วันศุกร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2562 01:57 น.

การเมือง

รมว.ดีอีสำรวจจุดติดตั้งเน็ตประชารัฐชมโดรนช่วยเกษตรกร

วันเสาร์ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 19.47 น.

เมื่อวันที่ 24 ส.ค.2562  นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดติดตั้งเน็ตประชารัฐ บ้านวังสะแก หมู่ที่ 3 ต.ปากน้ำ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นศูนย์กลางของชาวบ้านทั้งเด็กเล็ก นักเรียนเพื่อการเรียนรู้และเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านเกษตร  รองรับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สำหรับชุมชน 

นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า นโยบายของกระทรวงดีอี มุ่งตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศโดยเฉพาะโครงการเน็ตประชารัฐสามารถตอบสนองสร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางสังคม โดย 24,700 หมู่บ้านเน็ตประชารัฐสามารถสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนและชุมชน ซึ่งจุดติดตั้งเน็ตประชารัฐ บ้านวังสะแก หมู่ที่ 3 ต.ปากน้ำ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งได้มีการนำเทคโนโลยีมาสร้างธุรกิจให้กับชุมชนโดยการค้าขายมะม่วงกวนออนไลน์ รวมถึงการเสริมความรู้ด้านการเกษตรสร้างรายได้ให้กับครอบครัว 
ทั้งนี้ กระทรวงดีอีได้เร่งต่อยอดการใช้ประโยชน์โดยได้มอบหมายให้ ทีโอที ดำเนินการพัฒนาความรู้การใช้ประโยชน์ให้กับประชาชน ทั้งการพัฒนาทีมสนับสนุนระดับจังหวัด พัฒนาแกนนำอาสาเน็ตประชารัฐ พัฒนาทักษะด้านดิจิทัล และพัฒนาหมู่บ้านเน็ตประชารัฐต้นแบบ รวมถึงการจัดประกวดและแสดงผลงานหมู่บ้านเน็ตประชารัฐต้นแบบ นอกจากนี้เพื่อรองรับความต้องการของประชาชน กระทรวงฯ ได้เตรียมที่จะขยายจุดติดตั้งเน็ตประชารัฐทั้งหมู่บ้านเพิ่มเติม /หมู่บ้านใหม่เพิ่มขึ้นอีก 10,000 จุด  

ทั้งนี้ปัจจุบันโครงการเน็ตประชารัฐ มีผู้ลงทะเบียนใช้งาน WiFi จำนวนกว่า 6 ล้านคน โดยที่ผ่านมาโครงการได้สร้างวิทยากรแกนนำ 1,033 คน อบรมผู้นำชุมชน 100,446 คน พัฒนาการใช้ประโยชน์ให้ กับประชาชนในหมู่บ้านเน็ตประชารัฐจำนวน กว่า 1ล้าน คน พัฒนาผู้นำและเครือข่ายเน็ตประชารัฐ 24,700 หมู่บ้าน หมู่บ้านละ 1 จุดให้บริการ ที่ระดับความเร็ว 30 Mbps/10 Mbps (Download/Upload) โดยหลังจากจากนี้จะมีการปรับความเร็วขึ้นให้เป็น 100 Mbps/10 Mbps 

โดยในการลงพื้นที่ครั้งนี้ รมว.ดีอี ยังได้รับชมการสาธิตเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) สำหรับฉีดพ่นสารเหลวในพื้นที่เกษตร และร่วมพูดคุยกับเกษตรกรปลูกข้าว และร่วมหาแนวทางเพื่อใช้ดิจิทัลลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตต่อแปลง และใช้ดิจิทัลเพื่อเพิ่มโอกาสในการจำหน่าย