วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2569 01:40 น.

การศึกษา

“ยศชนัน” นำไทยเข้าเป็นสมาชิก Human Capital Project ลำดับที่ 101 จับมือธนาคารโลก เปิดตัวโครงการยกระดับเด็กปฐมวัยคุณภาพสูงสู่ทุกตารางนิ้วของประเทศ

วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 19.41 น.

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำประเทศไทยเข้าร่วมโครงการ Human Capital Project (HCP) ของธนาคารโลก (World Bank) อย่างเป็นทางการ ในฐานะสมาชิกลำดับที่ 101 และเป็นประเทศล่าสุดที่เข้าร่วมเครือข่าย พร้อมกล่าวถ้อยแถลงต่อรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจและการพัฒนามนุษย์จากกว่า 50 ประเทศ ในการประชุมประจำปีธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

โครงการ HCP ริเริ่มโดยธนาคารโลกในปี 2561 เพื่อผลักดันให้รัฐบาลทั่วโลกลงทุนในทุนมนุษย์ ทั้งด้านสุขภาพ การศึกษา และทักษะที่จำเป็น โดยปัจจุบันมีรัฐบาลจากกว่า 100 ประเทศเข้าร่วม สะท้อนถึงความสำคัญของการพัฒนาคนในฐานะรากฐานของการเติบโตทางเศรษฐกิจและการสร้างโอกาสในระยะยาว

ศ.ดร.ยศชนัน สะท้อนมุมมองต่อทิศทางการลงทุนว่า “วันนี้โลกกำลังทุ่มลงทุนกับโครงสร้างพื้นฐาน AI มากเกินไป แต่ลงทุนน้อยเกินไปในการทำให้ AI เกิดประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างแท้จริง” พร้อมนำเสนอแนวทางพัฒนาทุนมนุษย์ของไทย 5 มิติ โดยมุ่งเชื่อมโยงเทคโนโลยี การศึกษา การวิจัย และการพัฒนาคุณภาพชีวิตเข้าด้วยกัน เพื่อให้คนไทยทุกช่วงวัยเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาตนเองอย่างทั่วถึง

ด้านสุขภาพ ไทยอยู่ระหว่างจัดตั้งคณะกรรมการสุขภาวะแห่งชาติ โดยมุ่งใช้ AI ลดช่องว่างด้านสุขภาพให้เป็นศูนย์ (AI for Zero Health Gap) เพื่อให้คนไทยทุกคนเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม

ด้านการศึกษาและทักษะ มุ่งสร้างทักษะพื้นฐานที่แข็งแรง ควบคู่กับการจัดทำกฎหมายการศึกษาและการขับเคลื่อนซูเปอร์บอร์ดด้านทุนมนุษย์ (Human Capital Super Board) พร้อมผลักดันโครงการ Skill Bridge เพื่อปรับทักษะแรงงาน (Reskill) ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต รวมถึงนำ AI มาสนับสนุนการเรียนรู้เฉพาะบุคคล

ด้านการวิจัย ให้ความสำคัญกับการลงทุนวิจัยด้านพัฒนาการเด็กปฐมวัย เพื่อวางรากฐานทุนมนุษย์ตั้งแต่ช่วงวัยสำคัญของชีวิต โดยมองว่าการพัฒนาคนอย่างมีคุณภาพต้องเริ่มตั้งแต่ต้นทาง และอาศัยองค์ความรู้จากงานวิจัยมาช่วยออกแบบการพัฒนาที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละช่วงวัย

ด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิต พัฒนาระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ควบคู่กับหลักสูตรระยะสั้นแบบ Micro-credentials เปิดโอกาสให้คนทุกวัยสะสมหน่วยกิตและต่อยอดการเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงาน

ด้านการลดความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่ ใช้มหาวิทยาลัยเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับทักษะของคนในแต่ละพื้นที่ พร้อมกระจายงานวิจัยและนวัตกรรมสู่ภูมิภาค เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงองค์ความรู้และโอกาสในการพัฒนาตนเองได้มากขึ้น และให้ทุกพื้นที่เติบโตไปพร้อมกัน

หนึ่งในแนวทางสำคัญที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาทุนมนุษย์ตั้งแต่ต้นทาง คือการลงทุนพัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่ง ศ.ดร.ยศชนัน ได้ร่วมกับธนาคารโลกเปิดตัวโครงการขยายผลการพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยดึงภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อยกระดับคุณภาพการดูแลและพัฒนาเด็กให้ครอบคลุมพื้นที่ต่าง ๆ มากขึ้น และสร้างโอกาสให้เด็กไทยเข้าถึงการพัฒนาที่มีคุณภาพตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของชีวิต

ภายใต้แนวทางดังกล่าว รัฐจะปรับบทบาทจากการเป็นผู้ดำเนินงานเองทั้งหมด มาเป็นกลไกกลางในการจัดหาเงินทุน บริหารผลสัมฤทธิ์ และประกันคุณภาพ ขณะที่ธนาคารโลกทำหน้าที่อำนวยความสะดวกตลอดโครงการ ส่วนมหาวิทยาลัยราชภัฏจะเป็นพี่เลี้ยงในการพัฒนาครูและผู้ดูแลเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เพื่อเสริมศักยภาพบุคลากรในพื้นที่และวางระบบการดำเนินงานที่สามารถขยายผลได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

ท้ายที่สุด ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า “เด็กไทยทุกคน ไม่ว่าจะเกิดหรือเติบโตที่ไหน ควรได้รับการพัฒนาปฐมวัยที่มีคุณภาพ”
 

หน้าแรก » การศึกษา