วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 06:06 น.

การศึกษา

"ยศชนัน" คุย "เทคโนปทุมวัน" เริ่มต้นเคลียร์ความขัดแย้งข้ามสถาบัน ชู "ปทุมวันโมเดล 3 ป. 1 พ." พร้อมดันเรียนไฮบริดลดเผชิญหน้า-สร้างรายได้ เผยผลสำเร็จยอดผู้เรียนเพิ่มขึ้นเกือบพันคน 

วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.56 น.

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 รศ.ดร.เสถียร ธัญญศรีรัตน์ รักษาราชการแทนอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ได้เข้าพบ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงฯ รายงานความก้าวหน้าและผลการดำเนินงานของสถาบัน โดยมุ่งเน้นนโยบายเชิงรุกในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งข้ามสถาบัน การปรับรูปแบบการเรียนการสอน และการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ในการหารือครั้งนี้ ได้มีการหยิบยกวาระสำคัญเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมในช่วงวันครบรอบสถาปนาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ซึ่งสถาบันฯ ได้กำหนดมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันปัญหาความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น โดย ศ.ดร.ยศชนัน ได้แสดงความเห็นด้วยกับแนวทางของสถาบันฯ พร้อมระบุว่า การประกาศปิดตามวันดังกล่าว (12 กรกฎาคม - 9 สิงหาคม 2569) ถือเป็นมาตรการป้องปรามและป้องกันเหตุร้ายล่วงหน้า เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของนักศึกษา โดยไม่ใช่การหนีปัญหาแต่อย่างใด

พร้อมกันนี้ รมว.อว. ยังได้ชี้แจงเพื่อคลายข้อกังวลในเรื่องผลกระทบต่อการศึกษาว่า จะไม่ทำให้เสียเวลาเรียนแต่อย่างใด เนื่องจากทางสถาบันได้ใช้โมเดลการเรียนแบบออนไลน์ควบคู่กับระบบ "ไฮบริด" (Hybrid) เข้ามาช่วย ซึ่งโมเดลดังกล่าวนอกจากจะเป็นการปรับรูปแบบการสอนแล้ว ยังถือเป็นหนึ่งในมาตรการเชิงรุกที่สำคัญเพื่อช่วยลดการเผชิญหน้าและป้องกันความขัดแย้งภายในสถาบันอีกด้วย โดยเน้นการเรียนในภาคปฏิบัติจากสถานที่ทำงานจริง ทำให้ผู้เรียนสามารถ "เรียนไปด้วย และทำงานไปด้วย" ซึ่งถือเป็นการสร้างรายได้ให้กับผู้เรียนระหว่างศึกษาอีกทางหนึ่ง

จากการดำเนินการที่ผ่านมา พบว่ารูปแบบการเรียนการสอนแบบไฮบริดนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูงและตอบโจทย์ชีวิตจริง จนมีเยาวชนให้ความสนใจเข้ามาเรียนเพิ่มมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านตัวเลขยอดนักศึกษาปัจจุบันของสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ที่พุ่งสูงถึง 1,800 คน จากเดิมที่มีเพียง 1,100 คน ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าหลักสูตรที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถสร้างรายได้ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะวิชาชีพนั้น กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการลดความขัดแย้งในระยะยาว ศ.ดร.ยศชนัน ได้นำเสนอการใช้ยุทธศาสตร์ “ปทุมวันโมเดล” เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์ โดยใช้หลักการ “3 ป. 1 พ.” ซึ่งประกอบไปด้วย

การป้องกัน : การวางมาตรการล่วงหน้าเพื่อไม่ให้เกิดเหตุ 
การป้องปราม : การเฝ้าระวังและระงับยับยั้งพฤติกรรมสุ่มเสี่ยง 
 การปราบปราม : การบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด (โดยเน้นใช้กับบุคคลภายนอกที่เข้ามาสร้างความวุ่นวาย) 
การพัฒนา : การยกระดับคุณภาพชีวิตและการศึกษาของเยาวชนเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ 

ทางด้าน รศ.ดร.เสถียร ธัญญศรีรัตน์ รักษาราชการแทนอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ได้รายงานถึงความก้าวหน้าและผลสัมฤทธิ์ในประเด็นที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของเยาวชน เพื่อตอกย้ำวิสัยทัศน์การเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อปวงชน โดยระบุว่า “สถาบันเทคโนโลยีปทุมวันกำลังเดินหน้าลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างเต็มที่ โดยได้รายงานความสำเร็จของ ‘การศึกษาไร้รอยต่อ’ ซึ่งเป็นการจัดการศึกษาที่มุ่งขจัดอุปสรรคและเชื่อมโยงระบบการเรียนรู้ให้มีความต่อเนื่อง เพื่อให้เยาวชนไทยสามารถเข้าถึงการศึกษาและพัฒนาทักษะอาชีพได้อย่างไม่มีสะดุด

นอกจากนี้ สถาบันฯ ยังได้เดินหน้า ‘โครงการยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาเด็กชายขอบ’ โดยนำเสนอรายงานกิจกรรมที่จัดขึ้น ณ ศูนย์การเรียนกาญจนบุรี สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญในการดึงกลุ่มเด็กชายขอบเข้าสู่ระบบการศึกษา เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมในการแก้ไขปัญหาด้านการศึกษาของสถาบัน”

การเข้าพบและรายงานผลการดำเนินงานในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทของสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน และ กระทรวง อว. ในการบูรณาการความร่วมมือเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาส และผลักดันเยาวชนไทยให้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไปอย่างยั่งยืน
 

หน้าแรก » การศึกษา

Top 5 ข่าวการศึกษา