วันเสาร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2563 16:44 น.

การเมือง

"บิ๊กตู่"ตั้งผบ.สส.หัวหน้า"ศปม."ปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภท

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2563, 09.37 น.

"บิ๊กตู่"ตั้งผบ.สส.หัวหน้า"ศปม."ปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภท เป็นประธานการประชุมในฐานะผู้อำนวยการ ศอฉ.โควิด-19 หลัง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน บังคับใช้วันนี้เป็นวันแรก 

วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2563 นี้เป็นวันแรกของการบังคับใช้ พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 โดยเช้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฯ เพื่อใช้ยาแรงกับควบคุมและยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ณ ทำเนียบรัฐบาล ส่วนผลประชุมและการแถลงครั้งแรกหลังการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้จะออกมาเป็นอย่างไร จะรายงานให้ทราบต่อไป.

ขณะที่กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) พ.อ.หญิง ฉัตรรพี พูนศรี โฆษกบก.ทท. เปิดเผยว่า ตามคำสั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เรื่อง การจัดตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2563 แล้วนั้น เพื่อให้การดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 วรรคสามและวรรคห้า แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และโดยที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ.2563 กำหนดให้มีหน่วยงานพิเศษเป็นการเฉพาะเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548
          
พ.อ.หญิง ฉัตรรพี กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรีและรมว.ทรวงกลาโหม จึงมีคำสั่งให้ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เรียกโดยย่อว่า "ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19" เป็นหน่วยงานพิเศษ โดยมี นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นผู้อำนวยการศูนย์ และมี พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เป็นกรรมการและหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลการปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภท การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ซึ่งการดำเนินมาตรการใดๆ นั้น จะเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล
          
สำหรับการตั้งด่านตรวจตามจุดต่างๆในขณะนี้นั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดระเบียบด้านการเดินทาง การจราจร ดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการเดินทางข้ามจังหวัด เพื่อลดอัตราการแพร่ระบาดเชื้อไปยังพื้นที่ต่าง ๆ โดยจะมีการตรวจคัดกรองบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและจำกัดให้อยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม ตลอดจนมีมาตรการในการเฝ้าระวังหรือสังเกตอาการผู้เดินทางและพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ รวมทั้งยังเป็นการป้องกันการแทรกแซงจากภัยคุกคามหรืออาชญากรรมรูปแบบอื่น ๆ ที่อาจแฝงตัวเข้ามาในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน
          
ดังนั้น ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น จึงขอให้ประชาชนให้ความร่วมมือในการบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 โดยศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) จะดำเนินมาตรการเท่าที่มีความจำเป็นเท่านั้น เพื่อให้กระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันของพี่น้องประชาชนให้น้อยที่สุด และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มขีดความสามารถเพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนชาวไทย และร่วมก้าวข้ามผ่านวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกัน

เซอร์เบียตั้ง รพ. ชั่วคราวขนาด 3 พันเตียงตามคำแนะนำจีน

แถลงการ์จากกระทรวงกลาโหมเซอร์เบียระบุว่ากองทัพเซอร์เบียได้ตระเตรียมเตียงผู้ป่วยภายในศูนย์จัดแสดงสินค้าเบลเกรด เมื่อวันอังคาร (24 มี.ค.) เพื่อรองรับผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ที่อาจเพิ่มขึ้น
          
นายอเล็กซานดาร์ วูลิน รัฐมนตรีกระทรวงฯ และทีมเจ้าหน้าที่การแพทย์ของจีน 6 คน ซึ่งเดินทางมาช่วยต่อสู้โรคระบาดในเซอร์เบีย ได้ตรวจตราปฏิบัติการดังกล่าว โดยมีการฆ่าเชื้อโรคก่อนประกอบเตียงทั้งหมด 3,000 หลัง
          
"เราได้เตรียมพร้อมเตียงราว 3,000 หลัง เพื่อรองรับผู้ป่วยหากโรคระบาดขยายวงกว้าง" นายวูลินกล่าว พร้อมเสริมว่ามีการปรึกษากับคณะแพทย์จากจีน เพื่อความมั่นใจว่าโรงพยาบาลชั่วคราวแห่งนี้มีสิ่งจำเป็นครบถ้วน
          
นายวูลิน กล่าวด้วยว่า กองทัพเซอร์เบียจะดูแลความปลอดภัยของสถานพยาบาลชั่วคราวแห่งนี้ สถานที่ต่างๆ ที่มีพลเรือนพำนักอยู่เพื่อการกักกันโรค รวมถึงค่ายผู้อพยพ สถาบันดูแลสุขภาพขนาดใหญ่ และด่านข้ามพรมแดน ก่อนหน้านี้นายวูลินได้พบปะกับคณะผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของจีน ซึ่งเดินทางเยือนสถาบันการแพทย์ทหารเพื่อบรรยายเกี่ยวกับโรคโควิด-19 

ปัจจุบันเซอร์เบียตรวจพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 จำนวน 303 ราย โดยรัฐบาลประกาศดำเนินมาตรการตรวจสอบและคัดแยกผู้ป่วยแล้ว

หน้าแรก » การเมือง