วันเสาร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 14:11 น.

การศึกษา

รมว.ศธ. มอบทิศทางยกระดับการศึกษาภูมิภาค ลั่นนโยบายต้องเกิดผลจริง ไม่ใช่แค่ “กระดาษ” สั่งจบแผนยุทธศาสตร์จังหวัดใน 1 เดือน

วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.12 น.

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569   เวลา 10.00 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบนโยบายและทิศทางการจัดการศึกษาของ ศธ. ในภูมิภาค ในการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนการบริหารจัดการศึกษาในภูมิภาค ณ โรงแรมรอยัล ซิตี้ กรุงเทพฯ ซึ่ง สำนักงานปลัด ศธ. จัดขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจในการขับเคลื่อนนโนยบายการศึกษาและยกระดับคุณภาพการศึกษา สอดคล้องและเชื่อมโยงกับจุดเน้นเชิงนโยบายผ่าน 5 ภารกิจหลัก เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา การบริหารจัดการศึกษาให้ทันสมัย ปลอดภัย และมีประสิทธิกภาพ 

รมว.ศธ. กล่าวกับผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารศึกษาธิการภาคและจังหวัดทั่วประเทศ ว่า การประชุมครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เป็นภารกิจที่ทุกท่านจะได้นำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ เพื่อเปลี่ยนประเทศของเรา นโยบายที่พูดไม่ได้มีเพียงในกระดาษ แต่อยากให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยฝากให้ผู้บริหารต้องมีความรอบรู้ นโยบายด้านการศึกษาภาพรวมของประเทศ ทั้งนโยบายรัฐบาลด้านการศึกษา นโยบายด้านการศึกษาของ ศธ. ตลอดจนข้อมูลภาพรวมระดับจังหวัด และข้อมูลจังหวัดที่มีบริบทแตกต่างกัน เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษา

- นโยบายคืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก โดยแก้ปัญหาภาระงานเอกสารที่กัดกินเวลาสอนของครู ซึ่งปัจจุบันใช้เวลาทำงานสูงถึง 120–150% ผ่าน 3 แผนปฏิบัติการ คือ การลดตัวชี้วัด สพฐ. จาก 151 เหลือเพียง 43 ตัว พร้อมยกเลิก ITA ระดับโรงเรียน เพื่อปลดภาระจริง, การนำร่องครัวกลาง (Cloud Kitchen) ในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ให้แล้วเสร็จภายในไตรมาสนี้ และการบูรณาการข้อมูลผ่าน EduPass ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่พัฒนาขึ้นให้ครูกรอกข้อมูลเพียงครั้งเดียว แต่ใช้ได้กับทุกระบบของกระทรวงฯ ภายในปีงบประมาณ 2570

- รื้อสูตรความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาส โดยเตรียมนำเสนอการปรับสูตรจัดสรรงบฯ รายหัวใหม่ ให้ ครม. พิจารณาภายในสิ้นปีนี้ โดยเน้นตัวเด็กเป็นศูนย์กลาง, การตั้งเป้าดึงเด็กกลับเข้าสู่ระบบ Thailand Zero Dropout ให้ได้ 500,000 คน ในปีงบประมาณนี้ พร้อมติดตามรายงานตัวเลขทุกไตรมาส และทุนการศึกษา ODOS รูปแบบใหม่ ให้กระจายทุนสู่เด็กเก่งที่ขาดโอกาสในทุกจังหวัดอย่างจริงจัง ไม่กระจุกตัวเฉพาะเมืองใหญ่

- ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความเป็นจริง อยู่ระหว่างการพัฒนาแนวทาง AI Literacy Framework ผ่านการขับเคลื่อน AI For All โดยให้ทุกจังหวัดมีแผนพัฒนา AI Literacy อย่างน้อย 1 หลักสูตรแก่ครูภายในปีนี้ พร้อมตั้งเป้าใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะจริงในโรงเรียนนำร่องครบทุกภาคภายในปีการศึกษา 2570

- โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง ได้กำชับให้ศึกษาธิการภาคและจังหวัด เปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนที่เข้าถึงง่าย และต้องตอบสนองได้ภายใน 24 ชั่วโมง ทั่วประเทศ พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยทั้งร่างกายและจิตใจ

- สร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วย พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ เริ่มเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. การศึกษาฯ ฉบับใหม่ เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมาย โดยเน้นรับฟังเสียงจากพื้นที่และส่งต่อส่วนกลาง ตลอดจนภาคประชาชนที่หลากหลาย เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้เป็นของทุกคนอย่างแท้จริง ก่อนที่จะเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ในช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้ 

“ได้เน้นย้ำให้ผู้บริหารและศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการภาค นำนโยบาย 5 ด้านไปปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์จริง ไม่เป็นเพียง "กระดาษ" พร้อมลุยเคลียร์ประเด็นความโปร่งใสและการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างสร้างการทำงานและยุทธศาสตร์พื้นที่ในเรื่องต่าง ๆ ทั้งการเร่งลดตัวชี้วัด สพฐ. จาก 141 ตัว ให้เหลือไม่เกิน 50 ตัว และลดการรายงาน ITA ของโรงเรียนที่ไม่จำเป็น พร้อมเร่งรัดจัดทำแผนระบบครัวกลาง Cloud Kitchen โดยเฉพาะในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เพื่อส่งข้อมูลการดำเนินงานโดยเร็ว และที่สำคัญคือ การขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout ซึ่งตั้งเป้าดึงเด็กกลับเข้าระบบ 500,000 คน เพื่อเตรียมความพร้อมที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน ร่วมกับ UNESCO ในฐานะผู้นำและต้นแบบของอาเซียนด้านการไม่ทิ้งเด็กนอกระบบการศึกษา” รมว.ศธ.กล่าว

ส่วนการยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความเป็นจริง อยู่ระหว่างการพัฒนาแนวทาง AI Literacy Framework และระบบฐานข้อมูลดิจิทัล AI Framework เพื่อเป็นกรอบทักษะ AI ครอบคลุมตั้งแต่ผู้เรียน ตั้งแต่ระดับปฐมวัยไปจนถึงอาชีวะ รวมทั้งครูผู้สอนและผู้บริหาร โดยเตรียมลงนาม MOU ร่วมกับ INET ในวันจันทร์นี้ เพื่อพัฒนาระบบข้อมูลกลางไร้รอยต่อ และสร้าง Student ID ไปจนถึง Teacher ID ให้กรอกข้อมูลเพียงครั้งเดียว เพื่อมุ่งสู่การเป็นกระทรวงไร้กระดาษภายในต้นปี 2570

รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า การจัดทำยุทธศาสตร์ตามบริบทจังหวัด เป็นเรื่องจำเป็นและมอบให้ทุกจังหวัดจัดทำแผนยุทธศาสตร์การศึกษาให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน โดยเน้นความต่างของพื้นที่และงบประมาณรายหัว พร้อมบูรณาการร่วมกับทั้งหน่วยงาน สถานศึกษา และเครือข่ายในระดับพื้นที่ให้ได้มากที่สุด ซึ่งผมเชื่อมั่นในศักยภาพ ความสามารถและความมุ่งมั่นของทุกท่านว่า เมื่อเราทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว เราจะสามารถขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการให้ประสบความสำเร็จได้อย่างแท้จริง เพื่อสร้างระบบการศึกษาไทยที่ทันสมัย เท่าเทียม และยั่งยืนให้กับเยาวชนไทยทุกคน เพราะความแข็งแกร่งของการศึกษาไทยที่ยั่งยืน ต้องเริ่มต้นจากการ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

หน้าแรก » การศึกษา

Top 5 ข่าวการศึกษา