วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569 00:04 น.

การศึกษา

“ยศชนัน” ชูวิสัยทัศน์ในงาน CP-CoEX AI มุ่งใช้นวัตกรรมยกระดับเกษตร-การแพทย์-Deep Tech เปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจไทยสู่ “Scientific Wellness Economy“ 

วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 16.33 น.

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569   ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ "Future Thailand: AI & Beyond - Shaping the Nation's Next Growth Engine"  ภายใน “พิธีเปิดเรียนหลักสูตร CP-CoEX AI Business Accelerator รุ่u 1” มุ่งส่งเสริมการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อพัฒนาโครงการและนวัตกรรมจากโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจจริง พร้อมทั้งสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต จัดโดย ศูนย์ CP Innovation Center of Excellence เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CPIC) โดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นประธานในพิธี และมี ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. ดร. ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ Chief Strategic Intelligence and Communication Officer คณะผู้บริหาร CP, Huawei, Tencent, AWS, Mitsubishi Electric, Schneider, KAO, SCG เขัาร่วม ณ ห้อง Auditorium ชั้น 6 อาคารทรูดิจิทัล พาร์ค พระโขนง

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในการกำหนดอนาคตของชาติที่ก้าวไกลไปกว่าเรื่องของปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพียงอย่างเดียว หากเราต้องการก้าวไปสู่อนาคตที่สดใส เราต้องมีอำนาจในการกำหนดทิศทางนั้นด้วยตนเอง การเปลี่ยนแปลงนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการนำ AI เข้าไปยกระดับภาคส่วนหลักของจีดีพี (GDP) ทั้งภาคการเกษตร ภาคการผลิต และภาคบริการ เพื่อแก้ปัญหาโครงสร้างประชากรผู้สูงอายุและเพิ่มผลิตภาพของประเทศอย่างก้าวกระโดด

หนึ่งในยุทธศาสตร์ที่น่าจับตามองคือการเปลี่ยนผ่านภาคการเกษตรไปสู่การสร้างมูลค่าทางชีวภาพระดับสูง เราต้องเปลี่ยนจากการขายผลผลิตตามน้ำหนักแบบดั้งเดิม มาเป็นการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น สมุนไพร โภชนาการที่แม่นยำ อาหารทางการแพทย์ และเวชสำอาง แนวคิดดังกล่าวนำไปสู่การผลักดันสิ่งที่เรียกว่า "Scientific Wellness Economy" หรือเศรษฐกิจสุขภาวะที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์ ซึ่งมุ่งหวังให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพระดับโลก (Global Wellness Destination) ผ่านการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สปา และการฟื้นฟูร่างกาย ให้มีมาตรฐานรองรับด้วยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างแท้จริง

รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า นอกจากการเกษตรและการแพทย์แล้ว ประเทศไทยยังตั้งเป้าที่จะหลุดพ้นจากการเป็นเพียงผู้รับจ้างผลิต (OEM) ด้วยการสร้างระบบนิเวศน์สำหรับเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech)  เราต้องดึงดูดภาคอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีเซนเซอร์ขั้นสูงให้เข้ามาตั้งฐานในไทย และเปิดโอกาสให้บริษัทขนาดใหญ่ สตาร์ทอัพ และมหาวิทยาลัย ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างเทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์ของคนไทยเอง ซึ่งภาครัฐจะต้องเข้ามาช่วยอุดช่องโหว่ด้านการขาดแคลนเงินทุนร่วมลงทุน (VC) และสร้างสนามทดสอบ (Sandbox) เพื่อให้นวัตกรรมใหม่ๆ สามารถเติบโตและแข่งขันได้ในเวทีโลก

“ท้ายที่สุดแล้ว กุญแจสำคัญที่จะทำให้การเติบโตทั้งหมดนี้ยั่งยืนคือการรักษาและต่อยอด "ความหลากหลายทางชีวภาพ" ซึ่งถือเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดของประเทศ ธรรมชาติคือสินทรัพย์ของเรา และเราไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนใดๆ ได้เลย หากปราศจากการปกป้องธรรมชาติ ประเทศไทยจึงต้องใช้ความอุดมสมบูรณ์นี้เป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่ประเทศอื่นไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ ไม่ใช่แค่การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อแข่งขันทางธุรกิจ แต่คือการนำนวัตกรรมมารับใช้ธรรมชาติและสังคม เพื่อสร้างอนาคตที่สดใสและยั่งยืนให้กับคนไทยทุกคนอย่างแท้จริง” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
 

หน้าแรก » การศึกษา