วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569 14:03 น.

การเมือง

ทหารไทยเก็บกู้ทุ่นระเบิด PMN-2 หลังยึดคืน "หนองหญ้าแก้ว" พลีชีพอีก 1 ที่ปราสาทตาควาย  

วันอังคาร ที่ 09 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.40 น.

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 หลังจากที่ฝ่ายไทยสามารถเข้าควบคุมพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว ได้สำเร็จเมื่อวานนี้ ล่าสุดเมื่อเวลา 07.45 น. วันที่ 9 ธันวาคม 2568 หน่วยชุดปฏิบัติการพื้นที่หนองหญ้าแก้ว (ร้อย.ช.ช.พัน.2) ได้เข้าดำเนินการพิสูจน์ทราบพื้นที่อย่างละเอียดภายหลังการปะทะและการเคลื่อนกำลังของทั้งสองฝ่าย

ระหว่างการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบ ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลแบบ PMN-2 จำนวน 2 ทุ่น อยู่ในสภาพ พร้อมใช้งาน ซึ่งถือเป็นยุทโธปกรณ์ที่มีอานุภาพร้ายแรงและออกแบบมาเพื่อสร้างการสูญเสียแก่กำลังพลที่สัญจุผ่านพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ได้เร่งดำเนินการเก็บกู้และทำลายอันตรายดังกล่าวทันที เพื่อความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่โดยรอบ

เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยยืนยันว่า การตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในจุดดังกล่าว เป็นหลักฐานชัดเจนว่าฝ่ายกัมพูชามีการเตรียมการใช้ทุ่นระเบิดเพื่อสกัดกั้นการเคลื่อนที่ของทหารไทยในพื้นที่ชายแดน ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงและละเมิดหลักมนุษยธรรมสากลอย่างชัดเจน

กองกำลังไทยยังคงปฏิบัติการตรวจสอบและกวาดล้างพื้นที่ต่อเนื่อง เพื่อป้องกันผลกระทบต่อชุมชนและลดความเสี่ยงจากทุ่นระเบิดแฝงที่อาจยังคงหลงเหลืออยู่ ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่ยังคง มีความตึงเครียด และมีการติดตามความเคลื่อนไหวจากฝั่งกัมพูชาอย่างใกล้ชิด

กองทัพบก (ทบ.) รายงานยอดกำลังพลเสียชีวิต วันที่ 9 ธ.ค.68 จำนวน 2 นาย เวลา 11.30 น. กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 จากเหตุการณ์ปะทะชายแดนไทยกัมพูชา

1. พลทหาร วายุ ขวัญเสือ สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่31 รักษาพระองค์ ได้รับบาดเจ็บโดนสะเก็ดระเบิดอาวุธวิถีโค้ง พื้นที่ฐานปฏิบัติการ225 จ.สุรินทร์ เสียชีวิตในเวลาต่อมา

2. ส.อ.ชวกร เดชขุนทด สังกัด กองพันทหารม้าที่ 11 กรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ ได้รับบาดเจ็บจากเครื่องยิงลูกระเบิด พื้นที่พระวิหาร ณ.ฐานบ้านต้นพยุง อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ

สรุปยอดรวมกำลังพลเสียชีวิต รวม 3 นาย วันที่ 8 ธ.ค.68 จำนวน 1 นาย 9 ธ.ค.68 จำนวน 2 นาย

ทบ. รายงานทหารสถานการณ์ปะทะ

พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา ว่า ตั้งแต่วันที่ 8 ธ.ค. ที่ผ่านมา การปะทะครอบคลุมขยายวง ครอบคลุมในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และสระแก้ว ซึ่งกัมพูชาใช้อาวุธทุกประเภทเข้าโจมตี ฝ่ายเรา ทั้งอาวุธกล อาวุธยิงสนับสนุน ปืนใหญ่จรวดหลายลำกล้อง โดรนทิ้งระเบิด กองทัพบกใช้แผนเผชิญเหตุ โดยมีความมุ่งหมายป้องกันตัวเอง ควบคู่การผลักดันพื้นที่ที่เราถูกรุกล้ำอธิปไตย และที่สำคัญเราต้องทำลายศักยภาพการโจมตีของทหารกัมพูชา เพื่อไม่ให้สามารถกลับมาเป็นภัยคุกคามต่อประเทศไทยได้อีก

ผลการปฏิบัติที่สำคัญที่ผ่านมา

ในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 2 วันนี้ได้ทำลายตึกกาสิโนร้าง ซึ่งเป็นเครือข่ายสแกรมเมอร์ ที่เราพบว่าใช้เป็น ที่ตั้งทางทหาร จุดปล่อยโดรน รวมถึงอาวุธสนับสนุนต่างๆ ในพื้นที่ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี รวมถึงเราได้ตัดกำลังทำลายสาวสัญญาณแอนตี้โดรนในพื้นที่ อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ

ส่วนพื้นที่กวาดล้าง ที่ถูกรุกล้ำ ช่องระยี ที่อยู่ทางทิศตะวันออกของช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์รวมถึงเราได้ผลักดันทหารกัมพูชา ที่ปราสาทคนา อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ โดยปัจจุบันยังไม่สามารถเข้าควบคุมพื้นที่ได้อย่างเบ็ดเสร็จ เนื่องจากพบว่าฝ่ายกัมพูชาใช้สนามทุ่นระเบิดจำนวนมาก ในบริเวณดังกล่าว ปัจจุบันยังอยู่ในความพยายาม

ส่วนพื้นที่ปราสาทตาควาย วันนี้เราได้ทำลายกระเช้าที่ใช้ในการส่งเสบียง บริเวณ เนิน 350 เป็นที่สำเร็จ ซึ่งขณะนี้ยังมีความพยายามเข้ากระทำต่อพื้นที่ต่อไป

ส่วนพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 วานนี้ เราได้เปิดปฏิบัติการผลักดัน เพื่อควบคุมแนวเส้นปฏิบัติการใน 3 พื้นที่ ทั้งบ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง และบ้านคลองแผง อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว

โดยสามารถทำลายที่มั่นดัดแปลง ของฝ่ายกัมพูชา ได้บางส่วน และที่น่ายินดีคือเมื่อ 17.00 น. วานนี้ สามารถยึดและควบคุมพื้นที่บริเวณบ้านหนองหญ้าแก้ว ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันอยู่ในห้วงของการกวาดล้าง ล่าสุดมีรายงานแล้วว่าช่วงการกวาดล้างเจอทุ่นสังหารบุคคล

ทั้งนี้ในวันนี้สำหรับพื้นที่ที่ยังปฏิบัติการไม่สำเร็จก็ยังมีความพยายามอยู่ต่อเนื่อง

7-9 ธ.ค.ทหารเสียชีวิต1 บาดเจ็บ 29 นาย

ทั้งนี้ขอรายงานว่าตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีกำลังพลของกองทัพบก เสียชีวิตในการรบ 1 นาย บาดเจ็บ 29 นาย
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง