วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569 08:18 น.

การศึกษา

การค้นพบครั้งสำคัญของกลุ่มตัวอย่างประชากรไทย 1,177 คน หลังจากโรคระบาด    โควิด-19 ครั้งแรก สุขภาพคนไทยเปลี่ยนไปหรือไม่ ? 

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.26 น.

การค้นพบครั้งสำคัญของกลุ่มตัวอย่างประชากรไทย 1,177 คน หลังจากโรคระบาด    โควิด-19 ครั้งแรก สุขภาพคนไทยเปลี่ยนไปหรือไม่ ? 

 

     เนื่องด้วยมหาวิทยาลัยรังสิตได้เห็นความสำคัญในเรื่องผลกระทบรอบด้านของโรคระบาดโควิด-19 ที่ผ่านมา จึงได้มีนโยบายให้ศึกษาเพื่อแสวงหาความจริงเรื่องผลกระทบทางด้านสุขภาพ การรักษา  และการป้องกันจากโรคโควิด-19 รวมถึงโรคอุบัติใหม่หลายชนิดในอนาคตที่อาจจะเกิดจากโคโรนาไวรัส  ไวรัสนิปาห์ โรคฝีดาษลิง ไข้หวัดนก ฯลฯ ซึ่งเป็นไวรัสที่สามารถตัดต่อพันธุกรรมและพัฒนาในห้องแลปให้ร้ายแรงขึ้นโดยมนุษย์ได้ ดังที่ได้เกิดขึ้นจริงมาแล้วกับโรคโควิด-19 โดยเฉพาะในสถาณการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ของโลกที่มีความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงเพื่อแย่งชิงทรัพยากรและความมั่งคั่งจากประเทศต่างๆเพื่อค้ำจุนระบบสกุลเงินบางประเทศ ทำให้ประเทศไทยจำเป็นต้องหาแนวทางในการพึ่งพาตนเองทั้งในปัจจุบันและในอนาคตให้ได้อย่างเร็วที่สุด  จึงได้มอบหมายให้ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการแพทย์บูรณาการและสาธารณสุข โดย ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ประธานศูนย์ฯ และวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก โดยอาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดี ทำการศึกษาและวิจัย เพื่อแสวงหาความจริง แนวทางแก้ไขปัญหา แนวทางป้องกัน แนวทางการรักษาในเรื่องโรคอุบัติใหม่ ตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา
     ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการแพทย์บูรณาการและสาธารณสุขและวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต หลังจากได้ทำการศึกษาแล้วเห็นว่า จำเป็นต้องแถลงให้พี่น้องประชาชนได้ทราบข้อเท็จจริง   อันสำคัญยิ่ง 4 ประการดังนี้ 

ประการแรก ได้ปรากฏหลักฐานสำคัญจากรายงานของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา และงานวิจัยของนานาประเทศหลายฉบับ รวมถึงงานวิจัยระดับชาติดังรายละเอียดว่า “มีการปกปิดข้อมูลการกำเนิดไวรัสโควิด-19 ที่สร้างขึ้นในห้องแลป รวมถึงการพัฒนาสายพันธุ์อื่นๆ ให้รุนแรงขึ้น เช่น ไวรัสนิปาห์ อีกทั้งยังมีการปกปิดผลกระทบของวัคซีน เช่น    การเกิดหัวใจอักเสบ สมองเสื่อม มะเร็งเพิ่มสูงขึ้น ฯลฯ” ดังนี้ 

1.    รายงานอย่างเป็นทางการของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาชื่อ  “Lab Leak”  เมื่อพฤษภาคม 2568 รวมถึงเอกสารวิดีโอคลิปการอภิปราย  การรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกวุฒิสภาของสหรัฐอเมริกา       พบความจริงที่สำคัญว่าไวรัสและวัคซีนโควิด mRNA เตรียมการสร้างขึ้นก่อนการเกิดโรคระบาด และไวรัสหลุดออกมาจากห้องปฏิบัติการ การปกปิดข้อมูลการกำเนิดและพัฒนาไวรัสต่างๆในห้องแลป ให้มีความรุนแรงขึ้นร่วมกับสถาบันวิจัยไวรัสอู่ฮั่น ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการสนับสนุนงบประมาณและเทคโนโลยีโดยกระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกา หลังฐานดังกล่าวได้ถูกนำเสนอและให้ข้อมูลโดย นักวิทยาศาสตร์ชาวสหรัฐอเมริกาต่อรัฐสภาสหรัฐอเมริกา (รายละเอียดปรากฏตามการอ้างอิง [1-4])

2.    เว็ปไซด์ทำเนียบขาวรัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้เผยแพร่ข้อมูลเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2568 ว่ามีการปกปิดอันตรายของวัคซีน เช่น เกิดหัวใจอักเสบ ตายกะทันหัน ลิ่มเลือดอุดตัน หัวใจวายและอื่นๆ (รายละเอียดปรากฏตามการอ้างอิง[5-7])


3.    รายงานจากประเทศเกาหลีใต้ ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการทางการแพทย์ระหว่างประเทศ QJM: An International Journal of Medicine เมื่อตุลาคม 2567 จากการสำรวจประชากรกว่า 4 ล้านคน พบอุบัติการสมองเสื่อม เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างประชาชนที่ได้รับวัคซีนแบบ mRNA 2 เข็ม กับคนที่ไม่ได้รับวัคซีน 3 เดือนแรก ประชาชนที่ได้รับวัคซีน มีความบกพร่องทางการรู้เล็กน้อย (Mild cognitive impairment – MCI) และวินิจฉัยว่าเป็นโรคสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นถึง 20% (รายละเอียดปรากฏตามการอ้างอิง [8])

4.    รายงานจากวารสารโรคมะเร็ง Oncotarget เมื่อมกราคม 2569 พบความสัมพันธ์ระหว่างวัคซีน mRNA กับการเกิดมะเร็งชนิดจำเพาะ ได้แก่ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งร้ายแรงชนิดหายากซาร์โคมา และมะเร็งที่เกิดขึ้นกับหลายอวัยวะ ทั้งนี้โอกาสในการรอดชีวิตจะน้อยลงเมื่อจำนวนเข็มวัคซีนที่ฉีดมากขึ้น (รายละเอียดปรากฏตามการอ้างอิง [9])

ประการที่สอง ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการแพทย์บูรณาการและสาธารณสุข และวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต ได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยรังสิต ในการสำรวจภาวะสุขภาพหลังจากโรคระบาดโควิด-19 ได้ยุติลง ด้วยการตรวจเลือด 1,177 คนและตรวจสแกนสมองด้วย MRI 1,070 คน เมื่อปี 2568  พบเรื่องสำคัญว่า “ครึ่งหนึ่งของผลเลือดในกลุ่มประชากรมีความผิดปกติในหลายระบบ รวมถึงการอักเสบ ภูมิคุ้มกัน หัวใจ และสมอง ในขณะที่ผลตรวจสแกนสมองพบความผิดปกติของเส้นเลือดและสมอง แม้ว่าจะยังไม่มีอาการก็ตาม” ดังนี้ 

1.    ผลการตรวจสแกนสมองด้วย MRI พบความผิดปกติของเส้นเลือดฝอย ที่บ่งชี้ถึงการเพิ่มความเสี่ยงของเส้นเลือดตีบหรือแตก และสมองเสื่อม มากกว่า หนึ่งในสาม ของอาสาสมัคร และพบภาวะสมองฝ่อในตำแหน่งที่พบได้ในผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์เกือบ 4.9% แม้ว่าอาสาสมัครดังกล่าวจะยังไม่มีอาการก็ตาม โดยเฉพาะความผิดปกตินี้กลับพบได้แม้ในกลุ่มอายุ 40-60 ปีประมาณ 2.9% ทั้งๆที่ไม่ควรเกิดขึ้น อีกทั้งยังพบการอักเสบของโพรงไซนัส 31% ซึ่งส่งผลทำให้มีความเสี่ยงของการติดเชื้อในกระแสเลือดและในสมอง 

2.    ผลการตรวจเลือดพบว่าเกือบครึ่งหนึ่ง มีความเสี่ยงของโรคหัวใจ  ความผิดปกติทาง ระบบการเผาผลาญ เมตาบอลิซึม การกระตุ้นภูมิคุ้มมากเกินไปจนเกิดการอักเสบและถึงขั้นอักเสบรุนแรง รวมถึงระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง  

อย่างไรก็ตามผลการตรวจเลือดคนไทย 1,177 ราย และสแกนสมอง 1,070 รายตามโครงการดังกล่าวนี้ อยู่ในระหว่างการขึ้นทะเบียนที่ยุโรปหรือสหรัฐอเมริกา จึงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในกลุ่มประชากรเชื้อชาติอื่น ซึ่งหากผลการศึกษาได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว จะสามารถนำมาทำนายความเสี่ยงระบบสุขภาพทั้งหมดรวมทั้งสมองของประชากรทั่วโลกได้อันจะเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ

ประการที่สาม ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการแพทย์บูรณาการและสาธารณสุข และวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต กำลังวิจัยโรคมะเร็งที่เพิ่มมากขึ้นอันอาจเป็นส่วนหนึ่งของผลกระทบจากโควิด-19 และวัคซีนโควิด-19 โดยจากการลงสำรวจในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทยที่มีภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ในการใช้รักษาโรคมะเร็งขณะนี้ พบว่ามีการใช้ในผู้ป่วยและเก็บข้อมูลจริงแล้วจำนวนมากกว่า 5,000 คน และมีประสิทธิภาพต่อการรักษามะเร็งหลายชนิด โดยการประเมินด้วยปัญญาประดิษฐ์ ทั้งนี้สมุนไพรแต่ละตัวในสูตรตำรับมีประสิทธิภาพเจาะจงต่อมะเร็งชนิดจำเพาะ ดังนั้นจึงเป็นข้ออธิบายว่าสูตรตำรับยาไทยบางตำรับ อาจสามารถใช้ครอบคลุมได้กับโรคมะเร็งที่เกิดกับหลายอวัยวะ อย่างไรก็ตามเมื่อเกิดความชัดเจนในเรื่องของการวิจัยแล้ว ทางมหาวิทยาลัยรังสิตจะแจ้งให้แก่พี่น้องประชาชนได้รับทราบความจริงนี้ต่อไป 

ประการที่สี่ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการแพทย์บูรณาการและสาธารณสุข และวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ลงนามร่วมกับคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2568 เพื่อทำการวิจัยเกี่ยวกับศักยภาพและประสิทธิภาพของสมุนไพรและตำรับยาไทยต่อการยับยั้งโรคอุบัติใหม่ในไวรัสหลายชนิด เช่น ไข้หวัดนก RSV ฝีดาษลิง โควิด-19 (สายพันธุ์ล่าสุด) ซึ่งเป็นไวรัสที่ได้มีการนำกลับมาพัฒนาในห้องแลปแล้วในต่างประเทศ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอุบัติใหม่ในอนาคต โดยปัจจุบันกำลังวิจัยในสมุนไพร ขมิ้นชัน  ฟ้าทะลายโจร ตำรับยาห้าราก ตำรับยาเขียว ตำรับยาขาว ฯลฯ  โดยในเบื้องต้นเป็นที่น่ายินดีว่าระบบปัญญาประดิษฐ์สามารถวิเคราะห์ตำรับสมุนไพรบางตำรับว่ามีศักยภาพในการยับยั้งไวรัสนิปาห์ได้

ดังนั้นจึงขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่ามหาวิทยาลัยรังสิตเป็นอีกมหาวิทยาลัยหนึ่งที่เป็นกำลังสำคัญในการช่วยป้องกันและฝ่าวิกฤตโรคระบาดในอนาคต เพื่อความมั่นคงทางยาและสุขภาพของประเทศชาติ 


 
อ้างอิง

[1] The White House. (2025, May). Lab leak: The true origin of Covid-19. https://www.whitehouse.gov/lab-leak-true-origins-of-covid-19/ 
[2] NTD. (2024, June 18). LIVE: Senate Homeland Security Committee holds hearing on the origins of COVID-19 [Video]. YouTube. https://www.youtube.com/live/1kbUDmJPwtU 
[3] NTD News. (2022, August 4). LIVE: First Senate hearing on gain of function research since start of pandemic—Part 1 [Video]. YouTube. https://www.youtube.com/live/koUvMznvsqs and The Epoch Times. (2022, August 3). LIVE: First Senate hearing on gain of function research since start of pandemic—Part 2 [Video]. YouTube. https://www.youtube.com/live/rinfVVWwwyY
[4] Permanent Subcommittee on Investigations. (2025, May 21). Failure to warn: How federal health agencies downplayed the risk of myocarditis and other adverse events following COVID-19 vaccination. U.S. Senate Committee on Homeland Security and Governmental Affairs. http://etmathapi.ertonglearning.com/kkk/article-178073.jsp.shtml 
[5] McCullough, P. A. (2025, May 22). Highlights from the corruption of science and federal health agencies: How health officials downplayed and hid myocarditis and other adverse events. Courageous Discourse. 
    https://open.substack.com/pub/petermcculloughmd/p/highlights-from-the-corruption-of 
[6] McCullough, P. A., & Others. (2025). Myocarditis after SARS-CoV-2 infection and COVID-19 vaccination: Epidemiology, outcomes, and new perspectives. International Journal of Clinical Research and Immunology, 1(1), 1–15. https://doi.org/10.61577/ijcri.2025.100001
[7] Dehghan Tarazjani, A., Belitser, S. V., Weibel, D., Van Der Harst, P., Sturkenboom, M., & Ahmadizar, F. (2025). COVID-19 vaccines and cardiovascular risks: A registry-based study using a self-controlled risk interval design. European Heart Journal, 46(Supplement_1), ehaf784.4601. https://doi.org/10.1093/eurheartj/ehaf784.4601 
[8] Jeong, K. J., Moon, J., Kim, M.-S., Park, S. J., Son, H. J., Min, E. C., Kim, J. Y., & Lee, S. W. (2024). A potential association between COVID-19 vaccination and development of Alzheimer’s disease. QJM: An International Journal of Medicine, 117(10), 715–724. https://doi.org/10.1093/qjmed/hcae103 
[9] Kuperwasser, C., EI-Deiry, Wafik S. (2026). COVID vaccination and post-infection cancer signals: Evaluating patterns and potential biological mechanisms. Oncotarget, 3:17:1-29., doi: 10.18632/oncotarget.28824. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/41498242/  

หน้าแรก » การศึกษา