วันพุธ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 00:53 น.

การเงิน หุ้น

กสิกรไทยปั้นนิวเจนสู่ผู้ประกอบการ บ่มเพาะ 3 เดือนจากไอเดียสู่ธุรกิจจริง ใน AFTERKLASS Young Entrepreneur KAMP 2026 

วันอังคาร ที่ 03 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569, 21.30 น.

กสิกรไทยปั้นนิวเจนสู่ผู้ประกอบการ บ่มเพาะ 3 เดือนจากไอเดียสู่ธุรกิจจริง ใน AFTERKLASS Young Entrepreneur KAMP 2026 

ธนาคารกสิกรไทยประกาศผลโครงการ AFTERKLASS Young Entrepreneur KAMP 2026 โครงการบ่มเพาะเยาวชนสู่การเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการประกวดไอเดียหรือการแข่งขันบนเวที Pitching แต่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้และลงมือสร้างธุรกิจจริงอย่างต่อเนื่อง รวมระยะเวลากว่า 3 เดือน ตั้งแต่เดือนสิงหาคมจนถึงเดือนตุลาคม ผ่านกระบวนการ Learn • Build • Grow ตั้งแต่การค้นหาโอกาสทางธุรกิจ การวางโมเดลธุรกิจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ หรือ MVP (Minimum Viable Product) การทดสอบกับผู้ใช้งานจริง การสร้างแบรนด์ การวางแผนทางการเงิน ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมด้านการลงทุน โดยมีผู้เชี่ยวชาญและโค้ชเฉพาะด้าน ร่วมให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทาง ก่อนนำสิ่งที่พัฒนามาตลอดโครงการขึ้นนำเสนอในเวที Venture Stage ซึ่งเป็นการจำลองสถานการณ์การนำเสนอธุรกิจต่อคณะกรรมการในบรรยากาศเสมือนการระดมทุนจริง เปิดโอกาสให้เยาวชนได้นำเสนอแนวคิด ตอบข้อซักถาม และรับข้อเสนอแนะเพื่อต่อยอดแนวคิดสู่การดำเนินธุรกิจจริง

 

 

ปีนี้ AFTERKLASS Young Entrepreneur KAMP 2026 ได้นำเยาวชนทั้ง 9 ทีม ที่ผ่านเข้าสู่กระบวนการบ่มเพาะเรียนรู้ เข้าร่วมเวิร์กชอป ควบคู่กับการลงมือพัฒนาธุรกิจของตัวเอง ตั้งแต่การนำไอเดียไปทดลองกับกลุ่มเป้าหมาย รับฟังข้อเสนอแนะ และนำกลับมาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้ให้คำปรึกษาจากธนาคารกสิกรไทยร่วมให้คำแนะนำ เพื่อช่วยให้แต่ละทีมมองเห็นโอกาส ข้อจำกัด และความเป็นไปได้ของธุรกิจ ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ทำธุรกิจจริงก่อนก้าวสู่เวทีนำเสนอรอบสุดท้าย

นายรวี อ่างทอง ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายบูรณาการความยั่งยืนองค์การ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เราเชื่อว่าการเรียนรู้เรื่องผู้ประกอบการไม่ควรจบอยู่ที่การมีไอเดียหรือการนำเสนอแผนธุรกิจบนเวที แต่เยาวชนควรได้มีโอกาสลองทำจริง ได้พบกับลูกค้าจริง และเรียนรู้ว่าการสร้างธุรกิจต้องผ่านทั้งการทดลอง การปรับเปลี่ยน และการแก้ปัญหา ปีนี้เราจึงยกระดับ AFTERKLASS Young Entrepreneur KAMP 2026 ให้เป็นกระบวนการบ่มเพาะอย่างต่อเนื่องตลอด 3 เดือน เพื่อให้เยาวชนค่อย ๆ พัฒนาไอเดียให้กลายเป็นต้นแบบธุรกิจ ผ่านการเรียนรู้ ลงมือทำ ทดลองกับตลาด และรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน สิ่งที่เราอยากเห็นจึงไม่ใช่เพียงผลงานหนึ่งชิ้นเมื่อจบโครงการ แต่คือเยาวชนที่มีวิธีคิด ประสบการณ์ และความเข้าใจด้านการเงินและธุรกิจที่สามารถนำไปต่อยอดได้จริงในอนาคต

 

 

ในปีนี้ โครงการได้รับความสนใจจากทีมเยาวชนสมัครเข้าร่วมจำนวน 76 ทีม ก่อนคัดเลือกเหลือ 9 ทีมสุดท้ายเข้าสู่เส้นทางการพัฒนาอย่างเข้มข้นภายใต้แนวคิด Learn • Build • Grow โดยเยาวชนได้เรียนรู้การสร้างธุรกิจและวางรูปแบบรายได้ ประเมินความเป็นไปได้และจัดทำแผนธุรกิจ พัฒนาแบรนด์และออกแบบผลิตภัณฑ์ ตลอดจนสร้างและทดสอบผลิตภัณฑ์ต้นแบบ พร้อมเรียนรู้เรื่องการระดมทุนและการลงทุน รวมถึงฝึกสรุปแผนธุรกิจและนำเสนออย่างกระชับก่อนเข้าสู่เวที Venture Stage

ตลอดกระบวนการ เยาวชนทั้ง 9 ทีม จึงไม่ได้เพียงเรียนรู้ “วิธีคิดธุรกิจ” แต่ต้องนำความรู้ไปใช้กับไอเดียของตัวเองจริง ตั้งแต่การทำความเข้าใจลูกค้าและปัญหาที่ต้องการแก้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ การนำไปทดลองกับกลุ่มเป้าหมาย ตลอดจนการรับ Feedback เพื่อนำกลับมาปรับปรุงสินค้า บริการ และโมเดลธุรกิจให้มีความชัดเจนและเป็นไปได้มากขึ้น โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากธนาคารกสิกรไทย บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล รวมถึงผู้ประกอบการจากหลากหลายสาขาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และให้คำแนะนำตลอดโครงการ

หลังผ่านการเรียนรู้ ทดลอง และพัฒนาธุรกิจตลอด 3 เดือน เยาวชนทั้ง 9 ทีมได้นำแผนธุรกิจพร้อมผลิตภัณฑ์ต้นแบบขึ้นนำเสนอในเวที Venture Stage โดยนำองค์ความรู้และผลลัพธ์จากการทดลองกับกลุ่มเป้าหมายมาแสดงให้เห็นถึงแนวคิดและความเป็นไปได้ของธุรกิจ พร้อมนำข้อเสนอแนะที่ได้รับไปใช้ปรับปรุงและวางแนวทางต่อยอดสู่ก้าวถัดไป

ผลการตัดสินปรากฏว่า มี 3 ทีมได้รับทุนสนับสนุน AFTERKLASS Seed Fund ระดับ 1st Honor ทีมละ 30,000 บาท ได้แก่

• ทีม “Poptus” เจ้าของไอเดีย “Poptus” ขนมถั่วลูกไก่อบกรอบ โปรตีนและไฟเบอร์สูง สำหรับผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ

• ทีม “Chip n Dale” เจ้าของผลงาน “PawDee” บ้านสัตว์เลี้ยงพกพาที่ช่วยลดเสียงรบกวนและสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง

• ทีม “BOOM” เจ้าของไอเดีย “Keeply” บริการรับฝากของถึงหน้าบ้าน ที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งาน

ทั้ง 3 แนวคิดสะท้อนมุมมองและความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ในการมองเห็นปัญหาใกล้ตัวและพัฒนาเป็นแนวทางธุรกิจที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ขณะที่เงินทุน AFTERKLASS Seed Fund จะเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนให้เยาวชนสามารถนำสิ่งที่เรียนรู้และพัฒนามาตลอดโครงการไปทดลองและต่อยอดสู่ก้าวถัดไปของธุรกิจ

 

 

นายรวี อ่างทอง กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งสำคัญที่ AFTERKLASS ต้องการสร้างให้เกิดขึ้นกับเยาวชน ไม่ใช่เพียงความสามารถในการคิดค้นผลิตภัณฑ์หรือเขียนแผนธุรกิจ แต่คือกระบวนการคิดแบบผู้ประกอบการ ทั้งการมองเห็นปัญหา การคิดเชิงวิเคราะห์ การกล้าทดลองและลงมือทำ การรับฟัง Feedback การเรียนรู้จากสิ่งที่ไม่เป็นไปตามแผน ตลอดจนความเข้าใจด้านการเงิน ซึ่งล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาธุรกิจและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเส้นทางชีวิตของเยาวชนในอนาคต โดยเชื่อว่าประสบการณ์ตลอดระยะเวลา 3 เดือน จะช่วยให้เยาวชนแต่ละคนได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง พร้อมมีทั้งความรู้ ทักษะ และประสบการณ์จากการลงมือทำจริงติดตัวออกไป ไม่ว่าธุรกิจที่เริ่มต้นจากโครงการจะถูกต่อยอดในรูปแบบใด ประสบการณ์จากการคิด ทดลอง แก้ปัญหา และเรียนรู้จากตลาดจริง จะเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการ และการสร้างคุณค่าให้แก่เศรษฐกิจและสังคมในอนาคต

AFTERKLASS Business KAMP จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ภายใต้แพลตฟอร์ม AFTERKLASS ของธนาคารกสิกรไทย ซึ่งมุ่งส่งเสริมความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) และทักษะการใช้ชีวิตแก่เยาวชนไทย ผ่านการผสมผสานองค์ความรู้ทางการเงินเข้ากับความสนใจและศักยภาพของคนรุ่นใหม่ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน พัฒนาทักษะผู้ประกอบการ และเตรียมความพร้อมให้เยาวชนสามารถก้าวสู่โลกอนาคตได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมของ AFTERKLASS ได้ที่ www.afterklass.com หรือเฟซบุ๊ก AFTERKLASS