วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2563 19:32 น.

การเมือง

"สนธิรัตน์"นิมนต์พระเสียดายแดดร่วมถก ผลักดันโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน

วันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 21.39 น.

วันที่ 29 มิถุนายน 2563 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เกี่ยวกับการบริหารจัดการโครงการโซล่าร์ภาคประชาชน รูปแบบใหม่ โดยมีตัวแทนจาก เครือข่ายประชาชนปฎิรูปพลังงานไทย (คปพ.)เป็นตัวแทนภาคประชาชนเข้าร่วมประชุม อาทิ นางสาวรสนา โตสิตระกูล  นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และพระครูวิมลปัญญาคุณ เจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม หมู่ 5 บ้านดงดิบ ต.ห้วยยาง อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี  พระผู้ก่อตั้งโรงเรียนศรีแสงธรรม ที่นำโซลาร์เซลล์มาประยุกต์เข้ากับการเรียนการสอนบูรณาการกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หรือเรียกว่าพระเสียดาแดดเป็นต้น

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุดเพื่อทบทวนหลักเกณฯฑ์การรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar PV Rooftop) สำหรับภาคประชาชน ซึ่งกำหนดเป้าหมายไว้เพียง 50 เมกะวัตต์ในระยะ5ปี จากเดิมที่กำหนดไว้ 100 เมกะวัตต์ในระยะ 10 ปี
          
ทั้งนี้ที่ผ่านมาโครงการดังกล่าวมีอุปสรรคหลายด้านทำให้มีผู้มายื่นเสนอโครงการเพียง 1.8 เมกะวัตต์ โดยการพิจารณาหลักเกณฑ์ใหม่จะพิจารณาตั้งแต่เรื่องของอัตรารับซื้อไฟฟ้าที่กำหนดไว้ 1.68 บาทต่อหน่วย จะปรับเพิ่มขึ้นได้อย่างไร การนำระบบ Net Meterring มาใช้ ตลอดจนการจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อมาสนับสนุนให้เกิดการติดตั้งโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน และการกำหนดพื้นที่ รวมถึงความพร้อมของระบบสายส่งไฟฟ้าที่จะมารองรับ
          
"อีก 2 เดือน การพิจารณาเกณฑ์โซลาร์ภาคประชาชนต้องมีผลในทางปฏิบัติ ซึ่งโครงการนี้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนได้เพราะสามารถผลิตไฟฟ้าไว้ใช้เอง โดยปัญหาอุปสรรคต่างๆที่เกิดขึ้นจะต้องทลายมันออกไปให้หมด" นายสนธิรัตน์ กล่าว
          
อย่างไรก็ตามในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)วันที่ 30 มิ.ย.คาดว่าจะมีการพิจารณาแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พ.ศ.2561-2580) หรือพีดีพี2018 ฉบับปรับปรุงครั้งที่1 รวมทั้งเงื่อนไขการจัดตั้งโรงไฟฟ้าชุมชน ซึ่งหากได้รับการอนุมัติก็จะสามารถเริ่มดำเนินได้ในวันที่ 1 ก.ค. โดยเริ่มก่อนที่โครงการ Quick Win 100 เมกะวัตต์
          
ด้านน.ส.รสนา โตสิตระกูล แกนนำเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) กล่าวว่า โครงการโซลาร์ภาคประชาชนจะช่วยตอบโจทย์เรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การช่วยลดรายจ่าย และเปิดหลังคาบ้านเพื่อหารายได้ ซึ่งได้เสนอว่ารัฐควรนำระบบ Net Meterring มาใช้ โดยการเปิดรับซื้อไฟฟ้าในส่วนที่เหลือจากการใช้ภายในบ้านแล้ว

ทั้งนี้พระครูวิมลปัญญาคุณ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กพระครูวิมลปัญญาคุณ ศรีแสงธรรม ความว่า "ความหวังโซล่าร์ประชาชน 50 เมกะวัตต์ ตามแผน PDP มีคนสมัครแค่ 1.8 เมกะวัตต์ รัฐมนตรีก็อยากให้เกิด ประชาชนก็อยากให้เกิด วันนี้จึงได้ประชุมร่วมกันถึงปัญหาและอุปสรรคต่างๆ จนได้แนวทางเบื้องต้นในระยะเวลา 60 วันนี้กะบวนการต่างๆ ต้องจบลงพร้อมกับ 50 เมกะวัตต์ต้องอยู่บนหลังคาประชาชน ต้องขออนุโมทนากับคุณสนธิรัตน์ ที่ได้คุยกันมาในเบื้องต้นก่อนแล้วทำอย่างไรจะให้ประชาชนมีรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า ช่วยแบ่งเบาภาระในช่วงโควิด และยังได้พลังงานสะอาด เมืองไทยพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้ยังมีนโยบายดีๆ ที่เป็นข้อเสนอร่วมกันอีกเยอะ ในที่ประชุมบอกว่าใครได้เข้าโครงการนี้เหมือนถูกหวย ศรีแสงธรรม"
 

หน้าแรก » การเมือง