วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569 01:13 น.

การศึกษา

“ยศชนัน-อัครนันท์” เปิดประชุมสภาลูกเสือไทยปี 69 ชู 3 หลักคิดปั้นเยาวชนจิตอาสาสู่พลเมืองดีของชาติ

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.24 น.

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569  ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่สภานายกสภาลูกเสือไทย ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสภาลูกเสือไทย ประจำปี 2569 โดยมี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปฏิบัติหน้าที่แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นางสาวพลอย ธนิกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายวรัท พฤกษาทวีกุล เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมการประชุม เพื่อร่วมกันวางแนวทางการพัฒกากิจการลูกเสือไทยให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง ณ ห้องประชุมอารียา ชั้น 5 โรงแรมเอเชีย แอร์พอร์ต จังหวัดปทุมธานี

โดยก่อนเริ่มการประชุม ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้นำคณะผู้บริหารและบุคลากรทางการลูกเสือทุกท่าน ร่วมยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ผู้ทรงมีพระเมตตาและทรงให้ความสำคัญต่อกิจการลูกเสือแห่งชาติมาโดยตลอด ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยะอุตสาหะ ทรงมีพระราชดำริและพระปณิธานในการส่งเสริมกิจการลูกเสือไทยให้เจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง อันเป็นแบบอย่างแห่งความเสียสละและการอุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างหาที่สุดมิได้

นายอัครนันท์ กล่าวรายงานว่า ในฐานะกรรมการสภาลูกเสือไทยว่า ตามพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. 2551 สภาลูกเสือไทยมีอำนาจหน้าที่วางนโยบายเพื่อความมั่นคงและความเจริญก้าวหน้าของคณะลูกเสือแห่งชาติ ให้คำแนะนำในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ และพิจารณารายงานประจำปี ซึ่งในปีที่ผ่านมา สำนักงานลูกเสือแห่งชาติได้ดำเนินกิจการเป็นไปตามกฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้องทุกระดับ มุ่งปลูกฝัง ฝึกฝน และพัฒนาเยาวชนให้ยึดมั่นในอุดมการณ์ลูกเสือ มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ พร้อมน้อมนำโครงการจิตอาสาพระราชทานมาเสริมสร้างจิตสำนึกพลเมือง บำเพ็ญประโยชน์ต่อชุมชนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน อันเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างเยาวชนไทยให้เป็นพลเมืองที่ดีของชาติ

ทั้งนี้ ยังได้ดำเนินการสร้างความสัมพันธ์กับคณะลูกเสือนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการดำเนินงานที่ผ่านมาประสบความสำเร็จตามเป้าหมายทุกประการ ด้วยความร่วมมือจากลูกเสือ บุคลากรทางการลูกเสือ หน่วยงานการศึกษา สถานศึกษาทุกสังกัด ตลอดจนองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะลูกเสือแห่งชาติมีภารกิจสำคัญในการพัฒนาเยาวชนทั้งทางกาย สติปัญญา จิตใจ และศีลธรรม ให้เป็นผู้มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ และเป็นพลเมืองดีของสังคม จึงขอเน้นย้ำใน 3 ประเด็นสำคัญ ประการแรกคือ เรื่องระเบียบวินัย (Discipline) ที่ต้องปลูกฝังตั้งแต่ยังเป็นเยาวชนเพื่อให้เกิดขึ้นตามธรรมชาติของหน้าที่พลเมือง ประการที่สองคือ ศีลธรรม (Governance) เพื่อสร้างประเทศชาติให้น่าอยู่ และประการที่สามคือ การเป็นผู้ให้ ด้วยการแสวงหาความรู้และพัฒนาทักษะแห่งอนาคต เช่น การรู้เท่าทันภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cyber Security) การกลั่นแกล้งออนไลน์ ข่าวปลอม และการเข้ามาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อให้ลูกเสือไทยรู้เท่าทันโลก ควบคู่กับการยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เคารพสิทธิและหน้าที่ของตนเอง นำความรู้ในโลกยุคใหม่มาบูรณาการร่วมกับคุณธรรมเพื่อเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอให้ผู้บังคับบัญชาลูกเสือทุกระดับปฏิบัติหน้าที่ด้วยความภาคภูมิใจ ในฐานะผู้นำทางความคิดและแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชน พร้อมขอให้ทุกฝ่ายร่วมสืบสานพระราชปณิธานด้านการลูกเสือ ยกระดับการบริหารจัดการ และขยายเครือข่ายความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้กิจการลูกเสือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างพลเมืองคุณภาพที่พร้อมอุทิศตนเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติต่อไป
 

หน้าแรก » การศึกษา