การศึกษา
พระพรหมวัชรธีราจารย์ ดำรงตำแหน่งอธิการบดี "มจร" ต่อเป็นสมัยที่ 3
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569พระเทพวัชรสารบัณฑิต หรือเจ้าคุณประสาร รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือ มจร ในฐานะเลขานุการสภามหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน คณะกรรมการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยที่ได้รับการคัดเลือกและแต่งตั้งจากสภามหาวิทยาลัยโดยมีพระพรหมบัณฑิต อุปนายกสภามหาวิทยาลัย ในฐานะกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิฝ่ายบรรพชิต เป็นประธานคณะกรรมการสรรหา พร้อมด้วยคณะกรรมการทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์รวม 7 ท่านได้ประชุมกันมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เสนอชื่อ พระพรหมวัชรธีราจารย์ (สมจินต์ สมฺมาปญฺโญ วันจันทร์) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ กทม. รองแม่กองบาลีสนามหลวง รองประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ รองเจ้าคณะภาค 5 สำเร็จการศึกษาเปรียญธรรม 9 ประโยค (ป.ธ.9) ปริญญาตรีด้านการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ปริญญาโทรุ่นที่ 1 ด้านพระพุทธศาสนา จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (พธ.ม.,มจร) และปริญญาเอกด้านปรัชญา จากมหาวิทยาลัยพาราณาสี ประเทศอินเดีย ตำแหน่งทางวิชาการ เป็นศาสตราจารย์ ประจำภาควิชาปรัชญา คณะพุทธศาสตร์ ให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และให้เสนอชื่อเพื่อให้สภามหาวิทยาลัยเห็นชอบต่อไป
และในวันนี้ (24 มิย.) เวลา 13.00 น.สภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยได้มีการประชุมครั้งที่ 6/2569 ประจำเดือนมิถุนายน ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติให้ พระพรหมวัชรธีราจารย์ ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยและให้ฝ่ายเลขานุการสภามหาวิทยาลัยดำเนินการเพื่อให้สมเด็จพระสังฆราชทรงมีพระบัญชาแต่งตั้งอธิการบดี ต่อไป
พระเทพวัชรสารบัณฑิต กล่าวต่อไปว่าการสรรหาอธิการบดีในครั้งนี้ เป็นไปตามข้อบังคับใหม่ปี พ.ศ.2569 ที่สอดรับกับระบบธรรมาภิบาล คือ มีกรรมการสัดส่วนจากกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิทั้งฝ่ายบรรพชิต เช่น พระพรหมบัณฑิต และพระพรหมโมลี เป็นกรรมการ มีพระเถระที่มีตำแหน่ง หรือเคยดำรงตำแหน่งตั้งแต่เจ้าคณะภาคขึ้นไป มีพระพรหมวขิรานุวัตร เป็นกรรมการ มีกรรมการจากสัดส่วนสภาวิชาการที่เป็นผู้บริหารระดับสูง แต่ต้องไม่ใช่ผู้ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี มีพระสุธีรัตนบัณฑิต และพระราชญาณวชิรเวที เป็นกรรมการ ส่วนคฤหัสถ์นั้น ศาสตราจารย์ พิเศษ จำนงค์ ทองประเสริฐ มาจากสัดส่วนกรรมการสภาฯผู้ทรงคุณวุฒิ พลตรีไชยนาท ญาติฉิมพลี มาจากสัดส่วนสมาคมศิษย์เก่า มจร รวมเป็นคณะกรรมการสรรหาอธิการบดีที่สภามหาวิทยาลัยคัดเลือกและแต่งตั้ง
ประเด็นถัดมา คือ มหาวิทยาลัยมีวาระการดำรงตำแหน่งของอธิการบดีหรือไม่ เรื่องนี้เมื่อมี พรบ.มจร ปีพ.ศ.2540 พระมหาเถระที่ไปตอบคำถามนี้ในชั้นกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรใด้อธิบายไว้ว่า มหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้งสองแห่ง จะต้องมีอัตลักษณ์ เอกลักษณ์เฉพาะ เช่น อธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการสำนัก เป็นต้น ผู้ที่ดำรงตำแหน่งเหล่านี้จะต้องเป็นพระ(บรรพชิต)เท่านั้น ในสัดส่วนของบุคลากรผู้ปฎิบัติหน้าที่ในมหาวิทยาลัยนั้น จะต้องเป็นพระสงฆ์อย่างน้อย 60 เปอร์เซ็นต์ คฤหัสถ์ 40 เปอร์เซ็นต์ ในอนาคตพระสงฆ์อาจจะมีน้อย หายาก ยิ่งเป็นพระเถระนักบริหารและมีบารมีในส่วนแวดวงสงฆ์ก็มีงานให้ปฎิบัติในกิจการงานคณะสงฆ์มากพออยู่แล้ว จึงอาจจะมีข้อจำกัดในส่วนของมหาวิทยาลัยสงฆ์ ซึ่งเป็นส่วนจัดการศึกษาที่จะต้องอาศัยทั้งคุณวุฒิ วัยวุฒิ วัตรปฎิบัติ วิสัยทัศน์ และบารมีจากพระมหาเถระในการนำพามหาวิทยาลัยให้เจริญก้าวหน้าต่อไป จึงเห็นควรเปิดกว้างไว้ว่า อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงฆ์ไม่ควรจำกัดวาระ เช่นให้ดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 วาระหรือ 8 ปีเป็นต้น เหมือนอย่างที่มหาวิทยาลัยทางโลกกำหนดไว้ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2540 จึงเปิดกว้างไว้เพื่อประโยชน์ดังกล่าว ประเด็นสุดท้ายนั้น พระเทพวัชรสารบัณฑิต กล่าวว่า ด้วยองคาพยพใหญ่ของ มจร มีวิทยาเขต 12 แห่ง วิทยาลัยสงฆ์ 27 แห่ง หน่วยวิทยบริหาร 4 แห่ง สถาบันสมทบในต่างประเทศอีก 5 แห่ง รวมผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่และนิสิตในแต่ละปีการศึกษาไม่ต่ำกว่า 25,000 รูปหรือคน งบประมาณในการบริหาร จัดการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ เป้าหมายและยุทธศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้ก็ไม่น้อยกว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งในงบประมาณส่วนนี้กว่าครึ่งหนึ่งมหาวิทยาลัยต้องบริหารจัดการในการหารายได้มาบริหารเอง จึงเป็นภาระหนักไม่ใช่น้อยในการบริหาร มจร ประกอบกับโลกการศึกษาที่เปลี่ยนไป อย่างรวดเร็วพร้อมกับโลกใหม่ โลกแห่ง AI แนวคิดคนรุ่นใหม่และการแข่งขันที่สูงในทุกๆด้าน การเปลี่ยนผ่านมหาวิทยาลัยสู่มหาวิทยาลัยดิจิตัล (Digital University)และการปรับเปลี่ยนบทบาทจากสถาบันการศึกษาดั้งเดิมไปสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้เชิงพุทธอย่างยั่งยืน ดังนั้นความท้าทายของ มจร จะยืนอยู่บนจุดไหน อย่างไร บนความต้องการใหม่ สนองตอบคนรุ่นใหม่ สนองตอบผู้มาศึกษาจากต่างชาติและชาวพุทธที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน (แต่ต้องไม่ละทิ้งคนรุ่นกลางและหลวงพี่ หลวงพ่อ หลวงตา เณรน้อย แม่ชี นักบวชหญิง เป็นต้น) โลกการศึกษาใหม่ เทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมทั้งระบบ AI ที่เข้ามามีบทบาท จะทำอย่างไร และจะรักษาเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ของความเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ไว้ได้อย่างไร ท่ามกลางโลกและความต้องการที่ผันผวนในทุกเวลารวมทั้ง ปริมาณของนิสิตก็ต้องให้ความสำคัญด้วยเช่นกันในขณะที่ประชากรลดลงท่ามกลางภาวะแห่งการแข่งขันทางการศึกษา และพร้อมกันนั้น คุณภาพของบัณฑิตที่ผลิตออกไปสู่คณะสงฆ์และประเทศชาติยังจะตอบโจทย์ใน ปรัชญาการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ.๒๕๖๙ ที่ว่า
"จัดการศึกษาพระพุทธศาสนา บูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ และใช้พุทธนวัตกรรม สำหรับผลลัพธ์การเรียนรู้ ที่มุ่งผลิตบัณฑิต ให้มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต และเพียบพร้อมด้วยปัญญาและคุณธรรม เพื่อพัฒนาจิตใจและสังคม" อยู่หรือไม่ ทางข้างหน้าล้วนแต่ท้าทายแห่งการดำรงอยู่และก้าวย่างต่อไปของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยทั้งสิ้น อธิการบดี มจร จึงไม่ใช่ใครก็ได้ ดังนั้นประชาคมชาว มจร จึงยินดีต้อนรับ ตอบรับในการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 3 ของพระพรหมวัขรธีราจารย์ เป็นอย่างยิ่ง เพราะ 2 สมัย 8 ปีที่ผ่านมาที่ท่านรับไม้ต่อจากพระมหาเถระที่สร้างและวางรากฐานไว้ดีแล้วคือพระพรหมบัณฑิต สำหรับพระพรหมวัชรธีราจารย์ นั้นได้นำพาองค์กรไปได้ไกลมากแล้วและกำลังจะเดินหน้าไปได้ด้วยดี ทุกท่าน ทุกภาคส่วนจึงยอมรับและเห็นตรงกันกับคณะกรรมการสรรหาและสภามหาวิทยาลัยว่าควรจะให้ท่านได้ดำเนินนโยบายและสานงานต่อเพื่อสร้างมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยยุคใหม่ให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป" พระเทพวัชรสารบัณฑิต กล่าวในตอนท้าย
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การศึกษา
Top 5 ข่าวการศึกษา ![]()
- "ยศชนัน"เผยสั่งปลัดกระทรวง อว. ประสานผู้บริหาร มศว ร่งชี้แจงกรณีรับจัดสอบท้องถิ่น หลังเกิดข้อครหาทุจริต 24 มิ.ย. 2569
- พลิกโฉมห้องเรียนไทย! GISTDA ผนึกกำลัง ศธ. อัปสกิล “ครูยุคใหม่” 24 มิ.ย. 2569
- บอร์ดนโยบาย อว. ชู 5 ด้านพลิกโฉมประเทศ! วางรากฐานอนาคตด้วยเศรษฐกิจควอนตัม-AI ขั้นสูง สู่ผู้นำอาเซียน 24 มิ.ย. 2569
- พระพรหมวัชรธีราจารย์ ดำรงตำแหน่งอธิการบดี "มจร" ต่อเป็นสมัยที่ 3 24 มิ.ย. 2569
- การประชุมสุดยอดผู้นำศาสนานานาชาติ ครั้งที่ 3 มุ่งขับเคลื่อนและเสริมสร้างพลังเยาวชนคนรุ่นใหม่ 24 มิ.ย. 2569
ข่าวในหมวดการศึกษา ![]()
4 หน่วยงาน ร่วมมือหนุนบทบาทเยาวสตรีไทยรุ่นใหม่ เปิดเวทีค้นหา “เยาวสตรีไทยดีเด่น สืบสานความเป็นไทย ประจำปี 2569” 13:28 น.- ศน. ชวนร่วม “Open House ศพอ.” 4 ภูมิภาค เปิดพื้นที่เรียนรู้คู่คุณธรรม สร้างเครือข่ายพัฒนาเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ 11:42 น.
- รับมือฤดูฝนอย่างมั่นใจ! สสวท. ชวนเรียนรู้ “พายุฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้อย่างไร?” 11:04 น.
- เครือข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนแห่งประเทศไทยสัญจร จัดประชุมที่ DPU 09:48 น.
- ซีพีแรม สร้าง Low Carbon Society เดินหน้าชุมชมปลอดขยะ 08:58 น.


