วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569 02:40 น.

การศึกษา

“กองทุนศรีบูรพา” ประกาศยกย่อง “กิตติ สิงหาปัด” ได้รับ “รางวัลศรีบูรพา” ประจำปี 2569 ด้าน “รินศรัทธา กาญจนวตี” กวีผู้พิการทางสายตา ได้รับ “รางวัลรพีพร”

วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.46 น.

เมื่อวันที่ 31  มีนาคม 2569   คณะกรรมการกองทุนศรีบูรพา ร่วมกับ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย และกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดงานครบรอบชาตกาต 121 ปี “ศรีบูรพา” กุหลาบ สายประดิษฐ์ ณ บ้านศรีบูรพา เลขที่ 35 ซอยราชวิถี 4 (ซอยพระนาง) ถนนพญาไท กรุงเทพฯ 

ในภาคเช้ามีการทำบุญ และภาคบ่ายมีกิจกรรมนำชมบ้านศรีบูรพา มอบทุนการศึกษา เสวนาหัวข้อ “ทินกรณ์ในสาธารณรัฐประชาชนจีนของ “ศรีบูรพา” เสียงหัวเราะหรือหยดน้ำตา” การอ่านบทกวีระลึก 121 ปี "ศรีบูรพา" (กุหลาบ สายประดิษฐ์) และการประกาศผล “รางวัลศรีบูรพา” และ “รางวัลรพีพร” ประจำปี 2569

นางชมัยภร บางคมบาง ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ และประธานกองทุนศรีบูรพา ประกาศผล “รางวัลศรีบูรพา” ประจำปี 2569 ได้แก่ นายกิตติ สิงหาปัด ซึ่งนับว่าได้รับรางวัลเป็นคนที่ 36 ขณะที่ “รางวัลรพีพร” ประจำปี 2569 ได้แก่ นางสาวหทัยรัตน์ จตุรวัฒนา นามปากกา “รินศรัทธา กาญจนวตี”

นางชมัยภร ได้กล่าวถึงที่มาของ “รางวัลศรีบูรพา” ว่า รางวัลศรีบูรพาก่อตั้งขึ้นโดยนายสุวัฒน์ วรดิลก  หรือ “รพีพร” เมื่อปี 2531 เพื่อรำลึกและเผยแพร่เกียรติประวัติของนายกุหลาบ  สายประดิษฐ์  หรือ “ศรีบูรพา” (พ.ศ.2448-2517) นักประชาธิปไตย นักเขียน และนักหนังสือพิมพ์คนสำคัญของไทยและของโลก  เป็นรางวัลที่มอบสำหรับศิลปิน นักคิด นักเขียน และนักหนังสือพิมพ์  ผู้มีผลงานอันทรงคุณค่า มีชีวิตที่เป็นแบบอย่างการใช้ชีวิตที่ดีงาม และแบบฉบับการสร้างสรรค์งานที่มีคุณค่าต่อสังคม โดยมีเงื่อนไขการพิจารณาดังนี้

        1. เป็นนักคิด นักเขียน นักแปล กวี หรือนักหนังสือพิมพ์ผู้มีชีวิตที่เป็นแบบอย่างการใช้ชีวิตที่ดีงามและสร้างสรรค์งานที่เป็นต้นแบบ หรือเป็นแบบฉบับที่มีคุณค่าต่อสังคมและมนุษยชาติมาอย่างต่อเนื่อง จนเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน อย่างเช่น “ศรีบูรพา”
        2. มีผลงานติดต่อกันมายาวนานกว่า 30 ปี และต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน
        3. ยังมีชีวิตอยู่


       

นักเขียนผู้ได้รับรางวัลศรีบูรพาเป็นคนแรก คือ นายศักดิชัย บำรุงพงศ์ (เสนีย์ เสาวพงศ์)  และมีผู้ได้รับรางวัลศรีบูรพาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันรวม 35 คน  และมีผู้ได้รับรางวัลศรีบูรพาเกียรติยศ  รวม 10 คน โดยผู้ได้รับรางวัลศรีบูรพาจะได้รับโล่รางวัล  และเงินจำนวน 50,000 บาท  ส่วนผู้ได้รับรางวัลศรีบูรพาเกียรติยศ จะได้รับโล่รางวัลเกียรติยศ

ประธานกองทุนศรีบูรพา ยังได้กล่าวถึงที่มาของ “รางวัลรพีพร” โดยสรุปว่า เมื่อวัยหนุ่ม  “นายสุวัฒน์ วรดิลก” หรือ “พี่อู๊ด” เจ้าของนามปากกา “รพีพร” ผู้มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย และมีความมุ่งมั่นในการจัดหาเงินสวัสดิการช่วยนักเขียนอยู่เสมอ ทั้งยังมีแนวคิดจะให้มี “รางวัลรพีพร” โดย “มูลนิธิรพีพรเพื่อสวัสดิการนักเขียน” ที่ก่อตั้งขึ้น แต่กลับเสียชีวิตไปก่อน 

ปี 2551 มูลนิธิรพีพรเพื่อสวัสดิการนักเขียนฯ จึงได้จัดให้มีการคัดเลือกนักเขียนเพื่อมอบรางวัลรพีพรขึ้น  โดยดำเนินการตามเจตจำนงของ “สุวัฒน์ วรดิลก” หรือ “รพีพร” อย่างแน่วแน่ นั่นคือ ให้กำลังใจนักเขียนที่มีใจเป็นนักเขียนจริงแท้  โดยไม่มีเงื่อนไข  โดยกำหนดให้มีการมอบรางวัลทุก 2 ปี รางวัลละ 100,000 บาท ต่อมาได้หยุดดำเนินการไประยะหนึ่ง  เนื่องจากมูลนิธิฯ ไม่มีงบประมาณเพียงพอ

จนกระทั่งในปี 2566 เป็นวาระครบรอบชาตกาล 100 ปี “รพีพร” สุวัฒน์ วรดิลก  กองทุนศรีบูรพา ซึ่งเป็นกองทุนที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2531 โดยสุวัฒน์ วรดิลกเพื่อเผยแพร่เกียรติคุณของศรีบูรพา ได้งานฉลองในวาระครบรอบชาตกาล 100 ปี รพีพร - สุวัฒน์ วรดิลก อย่างยิ่งใหญ่ ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย และในปี 2567 เป็นต้นมา กองทุนศรีบูรพา เห็นสมควรดำเนินงานมอบรางวัลรพีพรต่อจากที่เคยทำมา  โดยยังคงปณิธานของนายสุวัฒน์ วรดิลก ที่ว่า เป็นการให้ทุนเพื่อให้นักเขียนสามารถสร้างสรรค์งานได้อย่างมีความสุข และได้ปรับเป็นการมอบรางวัลทุกปี  ปีละ 50,000 บาท  โดยคงหลักการเดิม คือ
        1. เป็นนักเขียนอิสระ
        2. มีผลงานคุณภาพ เป็นที่รู้จักกันดีในวงการวรรณกรรม
        3. เป็นผู้สร้างสรรค์งานเพื่อสังคม  ในแนวทางเดียวกับสุวัฒน์ วรดิลก
        4. ยังมีชีวิตอยู่ และยังสร้างสรรค์งานอยู่ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ในปี 2568 กองทุนศรีบูรพา ยังได้ริเริ่ม “รางวัลยังศรีบูรพา” (Young Sriburapha) เป็นปีแรก เพื่อสืบสานเกียรติยศและชื่อเสียงของ“ศรีบูรพา” หรือ “กุหลาบ สายประดิษฐ์” ให้อยู่ยั่งยืนในสังคมวรรณกรรมไทยตลอดไป ทั้งเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้สร้างสรรค์งานวรรณกรรมในแนวทางเดียวกับ “ศรีบูรพา” รวมถึงกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัว และเกิดการเคลื่อนไหวต่อเนื่องในแวดวงวรรณกรรม โดยในปีแรก (2568) จัดประกวด “เรื่องสั้น” กำหนดให้มีแนวคิดของศรีบูรพาที่ว่า “ผู้ใดเกิดมาเป็นสุภาพบุรุษ ผู้นั้นเกิดมาสำหรับคนอื่น” ขณะที่ในปี 2569 นี้ จัดประกวด “บทความ” ในหัวข้อ “แลไปข้างหน้า” ผู้สนใจสามารถส่งผลงานได้ถึง 15 มิถุนายน 2569 โดยสามารถติดตามรายละเอียดการส่งผลงานได้ที่ Facebook กองทุนศรีบูรพา 

นอกจากนั้นแล้ว ในปี 2569 นี้ กองทุนศรีบูรพา ยังได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ในการจัดทำโครงการอนุรักษ์และจัดทำหนังสือ ทินกรณ์ของกุหลาบ สายประดิษฐ์ (ศรีบูรพา) ระหว่างลี้ภัยทางการเมืองในสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นการถอดความจากต้นฉบับลายมือบันทึกประจำวันของ “ศรีบูรพา” ระหว่างปี พ.ศ. 2501-2517 ที่กำหนดให้สามารถเปิดอ่านได้ในวาระครบรอบ 120 ปี ชาตกาล ของ “ศรีบูรพา” โดยจะจัดพิมพ์เป็นหนังสือเพื่อเผยแพร่ และกำหนดเปิดตัวหนังสือในเดือนสิงหาคม 2569 

ทั้งนี้ พิธีมอบ “รางวัลศรีบูรพา” และ “รางวัลรพีพร” จะจัดขึ้นในงาน “วันนักเขียน” ของสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ซึ่งกำหนดจัดงาน 5 พฤษภาคม 2569 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ขณะที่การประกวดผลงานรางวัลยังศรีบูรพา กำหนดประกาศผลการตัดสินและรับรางวัลในเดือนตุลาคม 2569
 

หน้าแรก » การศึกษา