วันอังคาร ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.29 น.
ดัชมิลล์ นำทัพอุตสาหกรรมขานรับนโยบายสุขภาพภาครัฐ
เดินหน้าพัฒนาสินค้าเพื่อสุขภาพ ขึ้นแท่นบริษัทที่มี “ตราทางเลือกสุขภาพ”
มากที่สุดเป็นอันดับ 1 รับเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่
เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจด้านสุขภาพ ขานรับนโยบายภาครัฐ พร้อมตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่หันมาใส่ใจสุขภาพและพิถีพิถันในการเลือกผลิตภัณฑ์มากขึ้น ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ควบคู่กับการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ “ตราทางเลือกสุขภาพ” ผ่านแคมเปญ “ตรวจตราให้มั่นใจ ด้วยผลิตภัณฑ์เครื่องหมายทางเลือกสุขภาพจากดัชมิลล์” เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น โดยปัจจุบันดัชมิลล์มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับ “ตราทางเลือกสุขภาพ” เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเมื่อเทียบระหว่างปี 2567–2568 พบว่ามีจำนวนผลิตภัณฑ์ที่ได้รับตราดังกล่าวเพิ่มขึ้นกว่า 50% ส่งผลให้กลุ่มบริษัทดัชมิลล์เป็นบริษัทที่มีจำนวนผลิตภัณฑ์ได้รับ “ตราทางเลือกสุขภาพ” มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในตลาด

กลุ่มสินค้าหมวดผลิตภัณฑ์นม (Total Dairy: Liquid Milk และ Cup Yoghurt) ณ สิ้นปี 2025 มีมูลค่ารวมกว่า 70,000 ล้านบาท โดยดัชมิลล์ครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 มาอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นประมาณ 25% ของตลาด Dairy โดยรวม ขณะที่ตลาดอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพมีอัตราการเติบโตสูงกว่าตลาดทั่วไป สะท้อนโอกาสจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำตาลน้อยลง ควบคู่กับคุณค่าทางโภชนาการที่เพิ่มขึ้น เช่น โปรตีนสูงและจุลินทรีย์โพรไบโอติก โดยดัชมิลล์ตั้งเป้าผลักดันสินค้ากลุ่มสุขภาพให้เติบโตในระดับ High Single-digit ถึง Double-digit เพื่อรักษาการเติบโตให้สูงกว่าตลาดโดยรวม
นายจิตรภณ ไตรรัตน์วรวุฒิ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด กลุ่มบริษัทดัชมิลล์ เปิดเผยว่า “ดัชมิลล์มองว่าการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์สุขภาพมากขึ้น โดย ‘ตราทางเลือกสุขภาพ’ ถือเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับการดูแลสุขภาพได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือสำคัญระหว่างสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และกรมควบคุมโรค ดัชมิลล์จึงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ผ่านเกณฑ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งเป้าขยายจำนวนผลิตภัณฑ์ที่ผ่านเกณฑ์รับรองตราทางเลือกสุขภาพให้ได้มากกว่า 50% ของพอร์ตผลิตภัณฑ์ทั้งหมดในอนาคต”
ความไว้วางใจของผู้บริโภคยังสะท้อนผ่านการที่ดัชมิลล์ได้รับรางวัล “Most Chosen Brand” ในหมวด Dairy จากเวที Brand Footprint Awards 2026 จัดโดย Worldpanel by Numerator ต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 โดย Brand Footprint เป็นการจัดอันดับแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) จากพฤติกรรมการเลือกซื้อของผู้บริโภค พิจารณาทั้งจำนวนครัวเรือนที่เลือกซื้อแบรนด์และความถี่ในการซื้อ ตอกย้ำการเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์นมที่ได้รับการเลือกซื้อและความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง
ดร.วรรัตน์ ฉายสว่างวงศ์ ผู้จัดการนวัตกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์และวิจัย กลุ่มบริษัทดัชมิลล์ กล่าวว่า “ตลอดเวลาที่ผ่านมา ดัชมิลล์เติบโตมาพร้อมกับความไว้วางใจของผู้บริโภค และสิ่งสำคัญสำหรับเราคือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ก้าวไปพร้อมกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ด้านสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไป เราจึงให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาสูตรที่ยังคงความอร่อยควบคู่กับคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสม และการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มทางเลือกเพื่อสุขภาพที่หลากหลายให้กับผู้บริโภค โดยนำ เกณฑ์ตราสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ มาเป็นหนึ่งในแนวทางตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ดัชมิลล์ยังคงเป็น แบรนด์ที่ผู้บริโภคไว้วางใจ และเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพของทุกคนในครอบครัวในทุก ๆ วัน”
หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการพัฒนาพอร์ตสินค้าเพื่อสุขภาพ คือ “The 4P Health Innovation Strategy” ครอบคลุม 4 แนวทาง ได้แก่ Protein ผลิตภัณฑ์โปรตีนสูง Plant-based ทางเลือกโภชนาการจากพืช Probiotic ผลิตภัณฑ์ที่มีจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ และ Purity ผลิตภัณฑ์ที่มุ่งเน้นลดการปรุงแต่ง โดยมีผลิตภัณฑ์ในกลุ่มต่าง ๆ อาทิ Proten ดีน่า ไฮโปรตีน นมถั่วเหลืองดีน่า ดัชชี่ Bio, DR-1 และ Beanwell ซึ่งดัชมิลล์วางให้กลุ่มสินค้า 4P เป็นหนึ่งในหัวหอกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจในอนาคต
ขณะเดียวกัน ดัชมิลล์มองว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพต้องเดินควบคู่กับการทำให้ผู้บริโภค “มองเห็นและเลือกได้ง่าย” จึงต่อยอดแนวคิดดังกล่าวผ่านแคมเปญ “ตรวจตราให้มั่นใจ ด้วยผลิตภัณฑ์เครื่องหมายทางเลือกสุขภาพจากดัชมิลล์” พร้อมเปิดตัว หนุ่ม–กรรชัย กำเนิดพลอย เป็นพรีเซนเตอร์ของแคมเปญ เพื่อสื่อสารเรื่อง “ตราทางเลือกสุขภาพ” ให้เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง พร้อมพัฒนา “Healthier Shelf” เป็นพื้นที่รวมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในช่องทางค้าปลีก เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถมองหาและเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สุขภาพได้สะดวกยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ดัชมิลล์ยังจัดเวทีเสวนา “ส่งเสริมคนไทยให้เข้าใจ และใส่ใจดูแลสุขภาพ” เพื่อเปิดมุมมองและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ “ตราทางเลือกสุขภาพ” โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้เชี่ยวชาญร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์สุขภาพของคนไทยและแนวทางการเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถนำความรู้ไปใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น
ดัชมิลล์ยังเดินหน้าขยายการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ผ่านเครือข่ายการจำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ร้านค้าทั่วไป ช่องทางการขายตรงโดยสาวดัชมิลล์ (Direct Sale) และช่องทางออนไลน์ รวมถึง “Dutch Mill eStore” ซึ่งให้บริการสั่งผลิตภัณฑ์ตรงจากโรงงาน พร้อมระบบขนส่งแบบ Cold Chain ที่ควบคุมอุณหภูมิอย่างเหมาะสมจนถึงมือผู้บริโภค เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับรูปแบบการใช้ชีวิตในปัจจุบัน พร้อมสนับสนุนเป้าหมายในการทำให้ทางเลือกเพื่อสุขภาพเข้าถึงผู้บริโภคไทยได้ง่ายยิ่งขึ้น