วันศุกร์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2564 00:43 น.

การเมือง

"อ.เกรียงศักดิ์"แนะผู้นำต้องมีคุณธรรม ถาม"จะชราแบบมาลัยหรือแบบมายา"

วันพุธ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2564, 16.34 น.

วันที่ ๑๕  กันยายน ๒๕๖๔  พระปราโมทย์ วาทโกวิโท,ดร. วิทยากรต้นแบบสันติภาพ อาจารย์หลักสูตรสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร)  เลขานุการศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน  มจร นักศึกษาหลักสูตรนักบริหารระดับสูงเพื่อการสร้างชาติ รุ่น ๑๒ ประธานด้านการประชาสัมพันธ์กลุ่มสโลวาเกีย หลักสูตรนักบริหารระดับสูง เปิดเผยว่า ได้เรียนออนไลน์หลักสูตรนักบริหารระดับสูงเพื่อการสร้างชาติ รุ่นที่ ๑๒  โดยสถาบันการสร้างชาติ ซึ่งเป็นหลักสูตรที่รวมพลังคนดี คนเก่ง คนมีคุณภาพสู่การพัฒนาที่เกิดความยั่งยืน ภายใต้หัวข้อ “ภาวะการนำ ภาวะการบริหาร ภาวะคุณธรรม เพื่อนำองค์กรผ่านวิกฤต” บรรยายแบบบูรณาการโดย ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานสถาบันการสร้างชาติ (NBI) และนักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด 

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ กล่าวประเด็นสำคัญว่า ปัจจุบันโลกรวมถึงประเทศไทยกำลังเผชิญกับ VUCA  คือ ความผันผวน ความซับซ้อน ความคลุมเครือ ความไม่แน่นอน จะต้องอาศัยผู้นำที่มีไตรภาวะ ประกอบด้วย “ภาวะการนำ  ภาวะการบริหาร และภาวะคุณธรรม” โดยประเทศสิงคโปร์เป็นต้นแบบในการสร้างชาติขึ้นอันดับหนึ่งของโลกในการบริหารท่ามกลางวิกฤต ผู้นำจะต้องมีฐานภาวะคุณธรรม 

ทำไมเราไม่สามารถสร้างชาติหรือพัฒนาองค์กรได้เพราะเราขาดภาวะการนำ ภาวะการบริหาร และภาวะคุณธรรม ถ้าเราเอาจริงสามารถพัฒนาได้อย่างแน่นอน โดยประเทศจีนเป็นต้นแบบพยายามทำคลิปเพื่อสื่อสารให้คนในสังคมเป็นคนดี มองเห็นประเทศส่วนรวมมากกว่าประโยขน์ส่วนตน เป็นการส่งเสริมให้เป็นบริบทเป็นสังคมที่ดียึดสังคมมีความเหนียวแน่น เป็นการเคลื่อนสังคมจีนอย่างเป็นระบบ 

จึงต้องสร้างระบบคนดีมาทำงานจะต้องได้คนดีมาเป็นผู้นำ การเมืองจะต้องสุจริตต้องการเอาดีมาบริหารจริงๆ ไม่ใช่เอาคนมาแบ่งเค้กเพื่ออำนาจหรือเพียงผลประโยชน์ มิใช่ผมให้คุณคุณให้ผม มุ่งประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลัก หยุดธุรกิจจ่ายเงินใต้โต๊ะเพื่อได้ประโยชน์มาเท่านั้น เราจึงต้องพัฒนาคน ระบบ บริบท เพื่อการบริหาร โดยในสิงคโปร์มีการคัดกรองผู้นำอย่างละเอียดด้วยภาวะการนำ ด้วยภาวะการบริหาร ด้วยภาวะคุณธรรม 

ระบบในบ้านเรามีความยากมากถ้าไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว โดยของเราทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากจึงต้องพัฒนาคน ระบบ บริบทให้มีประสิทธิภาพ  โดยต้องอาศัยภาวะการนำ สามารถเคลื่อนคนได้เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ต้องการเกิดความเชื่อใจ มีภาวะบริหาร โดยสามารถจัดการคน ทรัพยากร และภาวะคุณธรรมมีคุณงามความดีเป็นฐาน สิ่งสำคัญเคลื่อนตนเองให้ได้ก่อนมีพลังความรัก พลังศรัทธา และพลังความหวัง จงอย่าทำในสิ่งที่ตนเองไม่รักไม่ศรัทธาเพราะจะเกิดพลังลบ จงรักในสิ่งที่เราทำผู้นำต้องรักคนรักในความเป็นคน พลังศรัทธาสามารถเสกสิ่งที่ไม่มีให้มีได้ ถือว่าเป็นผู้นำตัวจริง 

ผู้นำจึงต้องเคลื่อนด้วย “อำนาจ  อิทธิพล  ศรัทธา บารมี”  ผู้นำจะต้องพัฒนาตนเองตามลำดับไม่ใช่ใครก็ได้จะมาเป็นผู้นำ ผู้นำต้องดีเก่งกล้า มีคุณธรรมสูงมีอุดมการณ์ เน้นส่วนรวมมากกว่าส่วนตน ผู้นำต้องจึงยืดหยุ่นในวิธีการแต่ยึดมั่นในหลักการในการทำงานบริหาร ด้วยการสร้างกติกาแต่กตาควรมีการปรับให้มีความเหมาะสมกับยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลง

การเป็นผู้นำต้องเป็นนักขีดไร้ขีดจำกัดในความจำกัด เพราะถ้าเป็นเรื่องควรทำจะสามารถทำได้ จงอย่าให้ความจำกัดมาหยุดการทำงานการบริหารของเรา จึงต้องบริหารแบบไวแต่ช้า โดยมุ่งเป็นนักยึดหลักการแต่จึงยืดหยุ่นในหลักการปฏิบัติ โดยสัญญาณของคนดีคือ เห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน  โดยมีส่วนตัว ส่วนร่วม ส่วนเรา ส่วนรวม เป็นการสละตนเองเพื่อส่วนรวมด้วยกระบวนการ Win-Win มีการประสานทุกส่วนร่วมกัน  นักสร้างอุปถัมภ์แบบชอบธรรม เป็นธรรมยึดมั่นในความยุติธรรมเป็นฐาน โดยเป็นนักสร้างเอกภาพ ระบบอุปถัมภ์จึงมี ๒ แบบ คือ อุปถัมภ์ชอบธรรม และ อุปถัมภ์ชอบชั่ว จึงควรมีการส่งเสริมอุปถัมภ์คนดีให้ขึ้นปกครอง เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมมากกว่าส่วนตนเราต้องสนับสนุนส่งเสริมคนดี เพราะสอดรับกับคำว่า “ระบบที่ดีจะทำให้คนชั่วทำดีโดยไม่รู้ตัว” เราจึงพัฒนาระบบที่ดีเพื่อให้คนสร้างความดี เพราะตำแหน่งที่ใหญ่ที่สุดคือตำแหน่งที่ทำประโยชน์มากที่สุด สร้างประโยชน์เพื่อส่วนรวมให้กับคนอื่นสังคม จึงตั้งคำถามว่าเราจะชราแบบมาลัย หรือ ชราแบบมายา  

ดังนั้น  เป็นการมองผู้นำวิถีใหม่ จึงสนับสนุนอุปถัมภ์คนดีด้วยความชอบธรรม โดยเอาคนดีมาบริหารแบบสุจริตธรรม เพราะระบบที่ดีจะทำให้คนชั่วทำดีโดยไม่รู้ตัว ผู้นำต้องเป็นนักขีดไร้ขีดจำกัดในความจำกัด โดยมุ่งภาวะการนำภาวะการบริหารภาวะคุณธรรมอย่างเป็นระบบ  เพราะมองว่าตำแหน่งที่ใหญ่ที่สุดคือตำแหน่งที่ทำประโยชน์มากที่สุด จึงมีการประกาศสัญญาณของความเป็นคนดีคือเห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน การจะเป็นผู้นำจะต้องมีการเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีมิใช่ใครก็ได้มาเป็นผู้นำจะต้องมองออกด้วยต้นน้ำ กลางน้ำ กลางน้ำ มีภาวะการนำ มีภาวะบริหาร มีภาวะคุณธรรม บริหารตน บริหารคน บริหารทรัพยากรมีการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ เพราะทรัพยากรไม่มีคำว่าพอจะบริหารอย่างไรในยามวิกฤต