วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569 02:01 น.

การเมือง

"พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง" ชี้ค่าไฟต่ำกว่า 3 บาทไม่ใช่ฝัน! เลิกอุ้มทุน-คืนพลังงานให้รัฐ 

วันอาทิตย์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.00 น.

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569  พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ เผยแพร่ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้

ค่าไฟต่ำกว่า 3 บาทไม่ใช่ฝัน! เลิกอุ้มทุน คืนพลังงานให้รัฐ

บิลค่าไฟเป็นหน้าต่างบ่งบอกโครงสร้างที่บิดเบี้ยว ค่าไฟฟ้าแพง ประชาชนต้องส่งเงินต่อให้เอกชนที่ได้สัมปทานเป็น "เสือนอนกิน" ทั้งที่ไฟฟ้าเป็นสาธารณูปโภคอันจำเป็นต่อการดำรงชีวิต รัฐต้องเป็นเจ้าของไม่น้อยกว่า "ร้อยละ 51" ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 56 แต่ความเป็นจริงวันนี้ กฟผ. กลับผลิตไฟฟ้าเองได้เพียงร้อยละ 30 เท่านั้น ส่วนอีกร้อยละ 70 เรากลับประเคนอำนาจการผลิตไปให้เอกชนรายใหญ่ สิ่งนี้คือการปล่อยให้อธิปไตยทางพลังงานหลุดลอยไปอยู่ในมือนายทุน

เปิดข้อมูลต้นทุนต่ำ จากความภาคภูมิใจของ กฟผ. ที่รัฐคุมได้เอง 100 เปอร์เซ็นต์

วันนี้เรามีขุมทรัพย์พลังงานที่รัฐควบคุมราคาได้เองและมีต้นทุนต่ำมาก แต่กลับถูกจำกัดสัดส่วนการผลิตอย่างไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะทรัพยากรล้ำค่าที่อยู่ภายใต้การดูแลของ กฟผ. อาทิ

 - ลิกไนต์แม่เมาะ (กฟผ.): นี่คือความภาคภูมิใจของคนไทยและ กฟผ. เรามีเหมืองลิกไนต์ที่เป็นเชื้อเพลิงของเราเอง 100% ไม่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ไม่ต้องหวั่นเกรงต่อความผันผวนของค่าเงินหรือสงครามโลก ต้นทุนเพียง 1.20 - 1.23 บาทต่อหน่วย เท่านั้น!

 - พลังน้ำ (กฟผ.): ที่มีอยู่ทั่วทุกภาค ซึ่งสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้า โดยไม่มีต้นทุนค่าเชื้อเพลิง มีเพียงค่าดำเนินการประมาณ 1.06 - 1.37 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติในประเทศที่สร้างเสร็จและตัดค่าเสื่อมราคาหมดแล้ว

ในขณะที่การซื้อไฟจากเอกชน มีต้นทุนสูงถึง 3.15 - 3.53 บาทต่อหน่วย แถมประชาชนยังต้องถูกบังคับให้จ่าย "ค่าความพร้อมจ่าย" ให้เอกชนฟรีๆ แม้โรงไฟฟ้าเหล่านั้นไม่ได้เดินเครื่องผลิตจริง นี่คือกำไรส่วนเกินที่สูบจากกระเป๋าประชาชน เพียงเพื่อไปเพิ่มความมั่งคั่งให้นายทุนพลังงาน

หากนำ 8 มาตรการหยุดทุกข์ค่าไฟแพง ที่เป็นข้อเสนอจากคณะกรรมาธิการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร (รายงานเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2568) จะลดค่าไฟฟ้าลงได้อีกไม่น้อยกว่า 0.8588 บาทต่อหน่วย ดังนี้

1) ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือน เพื่อลดภาระทันที
2) หยุดเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) และ FiT สำหรับกลุ่มผู้ผลิตเอกชนที่ผ่านจุดคุ้มทุนไปแล้ว
3) นำรายได้จากทรัพยากรชาติ ทั้งค่าภาคหลวงและส่วนแบ่งกำไร มาลดต้นทุนเชื้อเพลิงให้ประชาชน
4) หน่วยงานรัฐต้องรับผิดชอบตัวเอง ให้ อปท. และกรมทางหลวง จัดหางบประมาณค่าไฟสาธารณะเอง มิให้ผลักภาระมาไว้ในบิลไฟบ้านของพี่น้องประชาชน
5) ปรับสัดส่วนเงินนำส่งรัฐ ลดเงินนำส่งจาก 3 การไฟฟ้าเหลือร้อยละ 20 เพื่อนำส่วนต่างมาลดค่าไฟโดยตรง
6) ทบทวนสัญญา LNG ระยะยาว เพิ่มสัดส่วนการซื้อก๊าซแบบ Long-Term Contract ให้ถึงร้อยละ 85 ของการนำเข้าทั้งหมด ซึ่งราคาถูกกว่าตลาดจร
7) ลดเกณฑ์ภาษีเงินได้นิติบุคคล ปรับลดภาษีที่ใช้คำนวณรายได้พึงได้รับของการไฟฟ้าเหลือร้อยละ 20
8) จัดตั้งคลังกักเก็บ LNG เป็นเขตปลอดอากร เพื่อลดภาระทางภาษีและต้นทุนการบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ

เสนอค่าไฟฟ้าระหว่าง 2.50 บาท ไม่เกิน 3 บาท ต้องหยุดสัมปทานระบบเสือนอนกิน คือ

1. โรงไฟฟ้าเอกชนเจ้าไหนหมดสัญญา ต้องหยุดต่อสัญญาทาสที่เอื้อกำไรให้ทุนใหญ่เพียงไม่กี่ตระกูล เมื่อสัญญาซื้อขาย (PPA) สิ้นสุดลง รัฐต้องดึงกลับมาบริหารเองทันที

2. คืนอำนาจให้ กฟผ. ผลิตเอง 51 เปอร์เซ็นต์ ตามรัฐธรรมนูญ การผลิตไฟฟ้าต้องมุ่งเน้นบริการสาธารณะ ไม่ใช่กำไรในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อรัฐกลับมาผลิตเกินครึ่งหนึ่งตามกฎหมาย เราจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนให้ต่ำลงได้ทันที

3. ใช้ของดีราคาถูกที่มีอยู่ให้เต็มศักยภาพ เร่งกำลังการผลิตจากพลังน้ำและลิกไนต์ของ กฟผ. ที่ราคาเพียง 1 บาทต้นๆ มาเป็นฐานราคาหลัก เพื่อดึงค่าไฟเฉลี่ยของประเทศให้ลดลง

รัฐบาลต้องยึดถือประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ปฏิบัติตามแนวทางของรัฐธรรมนูญ แล้ว... ค่าไฟไม่เกิน 3 บาท หรือแม้แต่ 2.50 บาท ทำได้จริงแน่นอน

พลังงานคือสิทธิพื้นฐานของคนไทยทุกคน ไม่ใช่บ่อเงินบ่อทองของใคร ผมจะเดินหน้าทวงคืนความยุติธรรมนี้ให้พี่น้องคนไทยทั้งประเทศ 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง