 21

หน้าแรก » การศึกษา