วันอังคาร ที่ 01 กันยายน พ.ศ. 2569, 14.16 น.
มทส. ผนึกกำลัง 3 สถาบันขยายความร่วมมือ "โครงการไทย-จูโน" ตามพระราชดำริฯ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สิทธิชัย แสงอาทิตย์ รักษาการแทนอธิการบดี เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ขยายระยะเวลา "โครงการความร่วมมือไทย-จูโน (Thai-JUNO Consortium)" ต่อเนื่องอีก 5 ปี ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สดร. และสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) หรือ สช. ซึ่งเข้าร่วมเป็นสมาชิกใหม่เพื่อร่วมเสริมความเข้มแข็งของโครงการความร่วมมือดังกล่าว พร้อมหลอมรวมศักยภาพภาคีวิจัยจากประเทศไทย เพื่อยกระดับบทบาทของนักวิจัยและวิศวกรไทยในการทดลองระดับโลกให้เข้มแข็ง เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านการวิจัยของประเทศ ควบคู่การพัฒนาศักยภาพด้านการวิจัย และบุคลากรของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม เปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนาบุคลากร และการสร้างงานวิจัยที่มีศักยภาพในระดับนานาชาติ

“พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ โครงการความร่วมมือไทย-จูโน” ภาคีความร่วมมือของสถาบันอุดมศึกษาและสถาบันวิจัยชั้นของประเทศไทย กับสถาบันฟิสิกส์พลังงานสูง สาธารณรัฐประชาชนจีน มีขึ้น เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ณ ห้องพระราชบิดา อาคารเคมี 2 คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศ ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้เกียรติเป็นประธานสักขีพยาน การลงนามในครั้งนี้เป็นการผนึกกำลังระหว่าง 4 สถาบันชั้นนำของประเทศประกอบด้วย ศ. ดร. วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รศ. ดร.สิทธิชัย แสงอาทิตย์ รักษาการแทนอธิการบดี มทส. ผศ. ดร.วิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการ สดร. รศ. ดร.สาโรช รุจิรวรรธน์ ผู้อำนวยการ สซ. ร่วมลงนาม ในโอกาสนี้ รศ. ดร.อรรถพล มณีแดง รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและวิสาหกิจ ศ. ดร.สันติ แม้นศิริ รักษาการแทนคณบดีสำนักวิชาวิทยาศาสตร์ และคณะ มทส. พร้อมด้วย ศ. ดร.ประณัฐ โพธิยะราช คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะผู้บริหารของแต่ละสถาบัน เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน
การผนึกกำลังในครั้งนี้ ถือเป็นการรวมพลังครั้งประวัติศาสตร์ของ 4 เสาหลักทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทย เพื่อสานต่อพระราชปณิธานในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีลงนามความร่วมมือกับสถาบันฟิสิกส์พลังงานสูง (IHEP) สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ กรุงปักกิ่ง มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ซึ่งจุดเริ่มต้นดังกล่าว ในส่วนของ มทส. ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ประสาท สืบค้า อดีตอธิการบดี มทส. ได้นำพามหาวิทยาลัยก้าวสู่การเป็นสมาชิก JUNO Collaboration ตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2559
รศ. ดร.สิทธิชัย แสงอาทิตย์ รักษาการแทนอธิการบดี มทส. กล่าวว่า “ มทส. ได้รับการรับรองให้เป็นสมาชิกของ JUNO Collaboration นับแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2559 และต่อมาเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2560 มทส. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้ลงนามความร่วมมือทางวิชาการกับสถาบันฟิสิกส์พลังงานสูง สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ สถาบันฟิสิกส์พลังงานสูง กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จ ฯ เป็นองค์ประธานในพิธีลงนามดังกล่าว ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา คณะทำงานของทั้งสามสถาบันได้เข้าไปมีส่วนร่วมในงานวิจัยขั้นสูงระดับโลกอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการร่วมสร้างระบบป้องกันสนามแม่เหล็กโลก (Earth Magnetic Field Shielding) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทางานของ PMT รวมถึงความก้าวหน้าในการวิจัยเชิงทฤษฎี ทั้งการจำลองสถานการณ์ด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อตรวจจับนิวตริโนจากซุปเปอร์โนวา และการศึกษาคุณสมบัติ Unitarity ของเมทริกซ์ผสมเมื่อนิวตริโนเคลื่อนที่ผ่านมวลสารหนาแน่น จากการเข้าร่วมโครงการความร่วมมือ JUNO ยังได้ก่อให้เกิดการสร้างห้องปฏิบัติการทางสนามแม่เหล็กเพื่อทดสอบ PMT และขยายผลนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านสนามแม่เหล็กไปมีส่วนร่วมในการทดลอง KATRIN ที่สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ในการตรวจวัดสนามแม่เหล็กความเข้มสูงอีกด้วย ซึ่งความเชี่ยวชาญเหล่านี้ได้รับการยอมรับในระดับสากล ดังจะเห็นได้จากการที่สถาบันภาคีของไทยได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับนานาชาติร่วมกับนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรจากประเทศจีนมาแล้ว นอกจากนี้ โครงการความร่วมมือไทย-จูโน ยังได้มีส่วนช่วยในการปลูกฝังความรู้ทางฟิสิกส์พลังงานสูงแก่เยาวชนในประเทศไทยผ่านการจัด Thai-JUNO School on Neutrino Physics มาอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง
การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ จึงเป็นหมุดหมายสำคัญในการรวมศักยภาพของ มทส. จุฬาฯ สดร. และ สซ. รวมเข้าด้วยกันเป็น "ภาคีจากประเทศไทย" เพื่อยกระดับบทบาทของนักวิจัยและวิศวกรไทยในการทดลองระดับโลก และเสริมความเข้มแข็งให้กับระบบนิเวศการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ขั้นสูงของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น มทส. พร้อมมุ่งมั่นสนับสนุนทั้งด้านกำลังคน องค์ความรู้ และเครื่องมือวิจัย ร่วมกับเครือข่ายภาคีจากประเทศไทย เพื่อยกระดับบทบาทของนักวิจัยและวิศวกรไทยในการทดลองระดับโลก (Jiangmen Underground Neutrino Observatory: JUNO) ร่วมกับภาคีอีก 17 ประเทศทั่วโลกต่อไป”
ส่งข่าวได้ที่ email : saowaporn12345@gmail.com และ bat_mamsao@yahoo.com