วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 04:21 น.

การเมือง

“สมศักดิ์” ลุยพิษณุโลกดูโมเดลธนาคารน้ำใต้ดิน เตรียมผลักดันทำทั่วประเทศ ช่วยบรรเทาน้ำท่วม-น้ำแล้ง-ป้องกันน้ำหลาก-ไฟป่า

วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.15 น.

“สมศักดิ์” ลุยพิษณุโลกดูโมเดลธนาคารน้ำใต้ดิน เตรียมผลักดันทำทั่วประเทศ ช่วยบรรเทาน้ำท่วม-น้ำแล้ง-ป้องกันน้ำหลาก-ไฟป่า ชี้ ช่วยสร้างความชุ่มชื้น เกษตรกรได้ผลผลิตเพิ่ม ขณะที่ “ดร.เร่งรัด” เผย สาเหตุไทย ท่วม-แล้ง ตลอด หลังเก็บน้ำฝนได้เพียง 12% แนะทำธนาคารน้ำใต้ดิน สร้างภาชนะเก็บน้ำ 

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568  นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายเจนวิทย์ จันทรา ผู้เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.พิษณุโลก เขต 3 และผู้นำท้องถิ่นจังหวัดสุโขทัย ได้ลงพื้นที่ศึกษาโครงการธนาคารน้ำใต้ดิน ที่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกมะยงชิดรักไทย ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก โดยมี ดร.เร่งรัด สุทธิสน ผู้อำนวยการสถาบันน้ำนิเทศศาสนคุณ และนางมยุรา มนะสิการ อดีต สส.พรรคไทยรักไทย เป็นผู้บรรยายสรุปถึงความสำคัญของธนาคารน้ำใต้ดิน 

โดยนายสมศักดิ์ กล่าวว่า ธนาคารน้ำใต้ดิน ตนได้ศึกษาและผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสมัย นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ได้ให้ความสนใจในเรื่องนี้ แต่ยังไม่มีใครออกแบบตามหลักวิชาการได้ งบประมาณจึงถูกตีตกไป ซึ่งเรื่องนี้ ตนกำลังกลับมาผลักดันอีกครั้ง เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วม เช่น จังหวัดสุโขทัย โดยจังหวัดมีแม่น้ำยมผ่ากลาง ซึ่งมีมวลน้ำมากว่า 1,000 ลบ.ม./วินาที แต่รับน้ำได้ประมาณ 500 ลบ.ม./วินาที จึงต้องทำโครงการยมฝั่งซ้าย และฝั่งขวา เพื่อเพิ่มการระบายน้ำฝั่งละ 500 ลบ.ม./วินาที โดยเราทำน้ำไปได้แล้ว แต่จะทำอย่างไรจะเก็บน้ำได้ ก็ต้องผลักดันเรื่องธนาคารน้ำใต้ดิน

“ที่ผ่านมา หลายพื้นที่ทั้งภูเขา พื้นที่ป่า ไม้ถูกตัดทำลาย ปลูกป่าทดแทนได้ยากต้องมีการดูแลและอาศัยการมีส่วนร่วม การทำธนาคารน้ำใต้ดินบนพื้นที่ป่าจะช่วยสร้างความชุ่มชื้นในดิน ป้องกันไฟป่า โดยอยากนำโมเดลนี้ ไปทำทั่วประเทศ จากเดิมเมื่อฝนตก น้ำจะระเหยหรือไหลลงแม่น้ำอย่างรวดเร็ว เพราะไม่มีต้นไม้เบรค เมื่อมีธนาคารน้ำใต้ดินช่วยดูดซึมน้ำ จะช่วยแก้ปัญหาได้ในหลายด้าน ทั้งเก็บน้ำ สร้างความชุ่มชื้น สร้างต้นไม้ ช่วยบรรเทาน้ำท่วม ป้องกันไฟป่า จึงเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก” นายสมศักดิ์ กล่าว 

ขณะที่ ดร.เร่งรัด กล่าวว่า ประเทศไทยน้ำท่วม และน้ำแล้งเป็นวัฏจักรทุกปี เพราะมีปริมาณฝนตก 736,802 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี แต่สามารถเก็บได้เพียง 97,140 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี คิดเป็น 12% เท่านั้น จึงจะเห็นว่า เราขาดภาชนะเก็บน้ำ ดังนั้น การทำธนาคารน้ำใต้ดินจะช่วยกักเก็บน้ำหน้าฝนให้ได้มากที่สุด และนำน้ำมาใช้ในหน้าแล้งได้ ด้วยหลักการธนาคารน้ำใต้ดิน 2 ระบบ คือ ระบบปิด และระบบเปิด ซึ่งระบบปิดคือ การเติมน้ำลงใต้ดินในชั้นตื้น 3-5 เมตร ด้วยการขุดหลุม เช่น 2x2x2 เมตร โดยเทหินกรวดแม่น้ำลงไป เพื่อดูดซึมน้ำเก็บไว้ ส่วนระบบเปิด คือ การขุดดินให้พ้นชั้นดินเหนียว จนถึงชั้นหินอุ้มน้ำ ซึ่งมีความลึกประมาณ 7-8 เมตร จะทำให้น้ำซึมลงไปเก็บชั้นดาบาลได้ ซึ่งหลักการทำธนาคารน้ำใต้ดิน ต้องทำทั้ง 2 ระบบ จึงจะส่งผลได้อย่างชัดเจน และถ้ามีการไปทำในป่า น้ำจะซับลงดิน จะช่วยป้องกันปัญหาน้ำป่าไหลหลากได้ 

ด้านนางมยุรา กล่าวว่า เมื่อปี 2562 ที่สวนมะยงชิดของตนเอง แห้งแล้งมาก จึงได้หาแนวทางแก้ปัญหาด้วยธนาคารน้ำใต้ดิน ซึ่งเป็นการเก็บน้ำฝนไว้ใต้ดิน โดยเมื่อทำมา 6 ปี ได้เห็นผลอย่างชัดเจน มีน้ำเพียงพอต่อการทำเกษตร ทำให้มีผลผลิตเพิ่มจากปีละ 30-50 ตัน เป็น 125 ตันต่อปี รวมถึงช่วยลดปัญหาไฟป่าได้อีกด้วย เนื่องจากดินมีความชุ่มชื่น นอกจากนี้ ยังช่วยแก้ปัญหายุงลาย เพราะจากเดิมมีแอ่งน้ำ แต่เมื่อทำธนาคารน้ำใต้ดิน น้ำจะถูกดูดซึมลงดินทั้งหมดอีกด้วย
 

หน้าแรก » การเมือง