วันศุกร์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2564 09:33 น.

ต่างประเทศ

“สีจิ้นผิง” ตอกย้ำกลุ่มประเทศ BRICS ยึดมั่นผลประโยชน์ร่วมกัน

วันจันทร์ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2564, 01.09 น.

“สีจิ้นผิง” ตอกย้ำกลุ่มประเทศ BRICS ยึดมั่นหลักแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกันแบบเท่าเทียม พร้อมช่วยเหลือและร่วมมือแก้ปัญหาโควิด-19 เร่งขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจทุกด้านเพื่อผลประโยชน์ของทุกประเทศ

การประชุมผู้นำกลุ่มประเทศ BRICS ครั้งที่ 13 ผ่านทางวิดีโอคอนฟีเรนซ์ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา โดยประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ ไซริล รามาโฟซา ประธานาธิบดีบราซิล ฌาอีร์ โบลโซนารู และประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดีมีร์ ปูติน เข้าร่วมการประชุม โดยมีนายกรัฐมนตรีอินเดีย นเรนทระ โมที เป็นประธานการประชุม  ทางสี จิ้นผิง ได้กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นปีครบรอบ 15 ปีของความร่วมมือกลุ่ม BRICS

โดยมีใจความสำคัญ ดังนี้

1.เสริมสร้างความร่วมมือด้านสาธารณสุขโดยยึดมั่นความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน สนับสนุนการรับมือโควิด-19 ของแต่ละประเทศ โดยแบ่งปันข้อมูลที่เกี่ยวข้องและประสบการณ์ในการควบคุมและป้องกันโควิด-19 และร่วมมือเชิงปฏิบัติเกี่ยวกับวัคซีน ทั้งการวิจัยและผลิตร่วมกัน ซึ่งสี จิ้นผิง ได้กล่าวถึง “ศูนย์วิจัยและพัฒนาวัคซีนของ BRICS ในรูปแบบ Virtual”

สำหรับเรื่องวัคซีน ในฐานะประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ยังระบุว่า ประเทศจีนได้จัดหาวัคซีนและสนับสนุนทางเทคนิคที่จำเป็นสำหรับประเทศต่างๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือ และได้ให้การสนับสนุนอย่างแข็งขันในการแจกจ่ายวัคซีนอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อร่วมป้องกันและควบคุมสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ทั่วโลก โดยจีนได้จัดส่งวัคซีนจำนวนมากให้ประเทศต่างๆกว่า 100 ประเทศและองค์กรระหว่างประเทศกว่า 1 พันล้านโดส และจะพยายามจัดหาวัคซีนรวม 2 พันล้านโดสภายในสิ้นปีนี้ โดยจีนขอประกาศว่า นอกเหนือจากการบริจาค 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับ COVAX แล้ว ประเทศจีนจะบริจาควัคซีนเพิ่มอีก 100 ล้านโดสให้แก่ประเทศกำลังพัฒนาภายในปีนี้

2. เสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจโดยยึดหลัก WIN-WIN ทุกประเทศได้รับประโยชน์ร่วมกัน โดยดำเนินการตามยุทธศาสตร์ “ความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจของ BRICS 2025” อย่างจริงจัง และขยายความร่วมมือในด้านต่างๆ เช่น การค้าการลงทุน  สี จิ้นผิงหวังว่าธนาคารเพื่อการพัฒนาใหม่ (New Development Bank ) ภายใต้กลุ่ม BRICS ที่เกิดขึ้นตามยุทธศาสตร์ดังข้างต้น จะมีบทบาทที่มากขึ้นในการสนับสนุนการพัฒนาของสมาชิกในทางเศรษฐกิจและการเงินโลก

สี จิ้นผิงระบุ “ศูนย์นวัตกรรมปฏิวัติอุตสาหกรรมใหม่ ( Industrial Revolution Innovation Center) ภายใต้กลุ่ม BRICS ถูกจัดตั้งขึ้นเรียบร้อยแล้วในเมืองเซี่ยเหมิน ประเทศจีน และได้จัดกิจกรรมต่างๆ เช่น การฝึกอบรมบุคลากร การประชุมวิชาการ และการประกวดนวัตกรรมอุตสาหกรรม

สี จิ้นผิง ยังเผยอีกว่า ในปีหน้า 2022 ทางศูนย์นวัตกรรมปฏิวัติอุตสาหกรรมใหม่มีแผนจัดการประชุมเพื่อพัฒนาอินเทอร์เน็ตอุตสาหกรรมและภาคการผลิตดิจิทัล รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ ในอนาคต

 แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม  ตั้งเป้าเรื่องการลดปริมาณคาร์บอน  และ การแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)

3. เสริมความร่วมมือทางการเมืองและด้านความมั่นคงของประเทศในกลุ่ม BRICS ผ่านการสนับสนุนซึ่งกันและกัน ผ่านกลไกของ BRICS ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การจัดประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศและการประชุมผู้แทนระดับสูงด้านความมั่นคง รวมถึงการดำเนินแผนปฏิบัติการต่อต้านก่อการร้ายของ BRICS ที่ได้เริ่มใช้เมื่อต้นปีนี้

4. เสริมสร้างการพัฒนาทรัพยากรบุคคล และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความร่วมมือระหว่างบุคคลในประเทศกลุ่ม BRICS ในปีนี้จีนเป็นเจ้าภาพการประกวดนวัตกรรมสตรี ( BRICS Women Innovation Contest) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างการพัฒนาทรัพยากรบุคคลและการแลกเปลี่ยนความร่วมมือระหว่างบุคคลของประเทศในกลุ่ม BRICS แม้จะเผชิญกับการระบาดโควิด-19

จีนได้เสนอให้มีการจัดตั้ง BRICS alliance for vocational education เพื่อเป็นเวทีในการแข่งขันทักษะวิชาขีพและเป็นแพลตฟอร์มในการแลกเปลี่ยนความร่วมมือสำหรับการศึกษาสายวิชาชีพ (อาชีวศึกษา) ทั้ง 5 ประเทศในกลุ่ม BRICS

นอกจากนี้ จีนจะเป็นเจ้าภาพจัดสัมมนา BRICS เกี่ยวกับธรรมาภิบาลและฟอรัมการประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างบุคคล รวมถึงการเปิดหลักสูตรฝึกอบรมออนไลน์สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อมวลชนของ 5 ประเทศ และการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกฤดูหนาวในกรุงปักกิ่งต้นปีหน้า 2022 จีนหวังว่าจะได้ต้อนรับนักกีฬาจากประเทศกลุ่ม BRICS และทั่วโลก เพื่อแสดงทักษะด้านกีฬา และบรรลุผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม

ประธานาธิบดีจีน ทิ้งท้ายว่า ดังคำกล่าวของจีน “ผู้มีปัญญาย่อมปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง คนที่มีความรู้ทำหน้าที่ตามสถานการณ์” ดังนั้นในการทำให้ความร่วมมือของ BRICS ก้าวหน้า ทุกฝ่ายต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงในยุคสมัย และต้องจัดลำดับความสำคัญให้ชัดเจนยิ่งขึ้นเพื่อความร่วมมือในวงกว้าง และมุ่งเน้นผลลัพธ์มากขึ้น เพื่อผลประโยชน์สำหรับทุกฝ่ายบนพื้นฐานของฉันทามติที่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจีนมั่นใจว่าด้วยความพยายามร่วมกันของทุกประเทศ จะทำให้กลไกการทำงานของความร่วมมือกลุ่ม BRICS เปี่ยมไปด้วยพลังและมีชีวิตชีวา

ทั้งนี้จีนจะเข้ารับตำแหน่งเป็นประธานของกลุ่ม BRICS และเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอด BRICS ครั้งที่ 14 ในปี 2022 ซึ่งสี จิ้นผิงกล่าว “จีนตั้งตารอที่จะทำงานร่วมกับพันธมิตร BRICS เพื่อกระชับความร่วมมือในทุกด้าน และสร้างความร่วมมือที่ใกล้ชิดและมุ่งเน้นผลลัพธ์มากขึ้น เพื่อตอบสนองความท้าทายทั่วไปและสร้างอนาคตที่ดีกว่า” ตามการรายงานของสถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน

 

แหล่งข้อมูล: http://m.news.cctv.com/2021/09/09/ARTI4h0YDsaUxeKRr4I9AGmF210909.shtml

 

https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=337485224786698&id=117547923447097