การเมือง
"ภูมิธรรม" เตือนอินฟลูนำรถดูดส้วมเตรียมฉีดใส่มวลชนเขมรให้ระวัง ห่วงเป็นเหตุพาขึ้นศาลโลก
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีอินฟลูเอนเซอร์รายหนึ่งเตรียมนำรถดูดส้วมไปฉีดใส่มวลชนชาวกัมพูชาที่แนวชายแดนบ้านหนองจาน เป็นห่วงภาพลักษณ์ของประเทศไทยต่อนานาชาติหรือไม่ว่า เราก็ต้องมองอย่างแยกแยะ แต่หากพูดถึงท่าทีของรัฐบาลทั้งหมดเป็นบวกอยู่แล้ว แต่กรณีนี้เป็นเรื่องของความรู้สึก และความคิดเห็นรายบุคคล ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นหากประชาชนช่วยกันห้ามปรามว่าอย่าไปทำแบบนั้น ความจริงตนก็ไม่อยากพูด เพราะเดี๋ยวทัวร์ก็มาลงตนว่าเป็นคนไทยใจเขมร แต่สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราต้องระมัดระวัง เพื่อให้นานาชาติเข้าใจ เพราะการต่อสู้ขณะนี้หากทำไม่ดีจะเป็นผลผูกพันเรื่องของดินแดน และอีกหลายอย่างที่จะลากเราเข้าไปสู่ศาลโลกจะยิ่งเป็นปัญหา เพราะเราไม่อยากเข้าศาลโลก เนื่องจากเราไม่ได้รับรอง
นายภูมิธรรม กล่าวว่า เท่าที่คุยกับกระทรวงกลาโหมไม่มีอะไรน่าหนักใจ เป็นการพูดคุยความเข้าใจกัน ซึ่งทั่วโลกก็เข้าใจดี ว่าไม่ใช่บทบาทหรือความต้องการของรัฐบาลไทย แต่เป็นเรื่องของประชาชนที่เป็นส่วนหนึ่งในสังคม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการให้เอไอวิเคราะห์กรณีอินฟลูเอนเซอร์เตรียมรถดูดส้วมฉีดใส่มวลชนเขมรสามารถเป็นเหตุพาขึ้นศาลโลกได้หรือไม่ ได้ความว่า
ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในยุคปัจจุบันมิได้จำกัดเฉพาะการดำเนินนโยบายระดับรัฐต่อรัฐ แต่ยังรวมถึงการกระทำของ “บุคคลภายในรัฐ” ที่อาจส่งผลกระทบต่อความรู้สึก ความสัมพันธ์ และแม้กระทั่งความมั่นคงของประเทศ ในกรณีที่เป็นข่าว อินฟลูเอนเซอร์ชาวไทยรายหนึ่งแสดงเจตนาจะนำรถดูดส้วมไปฉีดใส่มวลชนชาวกัมพูชาบริเวณชายแดนบ้านหนองจาน ก่อให้เกิดคำถามสำคัญว่า การกระทำเช่นนี้สามารถเป็นชนวนเหตุพาประเทศไทยเข้าสู่การพิจารณาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice – ICJ) ได้หรือไม่ บทความนี้มุ่งวิเคราะห์ประเด็นดังกล่าวในมิติทางกฎหมายระหว่างประเทศและการทูต
1. กรอบกฎหมายระหว่างประเทศกับเขตอำนาจศาลโลก
ศาลโลก (ICJ) มีเขตอำนาจพิจารณาได้ใน 2 กรณีใหญ่คือ
เมื่อรัฐคู่กรณียินยอมให้นำข้อพิพาทเข้าสู่ศาล (โดยคำร้องตรงหรือสนธิสัญญาที่ผูกพัน)
เมื่อมีการตีความสนธิสัญญาหรือกฎหมายระหว่างประเทศที่ผูกพันอยู่แล้ว
ประเทศไทยในปัจจุบันมิได้ยอมรับอำนาจบังคับทั่วไปของ ICJ จึงทำให้การถูกฟ้องโดยกัมพูชาต้องขึ้นอยู่กับ “ความยินยอมร่วม” หรือสนธิสัญญาที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทเท่านั้น ดังนั้น การกระทำของบุคคลรายเดียว เช่น อินฟลูเอนเซอร์ ไม่เพียงพอให้ศาลโลกมีเขตอำนาจ เว้นแต่รัฐบาลไทยจะถูกกล่าวหาว่า “ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศในเชิงรัฐต่อรัฐ”
2. การกระทำของบุคคล vs ความรับผิดของรัฐ
ในทางกฎหมายระหว่างประเทศ ความรับผิดชอบจะผูกพันต่อรัฐก็ต่อเมื่อ
การกระทำดังกล่าวเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ (state organ) หรือ
บุคคลหรือกลุ่มบุคคลนั้น “อยู่ภายใต้การชี้นำ ควบคุม หรือการยอมรับ” ของรัฐ
กรณีอินฟลูเอนเซอร์เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของ “บุคคลธรรมดา” มิใช่นโยบายหรือคำสั่งของรัฐไทย อีกทั้งรัฐบาลได้แสดงท่าทีชัดเจนผ่านคำกล่าวของนายภูมิธรรม เวชยชัย ว่าไม่ได้สนับสนุนการกระทำดังกล่าว และพยายามห้ามปราม ดังนั้นจึงเป็นการแยกขาดจากความรับผิดของรัฐไทย
3. มิติทางการทูตและภาพลักษณ์
แม้การกระทำดังกล่าวไม่เพียงพอเป็นเหตุให้เข้าสู่ศาลโลก แต่ ผลกระทบเชิงภาพลักษณ์ อาจสร้างปัญหาความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชา และทำให้เกิดการตีความทางการเมือง เช่น
กระทบความเชื่อมั่นในเจตนารมณ์สันติภาพของไทย
ถูกนำไปขยายผลว่าเป็นการยั่วยุทางชาติพันธุ์
เป็นเงื่อนไขให้ฝ่ายกัมพูชาใช้อ้างในประเด็นดินแดนอื่น ๆ เช่น ปัญหาพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร
ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลไทยต้องระมัดระวังคือ “ไม่ให้การกระทำของบุคคล” ถูกตีความว่าเป็นท่าทีของรัฐ
4. การประเมินความเป็นไปได้ในการเข้าสู่ศาลโลก
เมื่อพิจารณาตามหลักเกณฑ์
ไม่เข้าองค์ประกอบเขตอำนาจ ICJ เพราะเป็นการกระทำของบุคคล มิใช่ของรัฐ
ไม่มีสนธิสัญญาที่รองรับข้อพิพาทในกรณีนี้
รัฐไทยได้แสดงท่าทีปฏิเสธการสนับสนุน
ดังนั้น จึงแทบเป็นไปไม่ได้ที่กรณีนี้จะเข้าสู่ศาลโลกในฐานะข้อพิพาททางกฎหมาย แต่ยังมีความเสี่ยงเชิงการทูต ที่อาจถูกหยิบยกเป็น “เครื่องต่อรอง” หรือ “ประเด็นทางการเมือง” ในเวทีระหว่างประเทศ
5. ข้อเสนอเชิงนโยบาย
การจัดการสื่อและอินฟลูเอนเซอร์ในมิติความมั่นคง – ต้องสร้างความเข้าใจว่าเสรีภาพการแสดงออกมีขอบเขต ไม่ควรละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเพื่อนบ้าน
การสื่อสารทางการทูตเชิงเชิงรุก – ย้ำท่าทีว่ารัฐไทยไม่สนับสนุน และพร้อมป้องกันไม่ให้เกิดการยั่วยุซ้ำ
การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม – ปลูกฝังความเข้าใจเรื่องมิตรภาพระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน และผลเสียของการกระทำที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างรัฐ
ดังนั้น กรณีอินฟลูเอนเซอร์เตรียมรถดูดส้วมไปฉีดใส่มวลชนกัมพูชา แม้จะเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและส่งผลกระทบทางภาพลักษณ์ของประเทศ แต่ในเชิงกฎหมายระหว่างประเทศไม่อาจถือเป็นเหตุให้ไทยถูกฟ้องต่อศาลโลกได้ เนื่องจากเป็นการกระทำของบุคคล มิใช่รัฐ อย่างไรก็ตาม หากไม่ควบคุมหรือห้ามปราม อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองในความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชา ดังนั้น รัฐบาลและสังคมไทยควรจัดการปัญหานี้ด้วยความรอบคอบ เพื่อไม่ให้ “การกระทำรายบุคคล” กลายเป็น “ข้อพิพาทระหว่างรัฐ” ในอนาคต
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- ผลประชุม ครม.นัดพิเศษ ตั้ง "ภูมิธรรม" รักษาการนายกฯ ขรก.การเมืองพ้นจากตำแหน่งหมด 30 ส.ค. 2568
- "ภูมิธรรม" ปัดไม่รู้ข่าว "ทักษิณ–ธนาธร" คุย ยันเพื่อไทยโฟกัสดีล "ปชน." หนุนตั้งรัฐบาล 30 ส.ค. 2568
- "จาตุรนต์" ห่วงข้อเสนอ "ปชน." ทำให้ประชาชนผิดหวัง หากเลือกแกนนำรัฐบาลไม่ดี 30 ส.ค. 2568
- "ธนาธร" รับ "ทักษิณ" ติดต่อมาจริง คุยกันขอให้ ปชน.โหวตหนุน "ชัยเกษม" นายกฯคนต่อไป 30 ส.ค. 2568
- "งูเห่าเพื่อไทย" ทยอยหนีออกกลุ่มไลน์ สส. จับตาหนุน "อนุทิน" นั่งนายกฯ แกนนำลั่นตั้งรัฐบาลไม่ได้ยุบสภา 30 ส.ค. 2568
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
"ธีรรัตน์" ลงพื้นที่สังขละบุรี มอบบัตรประจำตัวและให้กำลังใจประชาชนกลุ่มเป้าหมายแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคล 19:24 น.
- "ธนาธร" รับ "ทักษิณ" ติดต่อมาจริง คุยกันขอให้ ปชน.โหวตหนุน "ชัยเกษม" นายกฯคนต่อไป 18:25 น.
- “รมช.อัครา” ลุยช่วยเหลือชาวแม่แจ่ม เร่งฟื้นฟูพื้นที่เกษตร จากผลกระทบพายุคาจิกิ พร้อมดันเป็น "เมืองกาแฟ" สร้างรายได้ยั่งยืน 17:59 น.
- "เท้ง" นัดประชุมพรรค ปชน. จันทร์นี้ เคาะท่าทีโหวตนายกฯ ปัดข่าวดีลเก้าอี้ – ย้ำยืนฝ่ายค้านเพื่อหาทางออกประเทศ 17:43 น.
- "พรรคกล้าธรรม" ออกแถลงการณ์ สนับสนุน "อนุทิน" นั่งนายกฯ ชี้ปล่อยให้ประเทศเกิดสุญญากาศไม่ได้ 17:22 น.