วันพฤหัสบดี ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2569 01:31 น.

การตลาด

เนสท์เล่เริ่มโครงการก่อสร้างและวางศิลาฤกษ์ โรงงานผลิตกาแฟแห่งใหม่ในไทย มูลค่าลงทุน 23,000 ล้านบาท 

วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 17.27 น.

เนสท์เล่เริ่มโครงการก่อสร้างและวางศิลาฤกษ์ โรงงานผลิตกาแฟแห่งใหม่ในไทย

มูลค่าลงทุน 23,000 ล้านบาท 

ฐานการผลิตกาแฟที่ล้ำสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของเนสท์เล่ทั่วโลก 

สร้างงาน และรับซื้อวัตถุดิบจากในประเทศไทยมูลค่า 4,300 ล้านบาทต่อปี 

 

วันนี้ เนสท์เล่เริ่มโครงการก่อสร้างและจัดพิธีวางศิลาฤกษ์ “House of NESCAFÉ Thailand” โรงงานผลิตกาแฟแห่งใหม่ภายใต้การลงทุนมูลค่า 23,000 ล้านบาท ที่นิคมอุตสาหกรรมอารยะ จังหวัดสมุทรปราการ โดยโรงงานแห่งใหม่นี้จะเป็นหนึ่งในฐานการผลิตกาแฟที่ล้ำสมัยที่สุดของเนสท์เล่ในระดับโลก ชูจุดเด่นด้วยเทคโนโลยีการผลิตกาแฟอันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของเนสท์เล่ ผสานระบบการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)  ระบบหุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติขั้นสูง โดยในโครงการจะมีการก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้าที่ทันสมัย รองรับผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภทของเนสท์เล่ และศูนย์นวัตกรรมกาแฟ (Coffee Innovation Center) โรงงานแห่งนี้จะมีการจ้างงานกว่ามากกว่า 500 ตำแหน่ง และใช้วัตถุดิบและวัสดุจากภายในประเทศมูลค่าประมาณ 4,300 ล้านบาทต่อปี จากเกษตรกรและซัพพลายเออร์ไทย

 

พิธีดังกล่าวได้รับเกียรติจาก นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและรองประธานกรรมการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) นายฟาบรีซ ฟีลีเย เอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทย 

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ดร.สุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายเรมี เอเจล รองประธานกรรมการบริหารและประธานคณะผู้บริหาร 

เนสท์เล่ โซนเอเชีย โอเชียเนีย และแอฟริกา ศาสตราจารย์ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานคณะที่ปรึกษาเนสท์เล่ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นายนิคิล ชัญจ์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า และนายฮั่ว เตียง ลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และตลาดเกิดใหม่ ระดับภูมิภาคเอเชีย บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด เข้าร่วมงาน

โรงงานที่ล้ำสมัยแห่งนี้จะผลิตผลิตภัณฑ์เนสกาแฟหลากหลายชนิด ซึ่งรวมถึงกาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟผงปรุงสำเร็จ และกาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม นับเป็นพอร์ทผลิตภัณฑ์กาแฟคุณภาพสูง ในราคาที่เข้าถึงได้ และโดดเด่นด้วยนวัตกรรม ซึ่งจะช่วยให้เนสท์เล่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในทุกช่วงเวลาของการดื่มกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ระหว่างเดินทาง หรือนอกบ้าน

 

 

 

นายเรมี เอเจล รองประธานกรรมการบริหารและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ โซนเอเชีย โอเชียเนีย และแอฟริกา (AOA) กล่าวว่า “ธุรกิจกาแฟเป็นธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดของเนสท์เล่ในระดับโลก และเนสกาแฟเป็นหนึ่งในแบรนด์กาแฟชั้นนำระดับโลก รวมทั้งเป็นแบรนด์กาแฟอันดับ 1 ของไทย ซึ่งประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดกาแฟที่ใหญ่ที่สุดและมีความเคลื่อนไหวมากที่สุดของเรา การลงทุนในโรงงานผลิตกาแฟแห่งใหม่นี้จะเสริมความแข็งแกร่งให้เราสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น เพิ่มขีดความสามารถในการผลิตของเราในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจกาแฟอย่างยั่งยืนในระยะยาว การลงทุนครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของเนสท์เล่ต่ออนาคตของประเทศไทย และตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวของเราที่มีต่อประเทศ อุตสาหกรรมกาแฟไทย และชุมชนที่เราดำเนินงานอยู่”

 

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและรองประธานกรรมการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า “โรงงานนี้คือ

บทพิสูจน์ที่ทรงพลังที่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จเมื่อองค์กรระดับโลกผนึกกำลังกับรัฐบาลที่มีความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนโอกาสให้เกิดการลงมือทำจริง และแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทยในการต้อนรับการลงทุน อำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจ และขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยความเร็วและความเด็ดเดี่ยวตามที่เศรษฐกิจโลกยุคใหม่ต้องการ 

ผมขอเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นว่า รัฐบาลไทยพร้อมยืนเคียงข้างนักลงทุนที่มีความรับผิดชอบอย่างเนสท์เล่ นักลงทุนที่นำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาสู่ประเทศไทย นักลงทุนที่พัฒนาคนของเรา นักลงทุนที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญที่สุด 

นักลงทุนที่ไม่ได้สร้างแค่โรงงาน แต่ร่วมสร้างอนาคตไปด้วยกัน”

 

ผสานเทคโนโลยีการผลิตกาแฟที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ AI และหุ่นยนต์ ตลอดห่วงโซ่คุณค่า

โรงงานแห่งนี้จะติดตั้งเทคโนโลยีการสกัดกาแฟและเทคโนโลยีการกักเก็บกลิ่นหอมของกาแฟที่ล้ำสมัยที่สุดและเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของเนสท์เล่ ซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์กาแฟคุณภาพสูง สดใหม่ และเข้มข้นหอมกรุ่นสู่ผู้บริโภคชาวไทย 

 

ส่วนศูนย์กระจายสินค้าภายในพื้นที่โครงการ จะเชื่อมโยงการผลิต การจัดเก็บอัตโนมัติ การจัดเตรียมสินค้าตามคำสั่งซื้อ และการจัดส่งออกจากคลังแบบเรียลไทม์ โดยระบบคลังสินค้าอัตโนมัติสำหรับจัดเก็บและเลือกหาสินค้าที่ทันสมัย (Automated Storage and Retrieval System - ASRS) จะสามารถรองรับการจัดเก็บสินค้าได้มากกว่า 100,000 พาเลท นอกจากนี้ โรงงานแห่งใหม่ยังใช้ระบบการทำงานแบบอัตโนมัติที่ทันสมัย และระบบการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อประสานการดำเนินงานในขั้นตอนทั้งหมดให้เป็นไปอย่างราบรื่น ช่วยยกระดับคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความยั่งยืน 

 

ยิ่งไปกว่านั้น ความยั่งยืนยังเป็นหัวใจสำคัญของโรงงานแห่งใหม่นี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผ่านการใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน 100% การใช้เชื้อเพลิงชีวมวล ระบบการนำความร้อนกลับมาใช้ใหม่ และเทคโนโลยีอื่น ๆ อย่างหลากหลาย นอกจากนี้ ยังมีระบบการบริหารจัดการขยะเพื่อบรรลุเป้าหมายของขยะฝังกลบเป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill) พร้อมใช้ระบบหมุนเวียนน้ำนำกลับมาใช้ใหม่ 

 

นอกจากนี้ เนสท์เล่จะจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมกาแฟ (Coffee Innovation Center) ณ โรงงานแห่งใหม่นี้ เพื่อพัฒนาวัตถุดิบคุณภาพสูง สร้างแรงบันดาลใจในการคิดค้นสูตรผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และขับเคลื่อนนวัตกรรม เพื่อช่วยส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟของประเทศไทย

 

สร้างงานกว่า 500 ตำแหน่ง พร้อมสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟและซัพพลายเออร์ไทยอย่างต่อเนื่อง

โรงงานแห่งนี้จะมีการจ้างงานมากกว่า 500 ตำแหน่ง ซึ่งรวมถึงโอกาสสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี 

และตำแหน่งงานที่มีทักษะระดับกลางและระดับสูง โดยพนักงานจะได้รับโอกาสในการพัฒนาทักษะและความสามารถ สำหรับโลกการทำงานในอนาคต รวมทั้งฝึกฝนการใช้เทคโนโลยีอันล้ำสมัย นอกจากนี้ เนสท์เล่ยังเดินหน้าสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟและซัพพลายเออร์ไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการจัดหาวัตถุดิบและวัสดุจากภายในประเทศ ซึ่งรวมถึงเมล็ดกาแฟ น้ำตาล และน้ำนมดิบ รวมมูลค่าประมาณ 4,300 ล้านบาทต่อปี

 

นอกจากนี้ เนสท์เล่ยังเป็นผู้รับซื้อเมล็ดกาแฟโรบัสต้าไทยรายใหญ่มาเป็นเวลากว่า 40 ปี โดยมุ่งสนับสนุนเกษตรกร

ผู้ปลูกกาแฟอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดอบรมให้ความรู้ การมอบต้นกล้ากาแฟคุณภาพสูง และการส่งเสริมการขยายพื้นที่เพาะปลูกกาแฟไปยังจังหวัดต่าง ๆ ในประเทศไทย 

 

นายนิคิล ชัญจ์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า กล่าวว่า “พื้นที่ที่เรายืนอยู่ตรงนี้ จะกลายเป็นหนึ่งในฐานการผลิตกาแฟที่ทันสมัยที่สุดของเนสท์เล่ในระดับโลก เราภูมิใจที่โรงงานแห่งนี้จะสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่เศรษฐกิจและสังคมไทย นอกเหนือจากการผลิตผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงสำหรับผู้บริโภคชาวไทยแล้ว โรงงานแห่งนี้จะสร้างงานในท้องถิ่น และสนับสนุนเกษตรกรและซัพพลายเออร์ไทยที่จะเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบและวัสดุต่าง ๆ ในการผลิตให้แก่โรงงาน ผมขอแสดงความขอบคุณอย่างสูงต่อรัฐบาลไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน และพันธมิตรทางธุรกิจของเรา สำหรับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการก่อตั้งโรงงานแห่งใหม่นี้ และร่วมกันสร้างอนาคตที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นให้แก่อุตสาหกรรมกาแฟของประเทศไทย”

 

การก่อสร้างโรงงานผลิตกาแฟแห่งใหม่ “House of NESCAFÉ Thailand” ได้เริ่มดำเนินการแล้ว โดยคาดว่า โรงงาน

จะเริ่มการผลิตได้ในช่วงหลังของปี 2571 ซึ่งความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของเนสท์เล่ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการวางศิลาฤกษ์เพื่อเริ่มก่อสร้างโรงงานใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำหรับการเติบโตร่วมกันในระยะยาวในประเทศไทย

###

สารถึงบรรณาธิการ

เนสท์เล่เป็นบริษัทอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดของโลก โดยดำเนินธุรกิจใน 185 ประเทศทั่วโลก บริษัทยึดมั่นในเจตนารมณ์ 

“เปิดพลังแห่งอาหารและเครื่องดื่มเพื่อเพิ่มพูนคุณภาพชีวิตที่ดี สำหรับทุกคนในวันนี้และในอนาคต (Unlocking the power of food and beverages to enhance quality of life for everyone, today and for generations to come)” เนสท์เล่นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลายสำหรับผู้คนและสัตว์เลี้ยงในทุกช่วงวัย โดยมีแบรนด์มากกว่า 2,000 แบรนด์ ซึ่งรวมถึง แบรนด์ระดับโลก อาทิ   

เนสกาแฟ เนสเปรสโซ ไมโล และแม็กกี้ ปัจจุบัน เนสท์เล่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเวเวย์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และก่อตั้งขึ้นเมื่อกว่า 160 ปีก่อน

หน้าแรก » การตลาด