วันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2569 01:07 น.

การเมือง

“วราวุธ” ปลุกพลัง SME ไทย งาน 45 ปี คพอ. ชู 3 นโยบายหลัก “เพิ่มความรู้-สร้างมาตรฐาน-เปิดทางสู่แหล่งทุน” สู้กติกาโลกใหม่

วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 20.28 น.

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน “45 ปี คพอ. พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต” และกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “นโยบายพัฒนา SME ไทย” โดยมี นายนิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นางอัษฎาพร ไกรพานนท์ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายภาสกร ชัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายณัฐพล แสงฟ้า นายกสหพันธ์สมาคมผู้ประกอบการไทย ผู้ประกอบการ SMEs หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และอดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมอีกหลายคน เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ ห้องรอยัล จูบีลี่ บอลรูม อิมแพค เมืองทองธานี 

นายวราวุธ กล่าวแสดงความยินดีกับโครงการพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมให้ดีพร้อม (คพอ.) ที่เดินทางมาอย่างยาวนานถึง 45 ปี และสามารถสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการที่แข็งแกร่งกว่า 13,700 ราย ซึ่งถือเป็น "หัวใจ" และ “ฟันเฟือง” สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างแท้จริง ในปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้การค้าโลกเปลี่ยนเกณฑ์ การตัดสินใจจากเดิมที่เน้นเรื่อง "ราคาและคุณภาพ" เปลี่ยนไปสู่ "มาตรฐานและความยั่งยืน" มีการนำมาตรการทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (Non-Tariff Barriers) เช่น CBAM EUDR และกฎหมาย Climate Change Act มาใช้อย่างเข้มงวดมากขึ้น ดังนั้น ในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับกติกาการค้าโลกยุคใหม่ให้มากขึ้น โดยต้องให้ความสำคัญกับแนวคิด ESG หรือ Environment (สิ่งแวดล้อม) Social (สังคม) และ Governance (ธรรมาภิบาล) โดยจากประสบการณ์สมัยที่ตนเป็น รมว.ทส. และ รมว.พม. นั้นทราบดีว่าในตอนนี้ E มีการตระหนักกันมากขึ้นแล้ว ส่วน G ทุกหน่วยงานก็ได้ดำเนินการอยู่แล้ว แต่ S ต้องมีการผลักดันให้ทำกันมากขึ้น 

นายวราวุธ กล่าวว่า ทางกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเดินเครื่องเต็มกำลัง โดยมีเป้าหมายคือการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูง ทันสมัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และผลักดันการเชื่อมโยงผู้ประกอบการสู่ BCG Model โดยใช้แต้มต่อจากความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ โดยหากนำแนวทาง ESG มาประยุกต์ใช้คู่กับ BCG Model ตนเชื่อมั่นว่าแนวทางดังกล่าวจะไม่ใช่ภาระหรือต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่คือใบเบิกทางสู่ตลาดโลก เป็นเกราะป้องกันความเสี่ยง และเป็นแม่เหล็กที่จะดึงดูดนักลงทุนและลูกค้าที่มีคุณภาพเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน

สำหรับ 3 แนวทางหลักเพื่อผลักดัน SME ไทยให้สามารถพลิกโฉมสู่อนาคต ได้แก่ 1) เพิ่มความรู้ (Upskill & Reskill) มุ่งสร้างเครือข่ายความรู้ที่ตอบโจทย์กติกาโลกใหม่ เน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และการบริหารจัดการที่สมัยใหม่ ปั้นเอสเอ็มอีไทยสู่ระดับโลก 2) การสร้างมาตรฐานให้เป็นแต้มต่อ เร่งยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) มาตรฐานอุตสาหกรรมเอส (มอก.เอส) และการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) รวมถึงการเตรียมความพร้อมสู่ Biodiversity Credit (เครดิตความหลากหลายทางชีวภาพ) ซึ่งเป็นเทรนด์นวัตกรรมทางการเงินใหม่ของโลก และ 3) เปิดทางสู่แหล่งทุน โดยจับมือกับ SME D Bank อัดฉีดสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษรวมกว่า 20,000 ล้านบาท เพื่อให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องในการปรับตัวเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมสีเขียว นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมยังได้ประสานความร่วมมือกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ในการทลายข้อจำกัด เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงตลาดคาร์บอนเครดิตได้สะดวกและง่ายยิ่งขึ้น เพื่อตอบรับหลักการ DNSH (Do No Significant Harm) ที่สถาบันการเงินและคู่ค้าต่างประเทศนำมาใช้เป็นเกณฑ์สำคัญในการทำธุรกิจ 

“กระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทยทุกรายสามารถเดินหน้าไปด้วยกันได้โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยการพลิกโฉมอุตสาหกรรมไทยในครั้งนี้ จะเปลี่ยนให้กติกาโลกที่ดูเหมือนอุปสรรคกลายมาเป็นโอกาสเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทยอย่างแท้จริง" นายวราวุธ กล่าว

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง