วันอังคาร ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2564 13:40 น.

การตลาด

“อินเตอร์ ฟาร์มา”สบช่องปูพรมขายนวัตกรรมผลิตภัณฑ์โปรไบโอติก

วันพุธ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2564, 12.07 น.

“อินเตอร์ ฟาร์มา”สบช่องปูพรมขายนวัตกรรมผลิตภัณฑ์โปรไบโอติก

 

 

“อินเตอร์ ฟาร์มา” สบช่องตลาดสุขภาพโตสวนทางรับโควิด-19 รุกหนักทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมโปรไบโอติกในโรงพยาบาลและร้านขายยา พร้อมโหมเต็มสูบผลิตภัณฑ์ “โปรไบโอติก”สูตรเฉพาะ ตอบสนองไลฟ์สไตล์ยุค New Normal ของคนไทยและคนทั่วโลก ลุ้นปี 68 บรรลุเป้าหมายรายได้แตะ 2,500 ล้านบาท

 

ดร.ตฤณวรรธน์ ธนิตนิธิพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน)หรือ IP ผู้นำด้านนวัตกรรมโปรไบโอติกและการดูแลสุขภาพ เปิดเผยว่า หลังทั่วโลกและประเทศไทยต้องเผชิญกับการระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้ภาพรวมตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเติบโตสวนทาง โดยปัจจุบันมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 66,800 ล้านบาท ปี 2565 คาดว่าตลาดจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 15% เป็นผลจากคนส่วนใหญ่ให้ความสนใจเรื่องของสุขภาพมากขึ้นดูแลและรักษาสุขภาพเพื่อไม่ให้เกิดโรคต่างๆมากขึ้นการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร กลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพนวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงนวัตกรรม 

 

 

โปรไบโอติกก็มีเพิ่มมากขึ้นด้วย ซึ่งในส่วนของบริษัทฯ ในฐานะที่เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมโปรไบโอติกและการดูแลสุขภาพ ปี 2564 น่าจะมียอดขายเติบโตมากถึง 40-50% ดังนั้นแผนการทำตลาดจากนี้ไปบริษัทฯ จะบุกเต็มสูบในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ที่ปัจจุบันมีอยู่ 5 กลุ่มธุรกิจ คือ 1.นวัตกรรมยารักษาโรค (Pharmaceutical Innovation) 2.โภชนบำบัดเพื่อการรักษาสุขภาพและชะลอวัย (Wellness & Anti-Aging Nutraceuticals) 3.เวชสำอางและนวัตกรรมความงาม (Cosmeceuticals & Aesthetic Innovation) 4.ผลิตภัณฑ์ดูแลและส่งเสริมสุขภาพของสัตว์เลี้ยง (Companion Animal Healthcare) และ 5.ผลิตภัณฑ์ดูแลและส่งเสริมสุขภาพสำหรับปศุสัตว์ (Livestock Animal Healthcare)เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์สุขภาพแบบครบวงจรทั้งของคนและสัตว์ของบริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา

 

 

 

“สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มโปรไบโอติก ที่เน้นทำตลาดอย่างหนักในปีนี้ เพราะตลาดเติบโตอย่างเห็นได้ชัด ผู้บริโภคมีความต้องการเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในไลฟ์สไตล์ยุค New Normal ของคนไทยและคนทั่วโลก ที่ต้องการผลิตภัณฑ์นวัตกรรมโปรไบโอติกในการดูแลสุขภาพมากขึ้น เนื่องจากโปรไบโอติกเป็นจุลินทรีย์ที่มีชีวิต เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะทำให้สุขภาพดีในภาวะต่างๆและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพบริษัทฯจึงมองเห็นโอกาสในการทำตลาด และสร้างยอดขายให้เติบโต ซึ่งตั้งแต่ต้นปีได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามาทำตลาดเสริมทัพต่อเนื่องโดยเน้นเจาะกลุ่ม นวัตกรรมโปรไบโอติกแบคทีเรีย สายพันธุ์เฉพาะโรค เช่น Bifidobacterium lactis (B. lactis B94)  ซึ่งเป็นโภชนเภสัชที่มีหลักฐานการวิจัยทางการแพทย์ช่วยเรื่องภูมิแพ้และเพิ่มภูมิคุ้มกันโดยงานวิจัยพบว่า บิฟิโดแบ็คทีเรียม อะนิมอลิส แล็กติส (B.Lactis) ช่วยลด IgE88% และ Eosinophil 74% ซึ่งเป็นสารบ่งบอกการเกิดภูมิแพ้ ดังนั้น B.Lactis B94 จึงมีส่วนช่วยในการลดการเกิดภูมิแพ้ได้ และยังได้รับการยอมรับโดยผู้เชี่ยวชาญสาธารณสุขประเทศแคนาดาว่าเป็นจุลินทรีย์ที่ส่งเสริมทำให้ลำไส้ดีทั้งในเด็กและผู้ใหญ่นอกจากนี้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทางบริษัทฯเริ่มทำการตลาดPROBAC FIT SERIES ผลิตภัณฑ์โปรไบโอติกแบคทีเรียที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนรักสุขภาพ ที่มีทั้ง PROBAC FIT ซินไบโอติก, PROTEIN FIT, FIBO FIT โดย PROBAC FIT ซินไบโอติกลิขสิทธิ์เฉพาะเพื่อการคุมน้ำหนัก และภาวะอ้วนลงพุงสามารถลดไขมันในช่องท้อง ลดการดูดซึมน้ำตาลจากอาหาร ลดการดูดซึมไขมันจากอาหารเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก และผู้ที่มีภาวะอ้วนลงพุง หรือโรคอ้วนที่สำคัญปลอดภัยสูง ไม่มีผลข้างเคียง สามารถทานต่อเนื่องเป็นเวลานานได้”

 

นอกจากผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนวัตกรรมโปรไบโอติกชนิดรับประทานประกอบด้วย PROBAC7, PROBAC10 PLUS, PROBAC FIT, TS6สูตร Brightening และ PROBIOTA BLยังมีผลิตภัณฑ์กลุ่มเวชสำอางโปรไบโอติก ภายใต้แบรนด์ YUUU  มูสสำหรับทำความสะอาดผิวหน้า ,ยาสีฟันสูตรโปรไบโอติกสูตรบูรณาการ และ TS6 Lady Health มูสสำหรับทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น เพื่อผลักดันให้ยอดรายได้รวมบริษัทฯ บรรลุเป้าหมาย 2,500 ล้านบาทในปี 2568

 

ดร.ตฤณวรรธน์ กล่าวว่า แนวทางการขยายธุรกิจจะมีทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยโนว์ฮาวตัวเอง และการเข้าเทกโอเวอร์ซื้อกิจการหรือการร่วมทุนกับพันธมิตรด้วยนโยบายที่ต้องการเป็นบริษัทที่มีความครบวงจรเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพทั้งคน สัตว์เลี้ยง และปศุสัตว์

หน้าแรก » การตลาด