วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 05:14 น.

การตลาด

อายิโนะโมะโต๊ะ ประเทศไทย เดินหน้าสู่การเติบโตระยะใหม่

วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.00 น.
อายิโนะโมะโต๊ะ ประเทศไทย เดินหน้าสู่การเติบโตระยะใหม่
มุ่งสู่การเป็นพาร์ตเนอร์หนุนสุขภาพที่ดีของคนไทย ผ่าน “AminoScience”


 ตอกย้ำแนวคิด “กินดี (Eat Well)” ผ่านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพยิ่งขึ้น พร้อมขยายประสบการณ์ “มีสุข (Live Well)”
เปิดตัว “อายิโนะโมะโต๊ะ คู่ร้าน” ความมุ่งมั่นครั้งใหม่ในการสนับสนุนร้านอาหารไทยและสตรีทฟู้ดของไทยทั่วประเทศ

กรุงเทพฯ - 22 กรกฎาคม 2569 – บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำระดับโลกด้าน “AminoScience” และนวัตกรรมด้านอาหารและโภชนาการ ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2569 ก้าวสู่การเติบโตระยะใหม่ ภายใต้วิสัยทัศน์การเป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจในการส่งเสริมสุขภาพและ Well-being ที่ดีของคนไทยในชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ด้วยการนำความเชี่ยวชาญอันเป็นเอกลักษณ์ในด้าน “AminoScience” มาเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินงาน อายิโนะโมะโต๊ะมุ่งมั่นที่จะส่งมอบโซลูชันนวัตกรรมด้านอาหาร โภชนาการ และวิถีชีวิต เพื่อสร้างคุณค่าร่วมกับผู้บริโภค ผู้ประกอบการร้านอาหาร ชุมชน และสังคม ภายใต้แนวคิด “กินดี มีสุข”

ปี 2568 อายิโนะโมะโต๊ะ ประเทศไทย มีผลประกอบการ 3.4 หมื่นล้านบาท หนุนการเติบโตด้วย 3 ผลิตภัณฑ์หลัก คือ
1. รสดี - ครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ในหมวดหมู่เครื่องปรุงรส (ประมาณ 90%)
2. ผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะ - ครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ในหมวดหมู่ผงชูรส (ประมาณ 80%)
3. กาแฟกระป๋องเบอร์ดี้ - ครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ในหมวดหมู่กาแฟกระป๋อง (ประมาณ 50%)

มร.ซาโตชิ อุตากาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า “ในปีนี้ อายิโนะโมะโต๊ะ ประเทศไทย ตั้งเป้าขับเคลื่อนธุรกิจ โดยการนำนวัตกรรมระดับโลกผสมผสานกับอินไซต์ในประเทศ เพื่อตอกย้ำจุดยืนในการเป็นพันธมิตรคู่สุขภาพคนไทย ตลอดจนพ่อค้าแม่ค้าร้านอาหาร ชุมชน และธุรกิจอาหาร”
เทรนด์อาหารปี 2569
ข้อมูลจาก Innova Market Insights 2026* ระบุว่า มี 3 เทรนด์สำคัญที่กำลังหล่อหลอมพฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลกและในประเทศไทย ได้แก่:
ความคุ้มค่าคุ้มราคา – ผู้บริโภค 2 ใน 3 คนเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อสินค้าเป็นประจำ โดยมองหาความคุ้มค่าและคุณภาพที่ดี
 ความสมบูรณ์แข็งแรงและอายุที่ยืนยาว – ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพและสุขภาวะในระยะยาว ผ่านโภชนาการและไลฟ์สไตล์ที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น
 ตอบโจทย์ทุกช่วงเวลา – ความต้องการโซลูชันอาหารและเครื่องดื่มที่สะดวกสบาย ซึ่งได้รับการออกแบบให้เหมาะกับโอกาส ไลฟ์สไตล์ และความต้องการทางอารมณ์ที่เฉพาะเจาะจงตลอดทั้งวัน

ทิศทางธุรกิจปี 2569: อยู่เคียงข้างเส้นทาง “กินดี มีสุข (Eat Well, Live Well.)” ของทุกคน
มร.ซาโตชิ อุตากาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “จากการนำเทรนด์อาหารมาพัฒนาร่วมกับข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค อายิโนะโมะโต๊ะได้เดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจปี 2569 เพื่อสนับสนุนความ ‘กินดี มีสุข’ ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก คือ:
 
1. เสริมสร้าง “กินดี (Eat Well)” ผ่านนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย “AminoScience”
 ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพเสริมพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพให้แข็งแกร่ง พร้อมทั้งยกระดับโซลูชันด้านโภชนาการที่มอบทั้งรสชาติที่ยอดเยี่ยมและสุขภาพที่ดี
นำ “AminoScience” มาใช้เพื่อปรับปรุงรสชาติให้อร่อย พร้อมทั้งสนับสนุนการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการ Thailand Victory Project พร้อมสนับสนุนนักกีฬาไทยอย่างต่อเนื่องไปจนถึงการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ควบคู่ไปกับการขยายโปรแกรม Winning Meals จากนักกีฬาไปสู่ผู้บริโภคทั่วไป
 ส่งเสริมแคมเปญ Better Meal โดยร่วมมือกับพันธมิตรร้านอาหาร เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและมีโภชนาการมากขึ้น
 
2. เพิ่มประสบการณ์ “มีสุข (Live Well)”
 เติม “ความเพลิดเพลินสู่ชีวิตประจำวันของผู้บริโภค” ให้มากขึ้น โดยการขยายพอร์ตโฟลิโอ เพื่อตอบไลฟ์สไตล์และความชอบของผู้บริโภค คลิกโดนใจคนรุ่นใหม่ผ่านแบรนด์แอมบาสเดอร์
 ขยายธุรกิจอาหารแช่แข็งสำหรับครัวเรือนด้วยแบรนด์ อายิโนะโมะโต๊ะ อุไม เสิร์ฟอาหารแช่แข็งพร้อมทานสไตล์ญี่ปุ่น ที่ออกแบบมาเพื่อตอบไลฟ์สไตล์ความสะดวกสบายของคนยุคใหม่ พร้อมยกระดับร้านอาหารไทยและสตรีทฟู้ดทั่วประเทศ ด้วยการเปิดตัวพันธกิจครั้งใหม่เคียงข้างผู้ประกอบการผ่าน อายิโนะโมะโต๊ะ คู่ร้าน
 
 เชื่อมโยงกับผู้บริโภคผ่านสุขภาวะ ความคิดสร้างสรรค์ และวัฒนธรรม ด้วยการเปิดตัวนิทรรศการ Ajinomoto Amino Museum ที่ผสมผสานโภชนาการ ศิลปะ และประสบการณ์เสมือนจริงสำหรับผู้บริโภค
 
3. พัฒนาสู่การเป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งสุขภาพกายและใจ (Trusted Well-Being Partner)
 เดินหน้ายกระดับบริษัทให้เป็นมากกว่าผู้ผลิตอาหาร สู่การเป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจด้าน Well-being ในทุก ๆ วัน โดยการสนับสนุนสุขภาพ ความสุข และคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้บริโภค พร้อมทั้งร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น ผ่านระบบนิเวศอาหารที่ดีต่อสุขภาพและโครงการด้านสิ่งแวดล้อม

อายิโนะโมะโต๊ะ คู่ร้าน: พันธมิตรโซลูชันที่ผู้ประกอบการร้านอาหารและพ่อครัวแม่ครัวไว้วางใจ
จากการตระหนักถึงความสำคัญของร้านอาหารและสตรีทฟู้ดในประเทศไทย อายิโนะโมะโต๊ะจึงได้เปิดตัว “อายิโนะโมะโต๊ะ คู่ร้าน” คู่ร้านขายดี พันธกิจใหม่ล่าสุด เพื่อเสริมศักยภาพให้กับร้านอาหารไทยและพ่อครัวแม่ครัวทั่วประเทศ โดยมีจุดเด่นคือช่วยลดต้นทุน ลดขั้นตอน และช่วยประหยัดเวลาในการทำอาหาร เพราะทุกวันนี้เกือบ 50% ของคนไทยซื้ออาหารพร้อมทานจากร้านอาหาร รวมถึงการนั่งทานที่ร้าน ซื้อกลับบ้าน และเดลิเวอรี ตอกย้ำความสำคัญของธุรกิจอาหารต่อชีวิตประจำวันและวัฒนธรรมอาหารของไทย ซึ่งคาดว่ามีจำนวนร้านอาหารมากกว่า 700,000 ถึง 1 ล้านแห่งทั่วประเทศ

โดยอายิโนะโมะโต๊ะตั้งเป้าผลักดันให้ อายิโนะโมะโต๊ะ คู่ร้าน เป็นพันธมิตรด้านโซลูชันอาหารอันดับแรกในใจ สำหรับเจ้าของร้านอาหารไทย พร้อมสนับสนุนร้านอาหารและพ่อครัวแม่ครัวผ่านโซลูชันทางธุรกิจที่นำไปใช้ได้จริง รวมไปจนถึงการแบ่งปันความรู้ และการสร้างการมีส่วนร่วมในชุมชนดิจิทัล ซึ่งจะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานพร้อมส่งมอบมื้ออาหารที่มีคุณภาพให้แก่ผู้บริโภค

“เพื่อยกระดับบทบาทจาก "ธุรกิจอาหาร" ไปสู่การเป็น "พันธมิตรด้านโซลูชันที่ผู้ประกอบการร้านอาหารไว้วางใจ" เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงแค่การส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ตั้งแต่ผู้บริโภคและชุมชน ไปจนถึงผู้ประกอบการร้านอาหารและพันธมิตรทางธุรกิจ ผ่าน ‘AminoScience’ โดยเรายังคงมุ่งมั่นที่จะช่วยให้คนไทยกินดีมีสุข ในทุก ๆ วัน” มร.อุตากาวะ กล่าวสรุป

ความสำเร็จด้านความยั่งยืนประจำปี 2568 ของอายิโนะโมะโต๊ะ
เพื่อให้สอดคล้องกับความมุ่งมั่นในด้านความยั่งยืน อายิโนะโมะโต๊ะยังได้บรรลุความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญในเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม ดังนี้:
• ก๊าซเรือนกระจก (GHG) ขอบเขตที่ 1 และ 2: ลดลง 100% (เมื่อเทียบกับปีฐาน 2561)
• บรรจุภัณฑ์ที่นำไปรีไซเคิลได้: 68% (เมื่อเทียบกับปีฐาน 2562)
• การลดขยะอาหาร (Food Waste): ลดลง 91% (เมื่อเทียบกับปีฐาน 2561)
• การใช้น้ำ: ลดลง 19.2% (เมื่อเทียบกับปีฐาน 2561)
• การจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน: 100%

หน้าแรก » การตลาด