วันอังคาร ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2569 02:09 น.

การศึกษา

มมส ผนึกเครือข่าย TNDR ประชุมวิชาการระดับชาติ-นานาชาติ มุ่งสร้างเมืองยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติ

วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 12.01 น.

มมส ผนึกเครือข่าย TNDR ประชุมวิชาการระดับชาติ-นานาชาติ มุ่งสร้างเมืองยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติ

คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับ เครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย (TNDR) จัดการประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติ ครั้งที่ 4 ภายใต้หัวข้อ จากความเสี่ยงสู่เมืองยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติ: บูรณาการเทคโนโลยี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความร่วมมือสหวิทยาการ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นประธานเปิดงาน และ รองศาสตราจารย์ ดร.อดิศักดิ์  สิงห์สีโว คณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ นำนักวิจัย คณาจารย์ นิสิต นักเรียนเข้าร่วม ณ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และผ่านระบบออนไลน์

รองศาสตราจารย์ ดร.อดิศักดิ์  สิงห์สีโว คณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ กล่าวว่า  การประชุมวิชาการครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อรับมือกับสภาวะวิกฤตการณ์ซ้อนวิกฤต และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเป็นเวทีกลางเชื่อมโยงงานวิจัย นโยบาย และการปฏิบัติจริง เข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม มุ่งผสานนวัตกรรมเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่นและความร่วมมือแบบสหวิทยาการ เพื่อลดช่องว่างทางองค์ความรู้ ตลอดจนเปลี่ยนสถานะของเมืองและชุมชนจากผู้อยู่ในความเสี่ยง ไปสู่การเป็นผู้มีความสามารถในการปรับตัวและฟื้นคืนกลับจากภัยพิบัติได้อย่างยั่งยืน

 

 

ภายในงานได้จัดกิจกรรมทางวิชาการ อาทิ การบรรยายพิเศษจากผู้ทรงคุณวุฒิระดับโลกและระดับชาติ อาทิ Mr. Sanjaya Bhatia หัวหน้าสำนักงาน UNDRR ONEA & GETI, นายปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ดร.พิจิตต รัตตกุล ประธานเครือข่าย เครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย และ Mr. Aslam Perwaiz ผู้อำนวยการใหญ่ศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย (ADPC) พร้อมด้วยการเสวนาวิชาการและการนำเสนอผลงานวิจัยใน 4 เสาหลัก ได้แก่ วิทยาศาสตร์ความเสี่ยงและเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม, ระบบทรัพยากรธรรมชาติและการปรับตัว, ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน, และการศึกษา สุขภาพ ตลอดจนความเข้มแข็งของชุมชน

นอกจากนี้ ยังมีเวทีพิเศษสำหรับภาคเยาวชน การเสวนาร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และนิทรรศการรวมองค์ความรู้ TNDR Market Place  โดยมหาวิทยาลัยมหาสารคามมุ่งหวังให้ผลลัพธ์จากเวทีนี้นำไปสู่การยกระดับหลักสูตร การเผยแพร่งานวิจัยในระดับสากล และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติอย่างยั่งยืน

ด้าน  ดร.พิจิตต  รัตตกุล  อดีตผู้ว่าฯ กทม. ในฐานะประธานเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย  กล่าวว่า ภาวะโลกร้อนถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ภาวะภัยพิบัติเกิดขึ้น ถี่ขึ้น เข้มขึ้น สิ่งที่ไม่เคยเห็นจะได้เห็น มีความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้น ในการเกิดที่ถี่ เข้ม แปลก ก็จะเกิดความเสียหายที่รุนแรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

ทุกภาคส่วนต้องมีการเตรียมตัว ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน เพื่อที่จะอยู่กับภัยพิบัติให้ได้โดยไม่เสียชีวิต ไม่เสียหายด้านทรัพย์สิน เป็นเรื่องที่ต้องเริ่มกระบวนการเดี๋ยวนี้ ภายใต้ความร่วมมือของสถานบันการศึกษา มีองค์ความรู้ที่จะนำมาพัฒนาต่อยอด ทำอย่างไรให้สามารถอยู่กับภัยพิบัติได้ คิดค้นหาวิธีการรับมือ ถ่ายทอดความคิดไปยังชุมชนที่เป็นด่านแรกของการเผชิญเหตุ  ยิ่งภาวะโลกร้อนก็จะยิ่งทำให้เกิดความเสียหายเพิ่มมากขึ้น 

สิ่งที่เป็นเรื่องภัยที่ท้าทายมนุษย์ เกิดจากภาวะโลกร้อน เมืองไทยที่เคยคิดว่าภัยพิบัติเกิดขึ้นน้อย ณ ปัจจุบันต้องเปลี่ยนความคิด ต้องเตรียมตัว เตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติที่เกิดขึ้นเพื่อลดความเสี่ยง มีการแจ้งเตือนภัย อพยพ  เปลี่ยนโครงการการก่อสร้าง เพื่อให้อยู่ได้โดยไม่เสียหาย

ในเมื่อเราไม่สามารถควบคุมภัยพิบัติได้ ต้องเตรียมตัว ทั้งคนทั้งเครื่องมือ แนวทางในการจัดการภัยพิบัติ ทั้งในด้านงานวิจัยที่มุ่งเป้าในการแก้ไขแต่ละพื้นที่  โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสาน ในเรื่องความแห้งแล้ง น้ำท่วม ไม่ต้องตื่นตระหนก แต่ต้องเตรียมตัว ดร.พิจิตต กล่าว

ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com   และ  bat_mamsao@yahoo.com

 

หน้าแรก » การศึกษา