การศึกษา
กสศ. เดินหน้า 5 ชุดโอกาสช่วยเหลือเด็กและเยาวชนแบบรายคน ทันที ทันการณ์ ตรงจุด พร้อมบูรณาการวิจัยและปฏิบัติการ
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
กสศ. เดินหน้า 5 ชุดโอกาสช่วยเหลือเด็กและเยาวชนแบบรายคน ทันที ทันการณ์ ตรงจุด พร้อมบูรณาการวิจัยและปฏิบัติการ สร้างระบบคุ้มครองเด็กอย่างยั่งยืน ภายใต้นโยบาย Thailand Zero Dropout Plus
เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 ที่ประชุมคณะทำงานพัฒนานวัตกรรมการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ซึ่งมี ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ในฐานะประธานคณะทำงานดังกล่าว มีมติเห็นชอบ “ชุดสวัสดิการพื้นฐานสำหรับเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา” เพื่อรับมือช่วงเปิดเทอมปีการศึกษา 2569 ภายใต้นโยบาย Thailand Zero Dropout Plus

ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวว่า สถานการณ์ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์โลกในปัจจุบัน ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อราคาพลังงาน ค่าครองชีพ และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระดับมหภาคของประเทศไทย โดยผลกระทบดังกล่าวได้กระทบถึงครัวเรือนยากจนที่เปราะบางที่สุด สอดคล้องกับองค์ความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษาที่ชี้ชัดว่า ช่วงเปิดภาคเรียนคือจุดวิกฤตทางการเงินของครัวเรือน เพราะรายจ่ายหลายด้านเกิดขึ้นพร้อมกันในเวลาอันสั้น ทั้งค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบ และค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่น ๆ ทางการศึกษา

“แรงกดดันทางการเงินที่สะสมขึ้นในช่วงเปิดเทอม จึงกลายเป็นหนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างที่ทำให้เด็กและเยาวชนจำนวนหนึ่ง เสี่ยงหยุดเรียนหรือหลุดจากระบบการศึกษาไป”

ดังนั้น เพื่อเสริมพลังมาตรการของหน่วยงานหลัก คณะทำงานฯ จึงมีมติเห็นชอบจัด “ชุดสวัสดิการพื้นฐานสำหรับเด็กวิกฤตการศึกษา” ตาข่ายสุดท้ายเพื่อปกป้องไม่ให้เด็กและเยาวชนหลุดจากระบบการศึกษา ซึ่งออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหา 3 ระดับ ได้แก่

(1) อุปสรรคทางเศรษฐกิจเฉพาะหน้า
(2) การขาดโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น
(3) การขาดกลไกรองรับในระยะยาว

“มาตรการดังกล่าวจะดำเนินการผ่าน “ศูนย์ช่วยเหลือเด็กวิกฤตการศึกษา กสศ.” โดยมุ่งช่วยเหลือเด็กและเยาวชนอายุ 3-18 ปีทั่วประเทศ ที่อยู่ในภาวะ “วิกฤตสูงสุด” หรือ “กลุ่มสีแดง” เป็นลำดับแรก เนื่องจากเป็นกลุ่มที่เผชิญข้อจำกัดรุนแรงจนไม่สามารถเรียนต่อได้ ต้องออกไปทำงานเพื่อประคองครอบครัว หรือมีเงื่อนไขชีวิตที่ทำให้เส้นทางการเรียนสะดุดลงอย่างฉับพลัน กสศ. ยืนยันว่า การช่วยเหลือเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ต้องเป็นแบบ “รายคน ทันที ทันการณ์ และตรงจุด” เพราะวิกฤตระยะสั้นในชีวิตเด็กเพียงคนเดียว หากไม่ได้รับการแก้ไขทันเวลา อาจนำไปสู่การหลุดออกจากระบบการศึกษาอย่างถาวร” ศ.ดร.สมพงษ์ ระบุ

ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวว่า ชุดสวัสดิการพื้นฐานสำหรับเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา ประกอบด้วย “5 โอกาส” ได้แก่
โอกาสที่ 1 คูปองการเรียนรู้ Learning Plus
สวัสดิการสนับสนุนการเข้าถึงการศึกษาแบบบูรณาการ 3 มิติ ทั้งคอร์สทักษะออนไลน์ฟรี ครอบคลุมทักษะชีวิต ทักษะดิจิทัล และทักษะอาชีพยุคใหม่ รวมถึงการสนับสนุนค่าเดินทางและค่าอาหารเช้า
โอกาสที่ 2 เรียนฟรีได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่าน Mobile School
แพลตฟอร์มการเรียนรู้ยืดหยุ่นแบบออนไลน์ (Flexible Learning Platform) ที่เชื่อมการเรียนรู้จากชุมชน พื้นที่ทำงาน และชีวิตประจำวัน เข้ากับผู้เรียน ครู โค้ช และพื้นที่การเรียนรู้ในระบบเดียว มุ่งทลายข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ และเปิดโอกาสให้เรียนฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
โอกาสที่ 3 SIM พร้อมเรียน
การสนับสนุนอินเทอร์เน็ตฟรีเพื่อการเรียนรู้ ภายใต้หลักคิดว่า “การเชื่อมต่อดิจิทัล” คือโครงสร้างพื้นฐานทางโอกาสที่สำคัญไม่ต่างจากสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัลที่ยังเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงการเรียนรู้
โอกาสที่ 4 Learn to Earn
กลไกการเรียนรู้ควบคู่การทำงาน (Work-Integrated Learning) ผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชน โดยมีระบบเทียบโอนทักษะจากการทำงานเป็น “หน่วยกิตการศึกษา” เปิดทางให้ผู้เรียนมีรายได้ระหว่างเรียน และได้รับวุฒิการศึกษาที่ได้รับการรับรองเมื่อสำเร็จการศึกษา เพื่อลดเงื่อนไขที่ทำให้เด็กต้องเลือกระหว่าง “ปากท้อง” กับ “อนาคต”
โอกาสที่ 5 ธนาคารโอกาส
ระบบกลางจัดสรรทรัพยากรและสวัสดิการด้านอุปกรณ์การศึกษา เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ และสื่อการเรียนรู้ บนหลักการของความโปร่งใสและการมุ่งเป้าอย่างแม่นยำ เพื่อให้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ไปถึงเด็กที่ต้องการจริง เพราะการขาดอุปกรณ์จำเป็นเพียงชิ้นเดียว อาจทำให้เด็กคนหนึ่งหลุดออกจากการเรียนรู้ได้
ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้มาตรการครั้งนี้แตกต่างจากการช่วยเหลือเฉพาะหน้า คือการออกแบบให้มี การวิจัยนโยบายควบคู่กับการปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ ภายใต้กรอบ “วิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม” เพื่อสะสมหลักฐานเชิงประจักษ์จากพื้นที่จริงในทุกมาตรการ และต่อยอดไปสู่การสร้างระบบคุ้มครองเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษาที่ยั่งยืน สามารถใช้ขยายผลระดับนโยบายได้ในอนาคต
ทั้งนี้ กสศ. พร้อมเปิดรับความร่วมมือจากจังหวัดทั่วประเทศ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ที่สนใจเข้าร่วมโครงการเพื่อช่วยเหลือเด็กวิกฤต โดยสามารถติดต่อ ศูนย์ช่วยเหลือเด็กวิกฤตการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เบอร์สายด่วนโทร 092-596-6155 และ 02-079-5475
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การศึกษา
Top 5 ข่าวการศึกษา ![]()
- มก.รับมอบเงิน ร่วมสร้าง “โรงพยาบาลเกษตรศาสตร์” เพื่อยกระดับระบบสุขภาพของประเทศ 24 เม.ย. 2569
- “ยศชนัน” ชี้ทางรอดไทยต้องพลิกประเทศจากผู้ตามสู่ผู้กำหนดเกม เร่งสร้างผู้นำคุณภาพผ่านหลักสูตร PPCIL รุ่น 8 ลั่นไทยยังมีโอกาสหากมีผู้นำที่สามารถเชื่อมโยงนวัตกรรมกับนโยบายได้ 24 เม.ย. 2569
- สพม.เลย หนองบัวลำภู เตรียมยกทัพนิเทศ ติดตามการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน 24 เม.ย. 2569
- “รมช.อัครนันท์” ลุยงานต่อเนื่อง! หารือผู้บริหาร สกร. เล็งยกระดับการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตอบโจทย์คนทุกช่วงวัย 24 เม.ย. 2569
- กสศ. เดินหน้า 5 ชุดโอกาสช่วยเหลือเด็กและเยาวชนแบบรายคน ทันที ทันการณ์ ตรงจุด พร้อมบูรณาการวิจัยและปฏิบัติการ 24 เม.ย. 2569
ข่าวในหมวดการศึกษา ![]()
ความสำเร็จดาวเทียมฝีมือคนไทย! “TSC-1” พัฒนาเองกว่า 60% ผ่านบททดสอบอวกาศสุดหิน “อ.เชน” ดูถึงที่ มั่นใจความพร้อม เตรียมพร้อมทะยานสู่ Flight Model ปีหน้า 20:35 น.- “ราชมงคลสุวรรณภูมิ” ส่งนักศึกษาบินลัดฟ้าสู่จีน ปั้นทักษะสู่ภาคอุตสาหกรรมระดับนานาชาติ 15:12 น.
- ผู้ว่าฯ กทม. เยี่ยมชม “Super Station” มก. ติดตามนวัตกรรมวิเคราะห์ฝุ่น PM2.5 ขั้นสูง 13:06 น.
- “ผลงานนวัตกรรมหุ่นกายวิภาคของกล้ามเนื้อสุนัขแบบโต้ตอบได้” คว้ารางวัลระดับโลก 11:03 น.
- พรกมล ทองเผือก” นศ.ราชมงคลพระนคร คว้าเหรียญทอง ศึกคิกบ็อกซิ่งระดับนานาชาติ 09:02 น.


