วันอาทิตย์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 08:56 น.

การเมือง

  “วิษณุ” แถลงผลสอบปมขัดแย้ง 2 บิ๊กตำรวจ เผยมีคำสั่งให้ “บิ๊กต่อ ”คัมแบ๊ก

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 13.47 น.

  “วิษณุ” แถลงผลสอบปมขัดแย้ง 2 บิ๊กตำรวจ เผยมีคำสั่งให้ “บิ๊กต่อ ”คัมแบ๊ก ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. ดังเดิม ส่วน “บิ๊กโจ๊ก ” รอไปก่อน 

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2567  นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี แถลงความคืบหน้าผลสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีเกี่ยวกับความขัดแย้งในเรื่องคดีของบุคลากรภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานขนาดใหญ่ในกระบวนการยุติธรรม ที่ส่งผลให้ประชาชนไม่มั่นใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อตรวจสอบความเป็นมาและสามารถแก้ไขปัญหาต่อไปในอนาคต

จากผลการตรวจสอบพบว่ามีความขัดแย้งและความไม่เรียบร้อยเกิดขึ้นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติจริง ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจในทุกระดับ ทุกฝ่าย จนเกิดเป็นคดีต่างๆและฟ้องร้องกัน ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับพลตำรวจเอกต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทั้งนี้ คดีต่างๆที่เกิดขึ้นได้มีการส่งเรื่องให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบ รับไปดำเนินการเรียบร้อยแล้ว

นายวิษณุ กล่าวว่า กรณีของพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ มีคำสั่งให้กลับไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2567 หลังจากที่มีคำสั่งให้ช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี และตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้น เพื่อสอบสวนทางวินัย และมีคำสั่งให้พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ ออกจากราชการไว้ก่อน ซึ่งเป็นการสั่งตามแบบที่เคยสั่งกันในอดีตตามมาตรา 132 อย่างไรก็ตาม หากการสั่งให้ตำรวจออกจากราชการไว้ก่อน กระทบต่อสิทธิประโยชน์ของบุคคลนั้น จะต้องกระทำโดยคำแนะนำหรือเสนอแนะจากคณะกรรมการสอบสวนฯ โดยคณะกรรมการกฤษฎีกามีมติ 10-1 ว่า การสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนที่กระทบต่อสิทธิและหน้าที่ และไม่ผ่านคณะกรรมการสอบสวน เห็นว่าไม่ถูกต้องและไม่ชอบทำ จึงเห็นสมควรให้มีการจัดการแก้ไขให้ถูกต้องให้เป็นอำนาจของทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินการต่อไป

ขณะที่กรณีของพลเอกต่อศักดิ์ สุขวิมล เห็นสมควรให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ออกคำสั่ง ให้กลับไปปฎิบัติราชการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในตำแหน่งหน้าที่เดิม ส่วนคดีต่างๆที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่รับผิดชอบคดีนั้น

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้รับทราบผลการสอบสวนทั้งหมดแล้ว พร้อมทั้งมอบหมายให้สำนักงานกฤษฎีกา และกระทรวงยุติธรรม ตรวจสอบในเรื่องของอำนาจชี้ขาดว่าคดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นอำนาจของหน่วยงานใด เพื่อที่จะดำเนินการต่อไปให้ถูกต้อง

ทั้งนี้จากการที่คณะกรรมการเข้ามาตรวจสอบครั้งนี้ซึ่งเป็นการตรวจสอบข้อกฎหมาย และข้อเท็จจริงไม่ได้ชี้ว่าใครถูกใครผิด แต่ได้รายงานนายกรัฐมนตรีที่พบเห็นความยุ่งยากสับสนระหว่างอำนาจการสอบสวนของหน่วยงานหลายหน่วย เพราะไม่รู้ว่า บางเรื่องอยู่ในอำนาจของใคร ปปท. ปปง. ป.ป.ช. พนักงานสอบสวน ซึ่งคดีทุจริตมีเจ้าภาพหลายรายเกินไป แม้เจ้าภาพใหญ่จะคือ ป.ป.ช.

นายกรัฐมนตรีขอให้ทั้งสองฝ่ายปรองดองในการทำงาน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนไม่ให้เกิดการเสื่อมศรัทธาต้องร่วมกันแก้ไขทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

หน้าแรก » การเมือง