วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 13:01 น.

การศึกษา

ม.เกษตรศาสตร์  เปิดตัว KURU KUSA ใช้ AI สืบทอดศาสตร์แห่งแผ่นดินสู่คนรุ่นใหม่

วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.51 น.

ม.เกษตรศาสตร์  เปิดตัว KURU KUSA ใช้ AI สืบทอดศาสตร์แห่งแผ่นดินสู่คนรุ่นใหม่

 

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เดินหน้าสร้าง “วัฒนธรรมแห่งการส่งต่อมรดกปัญญา” เปิดตัวโครงการ KURU KUSA  เชื่อมศาสตร์แห่งแผ่นดิน สู่มรดกปัญญาแห่งอนาคต เพื่อส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นเครื่องมือในการรวบรวม ถ่ายทอด และต่อยอดองค์ความรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิและคณาจารย์อาวุโสของมหาวิทยาลัย พร้อมขับเคลื่อนการจัดการองค์ความรู้ในรูปแบบใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับคุณค่าของประสบการณ์ ภูมิปัญญา และศาสตร์แห่งแผ่นดิน เพื่อส่งต่อสู่คนรุ่นใหม่และสังคมอย่างยั่งยืน โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ และคณาจารย์อาวุโสของมหาวิทยาลัย อาทิ ศ.ดร.ธีระ สูตะบุตร รศ.ดร.วิโรจ อิ่มพิทักษ์  ศ.เกียรติคุณ ดร.พีระศักดิ์ ศรีนิเวศ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร มก. เข้าร่วมเปิดตัวโครงการอย่างอบอุ่น ณ ห้องประชุมธีระ สูตะบุตร อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

โอกาสนี้  ผศ.น.สพ.ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดโครงการ พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ “ วิสัยทัศน์ Kasetsart Digital University กับการสืบทอดมรดกปัญญาแห่วแผ่นดินโดยเน้นย้ำว่า การเป็นมหาวิทยาลัยดิจิทัลมิได้หมายถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่ผู้คน หากแต่เป็นการนำเทคโนโลยีมาเสริมพลังการเรียนรู้ และสร้างโอกาสให้ภูมิปัญญาที่สั่งสมจากประสบการณ์ของคณาจารย์และผู้ทรงคุณวุฒิ ได้รับการธำรงรักษา ถ่ายทอด และต่อยอดไปสู่คนรุ่นต่อไปอย่างเป็นระบบ

 

 

โครงการ KURU KUSA เกิดขึ้นจากความตระหนักว่า องค์ความรู้ที่ทรงคุณค่าที่สุดของมหาวิทยาลัยจำนวนมาก ที่เรียกว่า “ศาสตร์แห่งแผ่นดิน” นั้น มิได้อยู่เพียงในตำรา งานวิจัย หรือฐานข้อมูล หากแต่อยู่ในประสบการณ์ วิธีคิด และบทเรียนที่คณาจารย์และผู้ทรงคุณวุฒิสั่งสมจากการทำงานตลอดชีวิต ซึ่งถือเป็น “มรดกปัญญา” อันทรงคุณค่าของมหาวิทยาลัย หากไม่ได้รับการรวบรวมและถ่ายทอดอย่างเหมาะสม อาจสูญหายไปพร้อมกับกาลเวลา  ภายใต้แนวคิดดังกล่าว AI จึงได้รับการออกแบบบทบาทให้เป็น “ผู้ช่วย” ในการบันทึก จัดระบบ และแปลงองค์ความรู้จากประสบการณ์ของผู้ทรงคุณวุฒิ ให้สามารถถ่ายทอดออกมาในรูปแบบที่คนรุ่นใหม่เข้าถึงและเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น โดยยังคงรักษาแก่นของภูมิปัญญาและบริบทของประสบการณ์ไว้อย่างครบถ้วน

ภายในงาน มีการเสวนาพิเศษในหัวข้อ “เชื่อมช่องว่างระหว่างวัย : ส่งต่อศาสตร์แห่งแผ่นดินสู่ Gen Z ด้วย AI” ผู้เสวนา ได้แก่ รศ.ดร.วิโรจ อิ่มพิทักษ์ ที่ปรึกษาโครงการ รศ.ยืน ภู่วรวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และ รศ.ดร.อนันต์ ผลเพิ่ม รองอธิการบดีฝ่ายเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์  ทั้งนี้ ผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขาได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับคุณค่าของประสบการณ์ บทบาทของครูในยุคดิจิทัล และการประยุกต์ใช้ AI เพื่อสนับสนุนการถ่ายทอดองค์ความรู้ โดยต่างเห็นพ้องว่า แม้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่คุณค่าของประสบการณ์จากผู้คนยังคงเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้ และ AI จะสามารถสร้างคุณค่าได้อย่างแท้จริง ก็ต่อเมื่อทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสนับสนุนการส่งต่อภูมิปัญญาของมนุษย์

โครงการจะต่อยอดสู่กิจกรรมเชิงปฏิบัติการในวันที่ 22–23 กรกฎาคม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ (Learning by Doing) ร่วมกับทีมพี่เลี้ยง และร่วมกันพัฒนา AI Knowledge Transfer Kit ต้นแบบการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่สามารถขยายผลสู่การจัดการคลังปัญญาของมหาวิทยาลัยในระยะยาว

 

 

การดำเนินงานครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในการขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อประโยชน์ของการศึกษา โดยมีเป้าหมายสำคัญมิใช่เพียงการพัฒนาทักษะด้าน AI หากแต่เป็นการสร้าง “วัฒนธรรมแห่งการส่งต่อมรดกปัญญา” เพื่อให้ประสบการณ์และภูมิปัญญาที่ทรงคุณค่าของผู้คน ได้รับการสืบทอดจากคนรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่งอย่างต่อเนื่อง อันจะนำไปสู่การธำรงรักษา “ศาสตร์แห่งแผ่นดิน” ให้ยังคงมีชีวิตและสร้างคุณูปการต่อสังคมไทยสืบไป ดำเนินโครงการโดย สำนักบริการคอมพิวเตอร์ มก. ร่วมกับ สำนักหอสมุด สำนักบริหารการศึกษา สถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ชมรม มก.อาวุโส

 

              ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com   และ  bat_mamsao@yahoo.com

หน้าแรก » การศึกษา

Top 5 ข่าวการศึกษา