วันพุธ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2569 15:28 น.

การศึกษา

“ประเสริฐ” จับมือ WEF วางโรดแมปการศึกษาไทย 3 ระยะ มุ่งสร้างกำลังคนรับเศรษฐกิจอนาคตปี 2030

วันพุธ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 14.11 น.

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569  เวลา 09.00 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมเสวนาเชิงนโยบายระดับสูงระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและ World Economic Forum (WEF) พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “การศึกษาในฐานะยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของประเทศไทยสำหรับปี ค.ศ. 2030 และอนาคต” โดยมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ และผู้แทนระดับสูงจาก WEF เข้าร่วม ณ ห้องประชุม Jubilee Ballroom โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ

นายประเสริฐ กล่าวว่า การทำให้การศึกษาเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษา และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมกำหนดแนวทางดำเนินงานที่สามารถเริ่มต้นได้ทันที โดยเป้าหมายภายในปี 2030 คือการพัฒนาระบบการศึกษาให้สร้างคนที่พร้อมทำงาน ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง และแข่งขันได้ตลอดชีวิต พร้อมเปลี่ยนมุมมองจากการศึกษาที่เป็นค่าใช้จ่ายให้เป็นการลงทุนเพื่อพัฒนาประเทศ

นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า ตลาดแรงงานโลกกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยรายงาน Future of Jobs ของ WEF คาดการณ์ว่า ภายในปี 2030 จะมีงานใหม่เกิดขึ้นทั่วโลกประมาณ 170 ล้านตำแหน่ง ขณะที่งานเดิมจะหายไป 92 ล้านตำแหน่ง ส่วนองค์การแรงงานระหว่างประเทศประเมินว่า งาน 1 ใน 4 ของโลกจะได้รับผลกระทบจาก AI สำหรับประเทศไทย ยังมีความท้าทายจากอัตราการเกิดที่ลดลงเหลือประมาณ 416,000 คนในปีที่ผ่านมา แรงงานกว่าร้อยละ 56 ทำงานไม่ตรงกับสาขาที่เรียนมา และความต้องการแรงงานทักษะสูงมากกว่า 1 ล้านคนใน 10 อุตสาหกรรมสำคัญภายในปี 2029

“กระทรวงศึกษาธิการจึงกำหนดแนวทางลงทุนพัฒนาคนผ่าน 5 นโยบาย ได้แก่ คืนเวลาให้ครูเพื่อให้มีเวลาดูแลและพัฒนาผู้เรียน ลดความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาสผ่าน Thailand Zero Dropout ยกระดับการเรียนรู้ด้านดิจิทัลและ AI สร้างโรงเรียนให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย และผลักดันพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ควบคู่กับการใช้ข้อมูลและงานวิจัยประกอบการกำหนดนโยบาย โดย ศธ. ได้ส่งรายงาน Technical Review ซึ่งครอบคลุม 131 ประเด็นให้ OECD แล้ว พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลตลาดแรงงานผ่านระบบ Thailand Future SkillMap” นายประเสริฐ กล่าว

สำหรับแผนขับเคลื่อนการศึกษาไทยสู่ปี 2030 แบ่งเป็น 3 ระยะ ระยะแรก ตั้งแต่ปัจจุบันถึงปี 2027 มุ่งวางรากฐานและยกระดับทักษะพื้นฐาน เชื่อมข้อมูลผู้เรียนรายบุคคลกับตลาดแรงงาน ผลักดันกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ และเตรียมเป็นเจ้าภาพการประชุม Global Education Meeting ร่วมกับ UNESCO ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม – 2 เมษายน 2570 ณ กรุงเทพมหานคร

ระยะที่สอง ระหว่างปี 2028–2030 จะปรับหลักสูตรและการวัดผลให้เน้นสมรรถนะมากขึ้น ขยายการเรียนควบคู่การทำงาน และผลักดันประเด็น ASEAN Zero Dropout ในช่วงที่ไทยเป็นประธานอาเซียนปี 2028 ส่วนระยะที่สาม ตั้งแต่ปี 2030 เป็นต้นไป มุ่งพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างเต็มรูปแบบ

นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้เสนอความร่วมมือกับ WEF ใน 3 ด้าน ได้แก่ การวิเคราะห์ข้อมูลอนาคตของงานในประเทศไทยเชิงลึก การวิจัยร่วมด้านนโยบายพัฒนาทักษะแรงงาน และการเชื่อมโยงเครือข่ายภาคธุรกิจเพื่อร่วมออกแบบหลักสูตรและการเรียนรู้ในสถานประกอบการ

“หากเราต้องการสร้างเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็ง เราต้องเริ่มจากการสร้างคนไทยให้เข้มแข็งก่อน และเราเริ่มได้ตั้งแต่วันนี้” รมว.ศธ. กล่าว

หน้าแรก » การศึกษา