การศึกษา
มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เดินหน้าส่งเสริมสิทธิและความเท่าเทียมของกลุ่มชาติพันธุ์ ร่วมขับเคลื่อน พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ฯ สู่การปฏิบัติจริง
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เดินหน้าขับเคลื่อนประเด็นสิทธิและความเท่าเทียมอย่างเป็นรูปธรรม โดยร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับองค์กรประชาสังคมภาคเหนือจำนวน 18 แห่ง เพื่อผลักดันการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 ให้เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ มุ่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ยกระดับการเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐาน และจัดการปัญหาสถานะบุคคลของกลุ่มชาติพันธุ์อย่างเป็นระบบ
พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นับเป็นก้าวสำคัญภายหลังประเทศไทยประกาศใช้กฎหมายฉบับแรกที่กำหนดกรอบการคุ้มครองสิทธิ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์ โดยกฎหมายฉบับนี้มีกลไกการกำกับดูแล 4 ระดับ ได้แก่ คณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ (กลไกนโยบาย) สภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย (กลไกการมีส่วนร่วม) คณะอนุกรรมการการจัดทำข้อมูลวิถีชีวิตและประวัติศาสตร์กลุ่มชาติพันธุ์ (กลไกวิชาการ) และคณะกรรมการบริหารพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ (กลไกเชิงพื้นที่) เพื่อเอื้อต่อการบูรณาการการทำงานระหว่างรัฐ ภาคประชาสังคม และชุมชน ซึ่งทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อ บูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคประชาสังคม และชุมชน ให้การคุ้มครองสิทธิและการส่งเสริมวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ให้เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นระบบทั่วประเทศ
.jpg)
นางรสลิน โกแวร์ ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่าพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 ถือเป็นก้าวสำคัญของสังคมไทยในการยกระดับการคุ้มครองสิทธิ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และความหลากหลายทางวัฒนธรรมของชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์ กฎหมายฉบับนี้ไม่เพียงมุ่งเน้นการคุ้มครองสิทธิเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทในการส่งเสริม ฟื้นฟู และสร้างโอกาสให้ชุมชนสามารถดำรงวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ของตนเองได้อย่างภาคภูมิ พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของตนเองและประเทศชาติอย่างแท้จริง
การเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานและการมีตัวตนทางสังคม ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะในบริบทของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล มูลนิธิศุภนิมิตฯ จะเดินหน้าสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายผ่านการดำเนินงาน 5 ด้าน ประกอบด้วย
(1).jpg)
• การสื่อสารสาธารณะเชิงเปลี่ยนทัศนคติ เพื่อลดอคติทางสังคมและส่งเสริมการอยู่ร่วมกันบนความเคารพในความหลากหลาย
• การทำงานเชิงนโยบายร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อผลักดันให้กฎหมายเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง
• การพัฒนาเด็กและเยาวชน ทั้งด้านการศึกษา คุณภาพชีวิต และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เพื่อให้เด็กและเยาวชนชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์เติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ
• การยกระดับการเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน
• การแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ทุกคนได้รับสถานะทางกฎหมาย และสามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานได้อย่างเท่าเทียม
“เราพร้อมทุ่มเททรัพยากร องค์ความรู้ และเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อผลักดันให้กฎหมายฉบับนี้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม สร้างสังคมไทยที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถกำหนดอนาคตของตนเองได้อย่างเท่าเทียม” นางรสลินกล่าว
(1).jpg)
ด้านนายสุมิตร วอพะพอ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาสถานะบุคคล มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย และคณะทำงานพัฒนาการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพคนไทยไร้สิทธิ กล่าวว่า มูลนิธิศุภนิมิตฯ ทำหน้าที่เชื่อมโยงกลไกระดับนโยบายสู่การปฏิบัติในพื้นที่ โดยมุ่งส่งเสริมการเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐาน การพัฒนาสถานะบุคคลของกลุ่มไร้รัฐไร้สัญชาติ รวมถึงการเสริมสร้างศักยภาพของชุมชน เด็ก และเยาวชน
“กฎหมายนี้มีประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนงานด้านสุขภาพและการพัฒนาสถานะบุคคลที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ดำเนินงานอยู่ จึงอยากให้มีการบูรณาการการใช้กลไกของกฎหมายอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม” นายสุมิตรกล่าว
การร่วมขับเคลื่อนพระราชบัญญัติฉบับนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยในการส่งเสริมสิทธิ ความเท่าเทียม และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มูลนิธิฯ เชื่อว่า การสร้างสังคมที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงสิทธิอย่างเท่าเทียม คือรากฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมเดินหน้าทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันให้หลักการดังกล่าวเกิดขึ้นจริงในทุกพื้นที่ของประเทศไทย
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การศึกษา
Top 5 ข่าวการศึกษา ![]()
- “ซาบีดา” ชวนเที่ยววันสุดท้าย! ชมฟรีตลอดงาน “สี • สรรค์ • ไทย” สัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรมไทยครบทุกมิติ 6 ก.ย. 2569
- มทร.ล้านนา คว้า 7 รางวัลใหญ่เวที RMUTCON2026 วิจัยและนวัตกรรมระดับชาติ 6 ก.ย. 2569
- ม.รังสิต ชวนน้อง ม.ปลาย ร่วมงาน “RSU Hospitality Industry Academic & Innovation Week 2026 6 ก.ย. 2569
- มทร.ล้านนา เจ๋งคว้า 7 รางวัลใหญ่เวที RMUTCON2026 วิจัยและนวัตกรรมระดับชาติ 6 ก.ย. 2569
ข่าวในหมวดการศึกษา ![]()
อว. เปิดรับฟังความคิดเห็น นักเรียนทุนโอดสารพัดข้อจำกัด เงื่อนไขใช้ทุนโหด-งานไม่ตรงสาย-ภาระงานแฝงอื้อ 15:44 น.- “อัครนันท์” ลุยโรงเรียนห่างไกลขอนแก่น เร่งซ่อมอาคารเรียน–มอบเปียโน ย้ำไม่ทิ้งเด็กไว้ข้างหลัง 15:36 น.
- สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ชี้ งาน “พุทธทาส” สืบสายสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ย้ำ “ฉันทะ–ปราโมทย์–ไม่ประมาท” หัวใจการเดินหน้าพุทธศาสนา พร้อมชวนใช้ AI สืบค้นธรรมอย่างถูกต้อง 13:20 น.
- 3 สมเด็จพระราชาคณะเมตตาร่วมฌาปนกิจ “คุณแม่ฟองจันทร์” ดร.นิยม เวชกามา–ผู้แทนบุคคลสำคัญ ร่วมทอดผ้าไตรบังสุกุล ท่ามกลางความอาลัย 09:36 น.
- "สมเด็จฯ 3 รูป" เมตตาร่วมพิธีฌาปนกิจคุณแม่ฟองจันทร์ "ณพลเดช" ขอบคุณทุกฝ่ายและมอบหนังสือ "พระจันทร์ที่คงอยู่" 19:25 น.



