การเมือง
“ธรรมนัส” สวนหมัดก้าวไกลไม่ต้องท้าเปิดกล้องวงจรปิดเพลิงไหม้ก.เกษตรฯ
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
“ธรรมนัส” สวนหมัดก้าวไกลไม่ต้องท้าเปิดกล้องวงจรปิด หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ ตำรวจปิดพื้นที่เพื่อเก็บหลักฐาน โดยนำภาพจากเซิร์ฟเวอร์ไปประกอบการสอบสวน ชี้ไม่เกี่ยวข้องกับการที่คณะกรรมาธิการงบประมาณเชิญอธิบดีกรมการข้าวและกรมฝนหลวงฯ ไปชี้แจง จะไปวันไหนเป็นเรื่องของอธิบดีทั้ง 2 คน กระทรวงเกษตรฯ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกเรื่องที่ถูกร้องเรียนแล้ว ขณะที่โฆษกกระทรวงเกษตรฯ เผยสอบถามพ่อบ้านและภาพจากกล้องวงจรปิด พบข้อมูลมีช่างแอร์และพนักงานฉึดปลวกเข้ามาทำงานที่กระทรวง ยืนยันกล้องวงจรปิดไม่พัง ตำรวจเก็บหลักฐานและภาพจากเซิร์ฟเวอร์ สอบปากคำพ่อบ้านเพื่อหาสาเหตุของเพลิงไหม้แล้ว
เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวถึงกรณีที่นายกรุณพล หรือเพชร เทียนสุวรรณ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษก คณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎรให้สัมภาษณ์ตั้งข้อสงสัยถึงเหตุไฟไหม้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยร้อยเอกธรรมนัสย้อนถามว่า “เขาคือใครหรือครับ”
ทั้งนี้ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกอยู่ในเซิร์ฟเวอร์ซึ่งเซิร์ฟเวอร์ไม่ได้รับความเสียหาย หลังจากเพลิงสงบ ตำรวจปิดพื้นที่เพื่อเก็บหลักฐานทั้งหมด โดยไม่ให้ใครเข้าไป ดังนั้นไม่จำเป็นต้องท้าเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดเพราะตำรวจนำไปตรวจสอบเพื่อประกอบการสอบสวนหาสาเหตุเพลิงไหม้แล้ว
นอกจากนี้การที่เกิดเหตุเพลิงไหม้จะไม่กระทบกับตรวจสอบข้อร้องเรียนที่มีต่ออธิบดีกรมการข้าวและอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ในฐานะที่เป็นหน่วยงานกำกับดูแลตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกประเด็นที่มีการร้องเรียน ส่วนที่คณะกรรมาธิการเชิญอธิบดีทั้ง 2 กรมเข้าให้ข้อมูล เป็นเรื่องของอธิบดีทั้ง 2 คนว่า จะไปเมื่อไร ไม่จำเป็นต้องรายงานมายังรัฐมนตรี
โฆษกกระทรวงเกษตรฯ เผยสอบถามพ่อบ้านและภาพจากกล้องวงจรปิด
ขณะที่นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฝ่ายการเมือง) กล่าวว่า ล่าสุดได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่มองเห็นส่วนทำงานของนายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งอยู่ปีกซ้ายของอาคารกระทรวงแล้ว พบว่า กล้องไม่พัง อีกทั้งภาพจะบันทึกลงเซิร์ฟเวอร์ จึงสามารถเห็นหมดว่า มีใครเข้า-ออกบ้าง
จากการตรวจสอบเบื้องต้นถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ โดยสอบถามจากพ่อบ้านซึ่งดูแลพื้นที่ส่วนนี้ พบว่า ในช่วงสายของวันเสาร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 09.30 น. พ่อบ้านเปิดส่วนห้องทำงานของนายไชยาเพื่อรอช่างฉีดปลวก เวลาประมาณ 10.00 น. ช่างฉีดปลวกมากำจัดปลวกบริเวณระเบียงอาคาร โดยจะต้องเปิดประตูส่วนนี้ก่อน จึงจะเข้าไปที่ระเบียงอาคารได้ ใช้เวลาฉีดปลวกประมาณ 5 นาทีโดยพ่อบ้านยังรอช่างแอร์มาล้างแอร์ด้วย แต่ช่างแอร์ล้างแอร์ส่วนอื่นของกระทรวงก่อน จึงมายังส่วนทำงานของนายไชยาช้า พ่อบ้านจึงล็อกห้อง
เมื่อนำข้อมูลที่สอบถามจากพ่อบ้าน ไปเทียบเคียงกับภาพจากกล้องวงจรปิดพบเหตุการณ์สอดคล้องกัน โดยช่างแอร์มายังปีกซ้ายเวลาประมาณ 10.40 น. แต่ห้องล็อกไปแล้ว ไม่สามารถเข้าได้ จึงกลับไป
ส่วนที่ก่อนหน้านี้ผู้บริหารกระทรวงให้สัมภาษณ์ว่า ต้นเพลิงอาจเกิดจากระบบแอร์เนื่องจากมีช่างมาล้างแอร์ เป็นเพียงการสันนิษฐานจากที่เจ้าหน้าที่ของกระทรวงที่อยู่ในวันเกิดเหตุให้ข้อมูลว่า มีช่างแอร์มา แต่การจะสรุปสาเหตุที่แท้จริงเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ซึ่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บหลักฐานไปหมดแล้ว รวมถึงเก็บชิ้นส่วนสายไฟในที่เกิดเหตุซึ่งคาดว่า น่าจะเป็นต้นเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ซึ่งต้องรอตำรวจสอบสวนก่อน
สำหรับการเข้าตรวจสอบความเสียหายของบริเวณที่เกิดเหตุของร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับนายไชยาวานนี้ (5 กุมภาพันธ์) ได้รับการอนุญาตจากตำรวจพิสูจน์หลักฐานแล้ว เบื้องต้น พบความเสียหายบริเวณห้องครัวหรือห้องเตรียมอาหารมากหนักสุด โดยคาดว่า ต้นเพลิงจะเกิดจากห้องนี้ซึ่งมีเครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก และยังมีร่องรอยการเผาไหม้ที่เกิดขึ้น เปลวไฟอาจลุกลามติดผ้าม่าน วอลล์เปเปอร์ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี จึงทำให้เปลวไฟลุกลามไปยังห้องประชุมย่อยและห้องคณะทำงาน
อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ตรวจสอบข้อมูลจากกล้องวงจรปิดพบลำดับเวลาของเหตุการณ์ดังนี้
- เวลาประมาณ 09.26 น. พ่อบ้านเปิดส่วนทำงานของนายไชยา
- เวลาประมาณ 10.06 น. เจ้าหน้าที่สำนักรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ และรปภ.พาช่างปลวกเข้ามากำจัดปลวก
- เวลาประมาณ 10.12 น. เจ้าหน้าที่สำนักรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ กลับออกไป
- เวลาประมาณ 10.40 น. ช่างแอร์จะมาล้างแอร์ แต่เข้าห้องไม่ได้จึงเดินกลับ
- เวลาประมาณ 18.01 น. เริ่มมีกลุ่มควันไฟ
- เวลาประมาณ 18.20 น. รปภ. และเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมเพลิง
ต่อมาในเวลาประมาณ 20.00 น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับจากปฏิบัติราชการที่จังหวัดขอนแก่นเข้าตรวจสอบสถานการณ์เพลิงไหม้
"ไชยา" ลั่นไม่จำเป็นต้องเผาบ้านตัวเอง ไม่อยากให้มองเป็นเรื่องการเมือง
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบกรณีเพลิงไหม้ที่สำนักงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า เมื่อวานนี้ได้มีโอกาสเข้าไปในที่เกิดเหตุ พร้อมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยได้รับการอนุญาตจากกองพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งได้สำรวจความเสียหาย และไปดูห้องทำงานของตัวเองว่า ได้รับความเสียหายหรือไม่
ในส่วนของห้องที่เกิดเหตุ เห็นซากของการเผาไหม้ในห้องครัว ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างมาก สันนิษฐานจากสายตา ว่าอาจจะเกิดเครื่องใช้ไฟฟ้าลัดวงจร ลามไปที่ฝาผนัง และผ้าม่าน ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี แต่ห้องทำงานของคณะที่ปรึกษาได้รับความเสียหายบางส่วน เฉพาะวอลล์เปเปอร์และผ้าม่าน
เมื่อถามว่า มองว่าเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ นายไชยา กล่าวว่า ตนไม่อยากให้มองเป็นเรื่องการเมือง แต่อย่างไรก็ตาม ห้ามความคิดไม่ได้
“ผมยืนยันว่า ไม่มีประเด็นการเมือง อย่าไปคิดเลย ว่าจะไปเผาพยานหลักฐานต่างๆ ผมไม่ได้ดูแลกรมการข้าว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปเผาบ้านตัวเอง ถามว่าเผาไปแล้ว วันนี้ตนต้องไปหาที่ทำงานใหม่ที่กรมชลประทาน สิ่งอำนวยความสะดวกก็ไม่มี ไม่ใช่เรื่องตลกเลย ที่ต้องไปสร้างสถานการณ์แบบนั้น ไม่อยากให้มองเป็นประเด็นการเมือง รอให้กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ คิดว่าความจริงจะปรากฏ” นายไชยา กล่าว
ส่วนจะมีการสั่งการในเรื่องการรักษาความปลอดภัยอะไรเพิ่มเติมเป็นพิเศษหรือไม่นั้น ตนคิดว่ากระทรวงเกษตรฯ เป็นกระทรวงที่ประชาชนสามารถเข้าออก และมาร้องเรียนได้ตามปกติ ในเวลาราชการเราไม่ได้เข้มงวดอะไร แต่ช่วงเสาร์อาทิตย์เราจะมีการรักษาความปลอดภัย โชคดีที่เกิดในวันเสาร์อาทิตย์ แต่หากเป็นวันธรรมดา ตนคิดว่าอาจจะไม่เกิดด้วยซ้ำ เพราะคนเยอะ
“อย่าคิดไปไกล ว่าเป็นเรื่องการเมือง คิดว่าเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ” นายไชยา กล่าว
ส่วนมองว่าเป็นการดิสเครดิตหรือไม่ นายไชยา กล่าวว่า ”ผมไม่ทราบ ผมไม่มีอะไร ตลอด 4 เดือนที่เข้ามา ทำสงครามกับการปราบปรามเถื่อน ผมเคยพูดไปแล้ว ว่าเป็นเรื่องหมูที่ไม่หมู อาจจะกระทบกับผู้ที่เสียผลประโยชน์บ้าง แต่ผมไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องที่จะต้องมาเลื่อยขาผม ไม่คิดว่าเป็นเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัว ผมจึงคิดว่าไม่ใช่ประเด็นการเมือง“ นายไชยา กล่าว
นายไชยา กล่าวยืนยัน ไม่มีเอกสารสำคัญได้รับความเสียหาย ตนได้รับมอบหมายงานให้กำกับดูแลก็จริง แต่ตนไม่มีอำนาจในการจัดการงบประมาณ และบริหารงานบุคคล จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติ ไม่ใช่อำนาจของตนอยู่แล้ว และส่วนใหญ่เอกสารก็เก็บอยู่ในระบบอิเล็กทรอนิกส์หมดแล้ว
ส่วนกระทรวงเกษตรฯ มีการส่งสัญญาณปรับเก้าอี้รัฐมนตรีหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบเลย แต่ตั้งใจทำงานเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา มีหลายเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- "นายกฯ อนุทิน" แถลงวิสัยทัศน์ Thailand 2026 เสริมขีดความสามารถการแข่งขัน ความเชื่อมั่นด้านการลงทุน และการเติบโตของภาคธุรกิจไทย ณ งานหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย 13 มิ.ย. 2569
- “ศ.ดร.ยศชนัน” นำคณะผู้บริหารถวายน้ำสรงพระศพเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคม 13 มิ.ย. 2569
- นายกรัฐมนตรีนำคณะรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย เข้าถวายน้ำสรงพระศพเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง 13 มิ.ย. 2569
- ประชาชนเข้าจับจองพื้นที่ถนนราชดำเนินในและถนนหน้าพระลาน เพื่อเฝ้ารอแสดงความอาลัยในการเชิญพระศพ 13 มิ.ย. 2569
- “วราวุธ” ปลุกพลัง SME ไทย งาน 45 ปี คพอ. ชู 3 นโยบายหลัก “เพิ่มความรู้-สร้างมาตรฐาน-เปิดทางสู่แหล่งทุน” สู้กติกาโลกใหม่ 13 มิ.ย. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
"ในหลวง-พระราชินี" และพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงร่วมขบวนเชิญพระศพ "สมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" 20:42 น.- “วราวุธ” ปลุกพลัง SME ไทย งาน 45 ปี คพอ. ชู 3 นโยบายหลัก “เพิ่มความรู้-สร้างมาตรฐาน-เปิดทางสู่แหล่งทุน” สู้กติกาโลกใหม่ 20:28 น.
- ศิษย์เก่าดีเด่น ชมพู ฟ้า เหลือง คืนถิ่น รองอธิบดีพัฒนาที่ดิน "สุรชาติ" เปิดศึกลูกหนัง "Back to School" รร.ขอนแก่นวิทยายน 18:31 น.
- ข้าราชการและประชาชน ย่านถนนราชดำเนินใน เฝ้าแสดงความอาลัยในการเชิญพระศพ 17:28 น.
- ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ นำข้าราชการ-พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ประกอบพิธีถวายน้ำสรงพระศพเบื้องหน้าพระรูป 17:23 น.


