วันจันทร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 05:59 น.

การเมือง

"เพื่อไทย" บุก "มหาดไทย" จี้สอบ"ผู้ว่าฯ กทม." แต่งตั้ง "กก.ติดตามนโยบายฯ" หวั่นเอื้อประโยชน์ให้ "ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก."

วันจันทร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2565, 15.04 น.

วันจันทร์ที่ 24 มกราคม 2565 ตัวแทนพรรคเพื่อไทย นำโดย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พร้อมว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) พรรคเพื่อไทย ร่วมกันยื่นหนังสือขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตรวจสอบข้อเท็จจริงคำสั่งแต่งตั้งกรรมการติดตามการปฏิบัติตามนโยบายผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) ใช้อำนาจแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่ง ‘กรรมการติดตามนโยบายผู้ว่าฯ กทม.’ ที่อาจเป็นการกระทำที่ขัดกันแห่งผลประโยชน์และส่อว่าเป็นการทุจริตต่อหน้าที่เพื่อแสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ซึ่งผลให้เป็นการเสื่อมเสียแก่เกียรติศักดิ์ศรีของตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. หรืออาจเป็นเหตุให้เสียหายอย่างร้ายแรงแก่ราชการในส่วนรวมของ กทม. ซึ่งต้องห้ามตามมาตรา 52 (8)  แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และอาจเข้าข่ายปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หากตรวจสอบพบข้อเท็จจริงพบเป็นการกระทำที่เข้าข่ายความผิดต่อกฎหมายก็ขอให้ใช้อำนาจสั่งการให้ผู้ว่าฯ กทม.ยุติการกระทำดังกล่าวและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ด้วยการเสนอให้ผู้ว่าฯ กทม. พ้นจากตำแหน่ง พร้อมขอให้ส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงต่อไป

ทั้งนี้ปรากฎข้อเท็จจริงว่า ผู้ว่าฯ กทม. ได้กระทำการอันอาจเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ด้วยการแต่งตั้งหรือยินยอมมีการแต่งตั้งว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. ในแต่ละเขตบางคน ซึ่งไม่ทราบชัดเจนว่าเป็นบุคคลในทีมของผู้ว่าฯ กทม. หรือ ในทีมผู้สมัครผู้ว่า กทม. คนอื่น เป็นกรรมการติดตามนโยบายผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งอาจมีการอาศัยตำแหน่งหน้าที่ดังกล่าวในการสั่งการผู้บริหารเขตหรือเจ้าหน้าที่ของ กทม.เขตต่างๆ ร่วมกับตนเองในการลงพื้นที่หาเสียงให้กับตนเอง โดยอ้างการติดตามนโยบายของผู้ว่าฯ กทม.บังหน้าใช้ทรัพยากรบุคคลและทรัพย์สินของราชการเพื่อประโยชน์ในการหาเสียง อีกทั้งยังมีการประชาสัมพันธ์นำเสนอในลักษณะที่ระบุให้ประชาชนทราบว่าตนเองเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. 

“การกระทำดังกล่าวข้างต้น อาจทำให้เกิดการนำทรัพยากรของรัฐไปใช้ เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของตนเองหรือผู้อื่นและเป็นการเอาเปรียบผู้สมัครอื่น แม้ขณะนี้จะยังไม่มีประกาศให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.ก็ตาม แต่การกระทำก็ส่งผลต่อคะแนนนิยมของบุคคลที่อ้างว่าเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.แล้ว” 

การแต่งตั้งบุคคลที่รู้ว่าเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. ให้เป็นคณะกรรมการติดตามนโยบายผู้ว่าฯ กทม. เช่นนี้ เป็นการกระทำที่ขัดกันแห่งผลประโยชน์และส่อว่าเป็นการทุจริตต่อหน้าที่เพื่อแสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ซึ่งอาจเป็นการเสื่อมเสียแก่เกียรติศักดิ์ศรีของตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. หรืออาจเป็นเหตุให้เสียหายอย่างร้ายแรงแก่ราชการในส่วนรวมของ กทม. ซึ่งเป็นการกระทำต้องห้ามตามกฎหมาย