วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569 01:37 น.

การศึกษา

เข้าใจ Queer อัตลักษณ์ที่เปิดกว้างและลื่นไหล โอบกอดความหลากหลาย เพื่อสังคมเท่าเทียมและเป็นธรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.21 น.

เข้าใจ Queer อัตลักษณ์ที่เปิดกว้างและลื่นไหล โอบกอดความหลากหลาย เพื่อสังคมเท่าเทียมและเป็นธรรม

 

“เควียร์ (Queer)” คือคำที่ใช้เรียกอัตลักษณ์ทางเพศแบบกว้าง ครอบคลุมผู้ที่มีความหลากหลายทั้งในด้านเพศสภาพ เพศวิถี และการแสดงออกทางเพศ โดยไม่จำกัดอยู่เพียงกรอบชายหรือหญิงแบบเดิมของสังคม และยังสะท้อน “ความลื่นไหลของเพศ” (Gender Fluidity) ที่เปิดพื้นที่ให้แต่ละคนนิยามตัวตนของตนเองได้อย่างอิสระ

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน แนวคิดหลายอย่างในสังคมก็เปลี่ยนตาม เช่นเดียวกับเรื่องความหลากหลายทางเพศ ที่วันนี้ ไม่ได้มีเพียงชายหรือหญิงอีกต่อไป แต่เปิดกว้างไปสู่อัตลักษณ์ที่หลากหลายมากขึ้น อย่างที่รู้จักและพูดถึงอย่างเปิดเผยว่า LBGTQ+ ทั้งในสื่อ งานวิชาการ และการพูดคุยทั่วไป LBGTQ+ สื่อถึงการรวบรวมกลุ่มอัตลักษณ์ทางเพศต่าง ๆ เช่น เลสเบี้ยน, เกย์, ไบเซ็กชวล, ทรานส์เจนเดอร์, เควียร์ และอื่น ๆ แต่เมื่อจะลงลึกทำความเข้าใจแต่ละตัวอักษร หรืออัตลักษณ์ทางเพศแล้ว Q (Queer) เควียร์ นับได้ว่าเป็นกลุ่มความหลากหลายทางเพศที่คนในสังคมยังไม่เข้าใจนัก

“เควียร์” คืออะไร” หลายคนสงสัยและตั้งคำถามต่อไปว่า “เควียร์แตกต่างจากความหลากหลายทางเพศกลุ่มอื่น ๆ อย่างไร” และ “ธงเควียร์” ที่เป็นสัญลักษณ์ของอัตลักษณ์นี้มีความหมายอย่างไร ต่างกับ “ธงไพรด์สีรุ้ง” ที่เราคุ้นตาหรือไม่ ดร.รพินท์ภัทร์ ยอดหล่อชัย อาจารย์แขนงวิชาจิตวิทยาพัฒนาการ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะมาไขประเด็นและข้อคำถามเหล่านี้ ตั้งแต่ความหมาย อัตลักษณ์ ไปจนถึงการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศในสังคม

เควียร์ (Queer) คืออะไร? เข้าใจอัตลักษณ์ทางเพศแบบไม่จำกัดกรอบ - อาจารย์ ดร.รพินท์ภัทร์ อธิบายว่า “เควียร์” เป็น umbrella term หรือคำที่ใช้เรียกกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศแบบกว้าง ๆ ครอบคลุมทั้งมิติของอัตลักษณ์ทางเพศ เพศวิถี และการแสดงออกทางเพศที่ไม่ตรงกับบรรทัดฐานดั้งเดิมของสังคม

“กล่าวให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ เควียร์คืออัตลักษณ์ที่ไม่ยึดติดกับกรอบตายตัว และเปิดรับความลื่นไหลของตัวตนในหลายมิติ เช่น คน ๆ หนึ่งอาจรู้สึกว่าตนเองมีทั้งความเป็นชายและความเป็นหญิง หรือเป็นเพียงอัตลักษณ์ชายหญิงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือบางวันอยากแสดงออกแบบหนึ่ง อีกวันอยากแสดงออกอีกแบบหนึ่ง  รวมถึงอาจชอบเพศเดียวกัน ต่างเพศ หรือทุกเพศก็ได้หมด”

 

 

อาจารย์รพินท์ภัทร์ อธิบายต่อไปอีกว่าแก่นของ “เควียร์” คือการไม่ถูกกำหนดด้วยป้าย (Label) ว่าจะต้องเป็นแบบใดแบบหนึ่ง เป็นหญิง หรือเป็นชาย จึงเปิดพื้นที่ให้แต่ละคนสามารถนิยามตัวตนของตนเองได้อย่างอิสระ

เควียร์ ท้าทายกรอบคิดเรื่องเพศของสังคม -  เควียร์ มักเป็นคำที่ได้ยินและใช้ในบริบทต่างประเทศมากกว่า ในอดีต “เควียร์” เป็นคำที่ใช้เหยียดผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ แต่ต่อมา กลุ่มคน LGBTQ+ ได้นำคำนี้กลับมาใช้เรียกอัตลักษณ์ของตัวเอง เพื่อแสดงจุดยืนในการต่อต้านสังคมเดิมที่มีการกดทับและกดขี่ทางเพศ และท้าทายกรอบความคิดแบบเดิมที่มองว่าเพศมีเพียงชายหรือหญิงเท่านั้น รวมถึงสื่อถึงการไม่ต้องการจำกัดตัวเองอยู่ในหมวดหมู่ใดหมวดหมู่หนึ่ง

อาจารย์รพินท์ภัทร์ อธิบายว่า “การมีอัตลักษณ์เควียร์ในสังคมปัจจุบันสะท้อนถึงความก้าวหน้าที่พยายามก้าวข้ามกรอบแบบทวิลักษณ์ (Binary) ซึ่งจำกัดเพศไว้เพียง “ชาย” และ “หญิง” เท่านั้น และเปิดมุมมองใหม่ว่าอัตลักษณ์ทางเพศสามารถมีความลื่นไหล (Fluid) ได้ นอกจากนี้ คำว่าเควียร์ช่วยลดกรอบที่ตายตัว หรือการแปะป้าย (Label) ที่กำหนดตัวตนของผู้คน เควียร์เป็นคำที่กว้างและยืดหยุ่น ทำให้หลายคนสามารถเลือกใช้เพื่อสะท้อนตัวตนของตนเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในกรอบใดกรอบหนึ่ง”

ในอีกมิติหนึ่ง การนำคำที่เคยเป็นคำเหยียดกลับมาใช้ใหม่ ยังถือเป็นการเปลี่ยนความหมายของภาษาให้กลายเป็นพลังในการแสดงจุดยืน และท้าทายบรรทัดฐานทางเพศแบบดั้งเดิม หรือที่เรียกว่า heteronormativity และสร้างพื้นที่ให้ผู้คนสามารถแสดงออกได้อย่างอิสระมากขึ้น

ธงเควียร์ ความหมายภายใต้สีสัน -  ธงเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของชุมชนความหลากหลายทางเพศ “สี” เป็นตัวแทนในการสื่อสารอัตลักษณ์ที่แตกต่างกัน เช่น ธงไพรด์ (Pride Flag) ธงแถบ 6 สีที่หลายคนคุ้นตา เป็นสัญลักษณ์รวม ๆ ของความหลากหลายทางเพศ อย่างไรก็ดี กลุ่มอัตลักษณ์หลากหลายทางเพศต่างก็กำหนดธงสัญลักษณ์ของตัวเอง อย่างชุมชนเควียร์ก็มีธงสัญลักษณ์ของตัวเอง โดย ธงเควียร์ (Queer Flag) มีสีและความหมายเชิงสัญลักษณ์ ดังนี้

สีชมพู และสีฟ้า (หลายเฉด) : สื่อถึงกลุ่มคนที่รักหรือชอบเพศเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเลสเบี้ยน (Lesbian) เกย์ (Gay) หรือไบเซ็กชวล (Bisexual) แต่ละเฉดก็จะแสดงถึงความเป็น spectrum  สีส้ม และสีเขียว : สื่อถึงกลุ่ม non-binary หรือกลุ่มที่มีอัตลักษณ์ทางเพศไม่ตรงตามบรรทัดฐาน สีขาว และสีดำ : สื่อถึงกลุ่มผู้ไม่ฝักใฝ่ทางเพศ (Asexual) กลุ่มคนที่ไม่ได้มีความรู้สึกรักแบบโรแมนติก (Aromantic) หรือกลุ่มที่รู้สึกว่าตัวเองไม่มีอัตลักษณ์ทางเพศใด ๆ (Agender) โดยภาพรวม “ธงเควียร์” ไม่ได้มีความหมายตายตัวเพียงแบบเดียว แต่เป็นสัญลักษณ์ที่ต้องการจะแสดงให้เห็นว่าความหลากหลายทางเพศมีหลายมิติและไม่ได้จำกัดอยู่เพียงไม่กี่รูปแบบ

บทบาทสื่อและการศึกษา ส่งเสริมความเข้าใจ “เควียร์” - อาจารย์รพินท์ภัทร์ เผยมุมมองว่า “สื่อ” เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศ เพราะมีบทบาทในการถ่ายทอดเรื่องราวและเปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้เห็นอัตลักษณ์เควียร์ในมิติที่หลากหลายมากขึ้น ขณะเดียวกัน งานศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นงานเขียน ภาพวาด หรือสื่อสร้างสรรค์รูปแบบต่าง ๆ ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสื่อสารและสะท้อนตัวตนของเควียร์ได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การนำเสนออัตลักษณ์เควียร์ผ่านสื่อหรือศิลปะก็ยังขึ้นอยู่กับความเข้าใจของผู้ผลิตเนื้อหา เพราะแม้คำว่าเควียร์จะมีความหมายที่ครอบคลุม แต่ในทางปฏิบัติก็ยังมีช่องว่างของความเข้าใจอยู่ เช่นเดียวกับที่คนในเพศเดียวกันก็อาจมีประสบการณ์ที่แตกต่างกันได้ แม้จะมีข้อจำกัดดังกล่าว แต่การมีตัวแทนของเควียร์ในสื่อก็ยังถือว่า “มี ดีกว่า ไม่มี” เพราะอย่างน้อยก็ช่วยเปิดโอกาสให้สังคมได้เรียนรู้และทำความเข้าใจมากขึ้น

นอกจากสื่อแล้ว “การศึกษา” ก็มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ที่สามารถให้ความรู้เกี่ยวกับเพศกำเนิด เพศสภาพ และเพศวิถี เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องตั้งแต่พื้นฐาน “เช่น ผู้ชายที่มีบุคลิกหรือท่าทางแบบ feminine ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาอยากเป็นผู้หญิง หรือชอบผู้ชายเสมอไป เขาอาจเป็นผู้ชายที่ชอบผู้หญิงแต่มีบุคลิกเช่นนั้นก็ได้” อาจารย์รพินท์ภัทร์กล่าวอธิบายพร้อมยกตัวอย่างให้เห็นภาพ  การเรียนรู้ในลักษณะนี้จะช่วยลดอคติ ลดการตัดสินผู้อื่นจากความเชื่อเดิม ๆ และเปิดโอกาสให้เกิดการพูดคุยแลกเปลี่ยนอย่างสร้างสรรค์ นำไปสู่การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างเคารพในความแตกต่างของกันและกัน

 

มากกว่านิยาม คือความเข้าใจ -  อาจารย์รพินท์ภัทร์ กล่าวว่าคนที่มีความแตกต่างหลากหลายทางเพศ หรือคนที่ไม่ได้มีเพศวิถีแบบชายรักหญิงหรือหญิงรักชาย มีความต้องการไม่แตกต่างจากคนที่เป็นชายรักหญิง หรือหญิงรักชาย นั่นคือ ต้องการสิทธิ เสรีภาพ และการได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมไม่แตกต่างกัน  การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างเข้าใจจึงเป็นเรื่องของทุกคน ไม่ว่าจะอัตลักษณ์ใด โดยสามารถเริ่มต้นได้จากสิ่งพื้นฐานในชีวิตประจำวัน เช่น

เปิดใจเรียนรู้และทำความเข้าใจ การเป็น LGBTQ+ หรือเควียร์ ไม่ใช่โรค ไม่ใช่ความผิดปกติ และไม่ใช่สิ่งที่เลือกได้ตามอำเภอใจ แต่เป็นการค้นพบตัวตนทางเพศหรือเพศวิถีของตนเอง ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น ปัจจัยทางชีววิทยา กรรมพันธุ์ การเลี้ยงดู สภาพแวดล้อม และการปฏิสัมพันธ์กับสังคม ซึ่งไม่แตกต่างจากคนรักต่างเพศที่อาจไม่สามารถอธิบายได้เหมือนกันว่าทำไมจึงชอบเพศหนึ่งเพศใด ไม่ควรมองความแตกต่างว่าเป็นเรื่องแปลก ให้มองว่าเป็นเพียงอีกหนึ่งความแตกต่างของมนุษย์ โดยอาจเริ่มจากการเรียนรู้และทำความเข้าใจ การฟังด้วยใจที่เปิดกว้าง เป็นต้น

สนับสนุนความเท่าเทียมในระดับสังคม หากมีโอกาส ทุกฝ่ายควรให้การสนับสนุนกฎหมายหรือแนวคิดที่ส่งเสริมความเท่าเทียมด้านสิทธิและเสรีภาพเพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่เป็นธรรมมากขึ้น  ที่สุดแล้ว เหนือกว่าการเข้าใจความหมายและนิยามของอัตลักษณ์ทางเพศ คือการเปิดใจ รับฟัง และเคารพความแตกต่างของกันและกัน เพื่อให้ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเท่าเทียม โดยไม่มีเพศใดสูงหรือต่ำกว่า เพราะไม่ว่าอัตลักษณ์จะเป็นเช่นไร เราทุกคนล้วนเป็นมนุษย์เหมือนกัน

                

ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com    และ  bat_mamsao@yahoo.com

 

 

หน้าแรก » การศึกษา

Top 5 ข่าวการศึกษา