วันจันทร์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2564 17:48 น.

การเมือง

17ม.ค.! ศบค.พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ 374 รายสะสม 12,054 ราย

วันอาทิตย์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2564, 11.43 น.

วันที่ 17 มกราคม พ.ศ.2564  ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่  374 ราย ประกอบด้วย ผู้ติดเชื้อในประเทศ 43 ราย ค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน 321 ราย ส่วนผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ทั้งหมด 10 ราย โดยมาจากสหรัฐอเมริกา 2 ราย เยอรมนี 1 ราย อินเดีย 2 ราย เดนมาร์ก 1 ราย กาตาร์ 1 ราย มาเลเซีย 3 ราย
          
สำหรับจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมในประเทศล่าสุดอยู่ที่ 12,054 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อภายในประเทศ 6,070 ราย และการตรวจคัดกรองเชิงรุก 3,707 ราย ส่วนผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 2,277 ราย โดยมีผู้ป่วยรักษาหายแล้ว 9,015 ราย เพิ่มขึ้น 109 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 70 ราย

"บิ๊กตู่"ลั่นไม่ยอมให้คนไทยเสี่ยง ฉีดวัคซีนไม่มีประสิทธิภาพ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊กโดยระบุว่า ช่วงนี้ มีข่าวเกี่ยวกับผลข้างเคียง หรืออาการไม่พึงประสงค์ จากการฉีดวัคซีนโควิด-19 บางตัวเกิดขึ้นในบางประเทศ ซึ่งเราคงต้องรอฟังผลสรุปการตรวจสอบของผู้เชี่ยวชาญ ถึงสาเหตุที่แท้จริงว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่ หรืออาจเกิดจากปัจจัยอื่น เช่น โรคประจำตัวบางอย่าง สภาพร่างกาย หรืออายุ รวมทั้งอัตราผลข้างเคียงนั้นอยู่ในระดับที่ยอมรับได้หรือไม่
          
นอกจากนั้น บางประเทศที่ต้องการเริ่มฉีดวัคซีนเร็ว มีการตัดสินใจใช้วัคซีน ที่อาจจะยังทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยไม่ครบถ้วน สำหรับคนไทย ผมตัดสินใจไม่รับความเสี่ยงแบบนั้น ผมไม่ยอมให้รีบร้อนฉีดวัคซีนที่ยังทดสอบไม่ครบถ้วน และไม่ยอมเป็นประเทศทดลอง ดังนั้น เพื่อความรอบคอบ ผมจึงมีนโยบายสำคัญ คือ ต้องมั่นใจก่อนว่าวัคซีนนั้นปลอดภัย จึงจะนำมาใช้กับคนไทยได้ ทั้งนี้ การตัดสินใจของผม และการบริหารจัดการเรื่องวัคซีนของประเทศ “แบบครบวงจร” จะมีคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติคอยให้คำปรึกษาและกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด
          
ความสำเร็จในการยับยั้งการระบาดของโควิด-19 ในปีที่ผ่านมา และในครั้งนี้ที่กำลังมีแนวโน้มไปในทางที่ดีขึ้น เกิดจากความร่วมมือกันปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ทันที ด้วยตัวเอง คือการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา หมั่นล้างมืออยู่เสมอ เว้นระยะห่างทางสังคม และหลีกเลี่ยงการรวมตัวกัน นอกจากนี้ หากต้องการให้การควบคุมโรคมีประสิทธิภาพ ก็ต้องสแกน QR Code “ไทยชนะ” ทุกครั้ง และใช้แอปฯ “หมอชนะ” ทุกคน ก็จะดีมากครับ
         
ผมขอให้เราทุกคนร่วมมือกันต่อไปครับ ขอบคุณครับ #รวมไทยสร้างชาติ

"อินเดีย"เริ่มแคมเปญ ฉีดวัคซีนโควิดครั้งใหญ่ที่สุดในโลก 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าอินเดียเริ่มแคมเปญแจกจ่ายวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันเสาร์ โดยรัฐบาลมีแผนฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชน 300 ล้านคน จากทั้งหมดราว 1,300 ล้านคนทั้งประเทศ ภายในกลางปีนี้ จากจำนวนดังกล่าว 30 ล้านคนจะเป็นบุคลากรการแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขด่านหน้า ซึ่งจะเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับการฉีดวัคซีน
          
นายโมดี จะกล่าวปราศรัยกับบรรดาบุคลากรทางการแพทย์ผ่านทางระบบการประชุมทางไกลวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ แต่เขาจะยังไม่เข้ารับการฉีดวัคซีนด้วยตนเอง เนื่องจากอินเดียให้ความสำคัญลำดับแรกในการฉีดวัคซีนให้กับพยาบาล แพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์อื่น ๆ ในวันแรกของการเริ่มฉีดวัคซีนในวันนี้ จะมีอาสาสมัครมารับวัคซีนที่ศูนย์ต่าง ๆ ทั่วประเทศ 3,006 แห่ง แห่งละ 100 คน ซึ่งเป็นการเริ่มต้นกระบวนการฉีดวัคซีนโควิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก

อินเดีย ซึ่งมีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากจีน กล่าวก่อนหน้านี้ว่า อินเดียอาจจะไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนให้กับประชากรทั้ง 1,350 ล้านคน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ แต่กระนั้นก็ตาม การฉีดวัคซีนให้ประชากรเพียงแค่ครึ่งเดียวก็ถือเป็นโครงการฉีดวัคซีนขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก แม้หลายประเทศอย่างเช่นสหรัฐ ประกาศจะฉีดวัคซีนให้ประชากรทุกคนในประเทศ วัคซีนที่ใช้ในอินเดียเป็นของแอสตราเซเนกา/มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด กับของภารัต ไบโอเทค สัญชาติอินเดีย ที่ยังไม่ทราบประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัส วัคซีนทั้งสองขนานผลิตในอินเดีย
          
ล่าสุด อินเดียมีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากที่สุดเป็นอันดับสองของโลกรองจากสหรัฐฯ โดยมีผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 10.5 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตจากไวรัสมรณะมากกว่า 151,000 ศพแล้ว

หน้าแรก » การเมือง