วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569 01:41 น.

การศึกษา

“ยศชนัน” ผนึกมหิดล-สภาดิจิทัลฯ เปิดเวทีนานาชาติ “AI HealthCare Summit 2026”  ดัน AI ในวงการแพทย์ ยกระดับสุขภาพคนไทยสู่มาตรฐานโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.51 น.

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติ AI HealthCare & Well-Being Summit 2026 ภายใต้หัวข้อ “From Global Frontier Research to Real-World Impact” ซึ่งจัดขึ้นโดยมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย โดยมี ศ.นพ. ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล หม่อมราชวงศ์นงคราญ ชมพูนุท ประธานสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดล สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย วิทยากร ผู้ทรงคุณวุฒิจากทั้งในและต่างประเทศ คณาจารย์ นักวิจัย ตลอดจนผู้ประกอบการ เข้าร่วม ณ Ture digital Park กทม.

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า งานในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงการประชุมวิชาการด้าน AI และสุขภาพเท่านั้น แต่เป็นเวทีเชิงยุทธศาสตร์ที่สะท้อนทิศทางใหม่ของประเทศไทยในการนำ ววน. และเทคโนโลยีขั้นสูง มาใช้ตอบโจทย์ประเทศอย่างเป็นรูปธรรม และยังเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนโครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย หรือ Reinventing University ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงการ อว. ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับสถาบันอุดมศึกษาไทยให้เป็นพลังหลักของประเทศ ทั้งในด้านการสร้างองค์ความรู้ระดับโลก การผลิตกำลังคนสมรรถนะสูง การสร้างนวัตกรรม และการขับเคลื่อนประเทศด้วยฐานความรู้และเทคโนโลยี โดยมหาวิทยาลัยมหิดลเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยสำคัญของประเทศที่ได้รับการจัดอยู่ในกลุ่ม พัฒนาการวิจัยระดับแนวหน้าของโลก  (Global and Frontier Research) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มุ่งสร้างงานวิจัยคุณภาพสูง สร้างนักวิจัยและบัณฑิตที่มีทักษะระดับสากล และสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่สามารถนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า ในด้านการแพทย์และสุขภาพนั้น AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีคิด วิธีวินิจฉัย วิธีรักษา และวิธีออกแบบระบบบริการสุขภาพ ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพขนาดใหญ่ การวินิจฉัยโรคที่แม่นยำขึ้น การค้นพบยา การแพทย์เฉพาะบุคคล การติดตามสุขภาพเชิงป้องกัน ไปจนถึงการเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพมากขึ้นประเทศไทยมีศักยภาพสูงมากในด้านนี้ เรามีมหาวิทยาลัยด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพที่เข้มแข็ง มีโรงพยาบาลและเครือข่ายบริการสุขภาพที่มีประสบการณ์ มีนักวิจัยและบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ และมีภาคเอกชนด้านเทคโนโลยีที่พร้อมขับเคลื่อนนวัตกรรม

แต่ศักยภาพเหล่านี้จะเกิดผลจริงได้ ก็ต่อเมื่อเราสามารถเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย กับโรงพยาบาล เชื่อมโยง นักวิจัย กับ โจทย์จริงของประเทศเชื่อมโยง เทคโนโลยี กับ การใช้งานจริง เชื่อมโยง ภาครัฐ กับภาคเอกชนและอุตสาหกรรมและเชื่อมโยง Frontier Research กับ Real-World Impact

“ผมอยากเห็น AI Healthcare ของประเทศไทยเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ใหม่ของเศรษฐกิจ (New Growth Engine) ที่ต่อยอดจากจุดแข็งของประเทศ ทั้งด้านการแพทย์ สุขภาพ Wellness Economy สมุนไพร ความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบบริการสุขภาพ และความสามารถของบุคลากรไทย หากเราทำสิ่งนี้ได้สำเร็จ ประเทศไทยจะไม่ใช่เพียงผู้ใช้เทคโนโลยี แต่จะเป็นผู้สร้างเทคโนโลยี เป็นผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม เป็นผู้ผลิตบุคลากร และเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมสุขภาพที่เชื่อมโยงกับภูมิภาคและโลก“ ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวและว่า แต่ขณะเดียวกัน เราต้องไม่ลืมว่า หัวใจของ AI Healthcare ไม่ใช่ AI เพียงอย่างเดียว แต่คือ “คน” AI ที่ดีต้องทำให้แพทย์ทำงานได้ดีขึ้น นักวิจัยมองเห็นคำตอบใหม่ ๆ ได้เร็วขึ้น ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่แม่นยำขึ้น ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพได้มากขึ้น และทำให้ระบบสุขภาพของประเทศมีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้นด้วย
 

หน้าแรก » การศึกษา