วันเสาร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569 09:51 น.

การเมือง

"พปชร."ทั้งพรรค! โหวตหนุนยื่นตีความปมอำนาจแก้รธน.

วันอังคาร ที่ 09 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 16.15 น.

เผยชื่อมือโหวตหนุนยื่นตีความปมอำนาจแก้รธน.พปชร.ทั้งพรรคแม้ฉากหน้าให้ส.ส.ลุกขึ้นอภิปรายค้าน “คำนูณ”พร้อม7 ส.ว.งดออกเสียง ขณะที่ปชป.ร่วมฝ่ายค้านโหวตต้าน มี”อภิชัย”แหกโผสวนมติพรรค

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธุ์ 2664  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผลการลงมติที่เห็นชอบกับญัตติให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยอำนาจและหน้าทีของรัฐสภา ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับนั้น พบว่า ส.ส.พรรคพลังประชารัฐทั้งหมดโหวตเห็นด้วย แม้จะมีบางคนลุกขึ้นอภิปรายคัดค้านก็ตาม อย่างนายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ รวมถึง และพรรคขนาดเล็ก ประกอบด้วย พรรรคพลังท้องถิ่นไท พรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย พรรคพลังไทยรักไทย พรรคไทยรักธรรม พรรคประชาธรรมไทย พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคประชาภิวัฒน์ พรรคพลเมืองไทย พรรคพลังชาติไทย พรรคพลังธรรมใหม่ รวมถึงส.ว. ลงมติเห็นชอบกับญัตติดังกล่าว อย่างไรก็ตาม มีส.ว.งดออกเสียง จำนวน 7 คน อาทิ นายคำนูณ สิทธิสมาน นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ นายอำพล จินดาวัฒนะ นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล เป็นต้น

ขณะที่การลงมติไม่เห็นด้วยกับการส่งญัตติให้ศาลวินิจฉัย ประกอบไปด้วย พรรคฝ่ายค้านทุกพรรค ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ พรรคพลังปวงชนไทย รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาล ได้แก่ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา ยกเว้นนายอภิชัย เตชะอุบล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นหนึ่งเดียวที่โหวตสวนมติพรรคลงมติเห็นด้วย

ขณะที่ ส.ส.พรรคชาติพัฒนา จำนวน 4 คน งดออกเสียง ส่วนพรรคเศรษฐกิจใหม่ เสียงแตก มีผู้ลงมติเห็นด้วย 1 คน ได้แก่ นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ หัวหน้าพรรค ลงมติงดออกเสียง 4 คน และลงมติไม่เห็นด้วย 1 คน คือนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าส.ส.ที่มักจะโหวตสวนมติของพรรคเพื่อไทย ได้แก่ นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. และน.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี รวมถึงนายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาชาติ ไม่ได้ร่วมในการลงมติดังกล่าว

ต่อมาในเวลา 14.45 น. ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย ส.ส. พรรคร่วมฝ่ายค้าน แถลงข่าวเกี่ยวกับการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ในวันนี้ เพื่อพิจารณาญัตติด่วน เรื่อง ขอเสนอญัตติตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 ข้อที่ 31 ให้รัฐสภามีมติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 210 (2) โดยที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับญัตติด่วนดังกล่าว ด้วยคะแนน 366 เสียง ไม่เห็นด้วย 315 เสียง งดออกเสียง 15 เสียง ทั้งนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านและทุกพรรคที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว และเห็นว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มีความจำเป็นต้องแก้ไข แต่ผลการลงมติในวันนี้ เป็นสิ่งบ่งชี้ว่า รัฐบาลยื้อเวลาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่มีความจริงใจในการแก้ไข ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข และไม่รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน

ด้าน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นยากกว่าการฉีกรัฐธรรมนูญจากการรัฐประหาร ซึ่งการที่ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภามีมติเห็นชอบกับญัตติด่วนดังกล่าวในวันนี้ เปรียบเสมือนการดึงเบรคมือรถยนต์ โดยเปรียบประเทศเสมือนรถยนต์ที่กำลังแล่น แต่รัฐบาลดึงเบรคมือด้วยการไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญจนอาจนำประเทศเข้าสู่ทางตันได้ 

จากนั้น นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส. พรรคเพื่อไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลขาดความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คำสัญญาที่นายกรัฐมนตรีได้ให้ไว้ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะแล้วเสร็จปลายปี 2563 หรือไม่เกินเดือน ม.ค. 64 เป็นเพียงลมปาก เป็นเพียงสัญญาประชาคม และนายกรัฐมนตรีไม่ทำในสิ่งที่สัญญาไว้กับประชาชน โดยพรรคฝ่ายค้านและประชาชนผิดหวังเป็นอย่างมากกับเหตุการณ์นี้ แต่จะสู้ต่อไปและไม่ยอมแพ้ และจะรอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในประเด็นนี้ต่อไป

หน้าแรก » การเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง