วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569 00:58 น.

การศึกษา

“NUDIV” กับการยกระดับคุณภาพบัณฑิตศึกษา RMUTT เดินหน้าสร้าง “นวัตกรรมที่มีคุณค่า” มากกว่าปริญญาที่เน้นปริมาณ

วันอังคาร ที่ 02 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.06 น.

ท่ามกลางกระแสสังคมที่ตั้งคำถามต่อคุณภาพของการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกในปัจจุบัน ว่า “เหตุใดจึงต้องเรียนต่อระดับบัณฑิตศึกษา” และ “ผลงานวิจัยสามารถสร้างคุณค่าให้สังคมได้จริงหรือไม่” มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี)  ได้ประกาศจุดยืนสำคัญในการยกระดับคุณภาพบัณฑิตศึกษา ผ่านกรอบแนวคิด “NUDIV” เพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การเป็น “Innovative University” ที่สร้างคุณค่าเชิงนวัตกรรมอย่างแท้จริง

ภายใต้นโยบายของสภามหาวิทยาลัย RMUTT ได้มุ่งเน้นให้การจัดการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ไม่ได้เป็นเพียงการผลิตผลงานวิจัยเพื่อ “จบการศึกษา” หรือ “เพิ่มจำนวนบัณฑิต” เท่านั้น แต่ต้องเป็นกระบวนการสร้างองค์ความรู้ใหม่ นวัตกรรมใหม่ และผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม เศรษฐกิจ และประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
หัวใจสำคัญของแนวทางดังกล่าว คือ กรอบแนวคิด “NUDIV” ประกอบด้วย 5 มิติสำคัญ ได้แก่

• N – New : ความใหม่ขององค์ความรู้
• U – Unique : ความมีอัตลักษณ์และความเฉพาะตัว
• D – Differentiation : ความแตกต่างจากแนวทางเดิม
• I – Innovativeness : ความเป็นนวัตกรรม
• V – Value Impacts : คุณค่าและผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงต่อสังคม

กรอบแนวคิด NUDIV นี้ ได้รับการพัฒนาและผลักดันเชิงแนวคิดโดย รองศาสตราจารย์ ดร.สมเจตน์ ทิณพงษ์ อุปนายกสภามหาวิทยาลัย โดยมหาวิทยาลัยได้นำกรอบดังกล่าวมาใช้ทั้งในการออกแบบหลักสูตร การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ การกำกับคุณภาพดุษฎีนิพนธ์และวิทยานิพนธ์ ตลอดจนการประเมินผลลัพธ์ของงานวิจัย เพื่อให้มั่นใจว่าผลงานที่เกิดขึ้นสามารถตอบโจทย์ประเทศ อุตสาหกรรม ชุมชน และโลกอนาคตได้จริง

นอกจากนี้ มทร.ธัญบุรี ยังได้พัฒนาแนวคิด “5D + NUDIV” เพื่อใช้เป็นกรอบการคิดเชิงระบบตลอดกระบวนการวิจัย ตั้งแต่การตั้งคำถามวิจัย การออกแบบแนวคิด การพัฒนาผลงาน การนำไปใช้จริง จนถึงการส่งมอบคุณค่าแก่สังคม ประกอบด้วย
• Defining – การกำหนดปัญหาและโจทย์วิจัย
• Designing – การออกแบบแนวทางและกระบวนการ
• Developing – การพัฒนาองค์ความรู้ ต้นแบบ หรือนวัตกรรม
• Deploying – การนำไปใช้จริงหรือขยายผล
• Delivering – การสร้างผลลัพธ์และคุณค่าเชิงผลกระทบ

ภายใต้กรอบดังกล่าว NUDIV จะไม่ถูกใช้เพียงเป็น “คะแนนปลายทาง” ของงานวิจัยเท่านั้น แต่เป็น “Continuous Filter” หรือกระบวนการกลั่นกรองเชิงคุณค่าที่ถูกใช้ในทุกช่วงของการทำวิทยานิพนธ์และดุษฎีนิพนธ์ เพื่อให้นักศึกษาและอาจารย์ที่ปรึกษาตั้งคำถามอย่างต่อเนื่องว่า งานวิจัยนั้น “ใหม่จริงหรือไม่” “แตกต่างอย่างไร” “มีนวัตกรรมเพียงใด” และ “สร้างคุณค่าให้ใคร”

รวมถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในยุค Artificial Intelligence (AI) มหาวิทยาลัยยังได้นำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบสนับสนุนการประเมินและวิเคราะห์คุณภาพงานวิจัยผ่านกรอบ NUDIV อีกด้วย โดย AI ถูกใช้เพื่อช่วยวิเคราะห์ข้อมูล เปรียบเทียบความแตกต่างขององค์ความรู้ ตรวจสอบแนวโน้มความใหม่ของงานวิจัย วิเคราะห์ผลกระทบเชิงคุณค่า รวมถึงช่วยสนับสนุนการให้คะแนน NUDIV อย่างเป็นระบบ มีหลักฐานรองรับ และลดความคลาดเคลื่อนเชิงอัตวิสัยในการประเมิน

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวว่า ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกในอนาคต ต้องไม่ใช่เพียงการสร้างงานวิจัยเพื่อจบการศึกษา แต่ต้องเป็นการสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สามารถสร้างคุณค่าให้กับประเทศและสังคมได้จริง บัณฑิตของมทร.ธัญบุรี เป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เพียงผู้ได้รับปริญญา ซึ่ง กรอบ NUDIV ไม่ได้ใช้เพียงเพื่อประเมินผลงานวิชาการเท่านั้น แต่ยังเป็นกรอบความคิดที่ช่วยให้นักศึกษา อาจารย์ที่ปรึกษา และหลักสูตร ร่วมกันตั้งคำถามสำคัญว่า งานวิจัยนั้น “สร้างคุณค่าอะไร” และ “แตกต่างอย่างไร” จากองค์ความรู้เดิม แนวทางดังกล่าวสะท้อนการปรับบทบาทของมหาวิทยาลัยในยุคใหม่ จากสถาบันที่มุ่งผลิตบัณฑิตเชิงปริมาณ ไปสู่การเป็น “ระบบนิเวศนวัตกรรม” ที่เชื่อมโยงการศึกษา วิจัย อุตสาหกรรม และสังคมเข้าด้วยกัน ซึ่งมหาวิทยาลัยเชื่อว่า “คุณภาพ” ของบัณฑิตศึกษา จะไม่ได้วัดจากจำนวนบทความหรือจำนวนผู้สำเร็จการศึกษาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องวัดจาก “คุณค่าที่สร้างขึ้นจริง” ให้กับประเทศและสังคมในระยะยาว
 

หน้าแรก » การศึกษา