วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 17:59 น.

การศึกษา

ประเทศไทยปักหมุด “National Knowledge Center” วางโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาครั้งแรกของประเทศ รับยุค AI ยกระดับ “Wellness Economy” เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.30 น.

เมื่อวันที่ 11  พฤษภาคม 2569  สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD ประกาศเดินหน้าจัดตั้ง “ศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ (National Knowledge Center: NKC)” บนพื้นที่กว่า 16,000 ตารางเมตร บนถนนราชดำเนินกลาง โดยวางบทบาทให้เป็น “โครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาของประเทศ” (National Intellectual Infrastructure) เพื่อรองรับเศรษฐกิจฐานความรู้และการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัญญาประดิษฐ์

การประกาศดังกล่าวมีขึ้นในงาน “OKMD Next to the Future: 22 ปี กับการออกแบบระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ของประเทศไทย” ซึ่งสะท้อนการยกระดับจาก “องค์กรความรู้” สู่ “ระบบนิเวศความรู้ระดับชาติ” ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ เครือข่าย และผู้คนเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการ OKMD กล่าวว่า การก้าวเข้าสู่ปีที่ 22 ไม่ใช่เพียงหมุดหมายสำคัญขององค์กร แต่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของบทบาทประเทศไทยในเวทีโลก การเกิดขึ้นของ NKC จะไม่ใช่เพียงพื้นที่ให้บริการความรู้ แต่คือโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาของประเทศ ที่ทำหน้าที่จัดระเบียบ เชื่อมโยง และยกระดับองค์ความรู้ของประเทศ ให้สามารถสร้างคุณค่าได้จริงในเศรษฐกิจยุคใหม่ และทำให้คนไทยทุกกลุ่มเข้าถึงโอกาสในการเรียนรู้อย่างมีความหมาย

“NKC บนถนนราชดำเนินกลาง ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าพื้นที่ทางกายภาพ แต่เป็น “แพลตฟอร์มกลางของประเทศ” ที่เชื่อมโยงหน่วยงานความรู้ สถาบันการศึกษา ภาคธุรกิจ และประชาชน ในฐานะพื้นที่สาธารณะด้านปัญญาที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ” ดร.ทวารัฐ กล่าว  

ด้าน ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี นายกสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น อดีตรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ และอดีตรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน กล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยระบุว่า การก่อตั้ง OKMD มีรากฐานจากบทเรียนของวิกฤตเศรษฐกิจเอเชีย ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยต้องปรับทิศทางสู่ “สังคมฐานความรู้” ประเทศในโลกยุคใหม่จะอยู่รอดไม่ได้ หากยังแข่งขันด้วยต้นทุนแรงงานหรือวัสดุเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้าง ‘ความสามารถในการแข่งขันเชิงระบบ’ ซึ่งต้องมีระบบนิเวศความรู้ที่เข้มแข็งเป็นฐาน

“ผมอยากให้คนไทยจดจำว่า ‘ถ้าอยากรู้อะไร ให้นึกถึง NKC’ เพราะ NKC ต้องเป็นศูนย์กลางที่สร้างคุณค่าของความรู้ และเชื่อมโยงทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน ไม่ใช่เพียงแค่แหล่งข้อมูล” ดร.ณรงค์ชัย กล่าว 

ดร.ณรงค์ชัย ยังเสนอว่า NKC จำเป็นต้องมีรูปแบบการดำเนินงานที่ยั่งยืน และมีความสามารถสร้างรายได้ควบคู่กับการสนับสนุนบางส่วนจากภาครัฐ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง และในมิติของการพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ OKMD จะสามารถเป็นกลไกสำคัญในการผลักดัน “Wellness Economy” โดยต่อยอดจากศักยภาพด้านการแพทย์และบริการสุขภาพของประเทศ เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และสร้างมูลค่าเพิ่มในระดับอุตสาหกรรม ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านสุขภาพในระดับโลก หากสามารถจัดระบบองค์ความรู้ให้เชื่อมโยงกันได้ จะกลายเป็นหนึ่งในกลไกเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ

ในบริบทของโลกยุค AI ซึ่งข้อมูลสามารถเข้าถึงได้อย่างไร้ขีดจำกัด บทบาทของ NKC จึงไม่ใช่การเป็นแหล่งเก็บข้อมูล แต่คือ “การสร้างคุณค่าของความรู้ (Value of Knowledge)” และทำให้สังคมสามารถใช้ความรู้เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง การเดินหน้าสู่ NKC ในครั้งนี้ จึงสะท้อนการวางรากฐาน “โครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา” ของประเทศไทยเป็นครั้งแรกในระดับระบบ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจฐานความรู้ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความยั่งยืนในระยะยาว

หน้าแรก » การศึกษา