การเมือง
ด่วน! ทร.ประกาศเคอร์ฟิว 5 อำเภอ จ.ตราด นาวิกโยธินยึดคืนพื้นที่บ้านสามหลังสำเร็จ
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
กองทัพเรือประกาศเคอร์ฟิว ห้ามออกนอกเคหะสถานช่วง 1 ทุ่ม ถึง ตี 5 ในพื้นที่ อ.เมืองตราด คลองใหญ่ บ่อไร่ เขาสมิง แหลมงอบ ตั้งวันนี้(14 ธ.ค.) เป็นต้นไป นาวิกโยธินยึดคืนพื้นที่บ้านสามหลัง จ.ตราด ปักธงชาติไทยยืนยันอธิปไตยของไทยได้สำเร็จ
เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2568 เวลา 08.52 น. เพจเฟซบุ๊ก โฆษกกองทัพเรือ Naval Spokesperson เผยแพร่แถลงข่าวสำนักงานโฆษกกองทัพเรือ เรื่อง การประกาศกำหนดเวลาห้ามออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) ในบางพื้นที่ของจังหวัดตราด
พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงว่า กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ขอเรียนให้ประชาชนทราบว่า จากสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนจังหวัดตราด ซึ่งมีความจำเป็นต้องยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันการสอดแนม การก่อวินาศกรรม และการกระทำใด ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของประชาชน และความมั่นคงของประเทศ
กปช.จต. จึงได้ออกประกาศกำหนดเวลาห้ามบุคคลออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) ในช่วงเวลา 19.00 น. ถึง 05.00 น. ในพื้นที่ จังหวัดตราด ครอบคลุมอำเภอคลองใหญ่ อำเภอบ่อไร่ อำเภอแหลมงอบ อำเภอเขาสมิง และอำเภอเมืองตราด เว้นอำเภอเกาะช้าง และอำเภอเกาะกูด
ทั้งนี้ เป็นไปตามอำนาจแห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมสถานการณ์ด้านความมั่นคงเชิงป้องกัน และสร้างความปลอดภัยในภาพรวม มิได้มีเป้าหมายจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยไม่จำเป็น
กองทัพเรือยืนยันว่า การบังคับใช้มาตรการดังกล่าวจะดำเนินการอย่างเหมาะสม รอบคอบ และยึดหลักความจำเป็นและได้สัดส่วน โดยคำนึงถึงการดำรงชีวิต การประกอบอาชีพ และความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด ทั้งนี้ กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ประชาชนสามารถขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ทหาร ฝ่ายปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในพื้นที่ได้ตามระเบียบที่กำหนด
กองทัพเรือขอความร่วมมือจากประชาชนในการปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวอย่างเคร่งครัด และขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการเป็นหลัก เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนหรือข่าวสารที่บิดเบือน โดยมาตรการนี้จะมีการประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และพร้อมปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมตามระดับความจำเป็นของสถานการณ์
กองทัพเรือขอยืนยันความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาอธิปไตย ความมั่นคง และความปลอดภัยของประเทศ พร้อมยืนหยัดเคียงข้างและดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง
นาวิกโยธินยึดคืนพื้นที่บ้านสามหลัง จ.ตราด ปักธงชาติไทยยืนยันอธิปไตยของไทยได้สำเร็จ
พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า วันนี้ (14 ธันวาคม 2568) กองทัพเรือ โดยกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) และหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด (ฉก,นย.ตราด) ได้เปิดปฏิบัติการทางทหารเพื่อยึดคืนพื้นที่อธิปไตยของไทย บริเวณบ้าน 3 หลัง บ้านหนองรี ตำบลชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด
ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ฝ่ายตรงข้ามรุกล้ำเข้ามาอยู่ในเขตดินแดนของประเทศไทย การปฏิบัติการดังกล่าวเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้ามืด โดยมีการปะทะกันอย่างหนักในพื้นที่ ภายใต้หลักการใช้สิทธิป้องกันตนเองตามกฎหมายสากล และการรักษาอธิปไตยของชาติเป็นสำคัญ
ณ เวลานี้ (07.20 นาฬิกา) กองทัพเรือสามารถควบคุมและยึดพื้นที่ดังกล่าวได้แล้ว และขับไล่กองกำลังฝ่ายตรงข้ามออกจากพื้นที่ได้ทั้งหมด พร้อมทั้งได้ดำเนินการปักธงชาติไทยในพื้นที่ เพื่อแสดงถึงการยืนยันอธิปไตยของประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่บ้านหนองรีโดยรอบยังคงมีการปะทะกันเป็นระยะ จากการพยายามตอบโต้ของฝ่ายตรงข้าม กำลังของหน่วยนาวิกโยธินที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ดำเนินการควบคุมสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ภายใต้หลักความจำเป็นและได้สัดส่วน เพื่อรักษาความมั่นคงของพื้นที่ และป้องกันไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามกลับเข้ามารุกล้ำอธิปไตยของประเทศไทยอีก
ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่ จ.สระแก้ว ประจำวัน 13 ธันวาคม 2568 เวลา 18.00 น.
กกล.บูรพา ปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยในสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา เป็นวันที่ 6 โดยมีการปฏิบัติที่สำคัญดังนี้
พื้นที่บ้านคลองแผง อ.ตาพระยา ดำเนินกลยุทธ์และใช้อาวุธยิงสนับสนุนเพื่อควบคุมพื้นที่ ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่โล่งแจ้ง โดยฝ่ายกัมพูชาได้ต่อต้านด้วยการระดมยิงด้วย BM-21,ปืนใหญ่ และเครื่องยิงลูกระเบิด
พื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง ยึดครองพื้นที่ตามแนวอ้างสิทธิ์ และใช้อาวุธยิงสนับสนุนเพื่อป้องกันการเพิ่มเติมกำลังของฝ่ายกัมพูชา โดยฝ่ายกัมพูชายังคงพยายามต่อต้านด้วยการระดมยิงด้วย BM-21, ปืนใหญ่ และเครื่องยิงลูกระเบิดอย่างต่อเนื่อง
พื้นที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง ดำเนินกลยุทธ์และใช้อาวุธยิงสนับสนุนเพื่อควบคุมพื้นที่ โดยฝ่ายกัมพูชาได้ต่อต้านด้วยการระดมยิงด้วย BM-21, ปืนใหญ่ และเครื่องยิงลูกระเบิดอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ได้มีการปฏิบัติการร่วมกับกองทัพอากาศ โดยใช้อากาศยาน ทำลายคลังอาวุธและกระสุน และระบบสื่อสารของหน่วยป้องกันภัยทางอากาศของฝ่ายกัมพูชา ด้านตรงข้ามกับบ้านหนองหญ้าแก้วและบ้านหนองจาน
สำหรับการเตรียมการรับคนไทยจากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา กลับเข้าสู่ประเทศ ณ บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศนั้น ปัจจุบันฝ่ายกัมพูชา ยังคงควบคุมตัวไม่ปล่อยตัวกลับ เป็นวันที่ 3
ในส่วนกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยวันนี้มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ เพิ่มเติมจำนวน 4 นาย สรุปยอดกำลังพลได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ตั้งแต่ 8 ธ.ค.68 - ปัจจุบัน บาดเจ็บ 48 นาย และเสียชีวิต 3 นาย ประชาชนในพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว ใน 4 อำเภอ ทางจังหวัดสระแก้วร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราว 5 พื้นที่ จำนวน 43 ศูนย์ รวม 21,903 คน
กองทัพภาคที่ 1 ขอยืนยันว่าจะยืนหยัดปฏิบัติตามภารกิจอย่างเต็มกำลังความสามารถ ทั้งนี้ การปฏิบัติการทางทหารจะดำเนินการภายใต้กฎการปะทะและสิทธิในการป้องกันตนเอง จนกว่าภัยคุกคามในพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว จะยุติเพื่ออธิปไตยของไทยและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ
ทหารไทยเข้ายึดหลายพื้นที่สำคัญ ทำลายฐานทหารข้าศึก 48 แห่งแล้ว
กองทัพภาคที่ 2 ได้ ได้สรุปสถานการณ์การสู้รบไทย – กัมพูชา (ประจำวันที่ 13 ธ.ค.68)
– ช่องสายตะกู การรบปะทะประปราย
– พื้นที่ตาเมือนธม มีการปะทะด้วยอาวุธเล็งตรงและปืนใหญ่ อย่างต่อเนื่อง
– พื้นที่ช่องกร่าง พบว่ามีการรบปะทะประปราย
-พื้นที่ตาควาย มีการรบปะทะกันอย่างหนัก ทั้งอาวุธเล็งตรง และอาวุธวิถีโค้ง โดรนโจมตี ทั้งสองฝ่ายยังอยู่ในพื้นที่ของตน
– พื้นที่ปราสาทคณาและโดยรอบ ไทยสามารถเข้าควบคุมพื้นที่และทำลายบันไดส่วนหัวได้เรียบร้อย การสู้รบยังคงมีต่อเนื่อง
– ช่องจอม/ช่องเปรอ/ช่องระยี ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียงกัน ไทยเราสามารถควบคุมพื้นที่ได้แล้ว อยู่ระหว่างสถาปนาที่มั่นป้องกันการตีโต้ตอบ
– ช่องสะงำ เป็นพื้นที่มี่ยังคงมีการเฝ้าระวัง และยังไม่มีการปะทะ
– ภูมะเขือ/ช่องโดนเอาว์/พลาญยาว/พลาญหินแปดก้อน พื่นที่ส่งนนี้ยังคงมีการยิงจรวด BM-21 เข้ามาในพื้นที่อยู่เป็นระยะ , เนื่องจากฝ่ายไทยได้ยึดครองพื้นที่ไว้ทั้งหมด
– พื้นที่ซำแต ทหารไทยสามารถควบคุมพื้นที่ได้แล้ว อยู่ระหว่างสถาปนาพื้นที่เพื่อป้องกันกัมพูชาตีโต้ตอบ
– พื้นที่ช่องอานม้า เนิน 677 เป็นพื้นที่ที่ทหารไทยสามารถควบคุมได้แล้ว อยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจต่อเนื่อง
– พื้นที่ช่องบก ยั้นมีการยิงปะทะกันประปราย ซึ่งสถานการณ์ขณะนี่อยู่ระหว่างการเฝ้าระวัง
ทางไทยสามารถทำลายที่ตั้งทางการทหาร คลังน้ำมัน/คลังกระสุน ที่ตั้งยิง ปืนใหญ่ และผืนค.ป.และฐานที่ตั้งสแกมเมอร์ รวม 48 ที่
สรุปการปฏิบัติการณ์ต่อข้าศึก ระหว่างวันที่ 8-13 ร.ค.68 ไทยสามารถทำลาย
1.ทหารกัมพูชาเสียชีวิต 181 ราย
2.รถถัง 10 คัน
3.โดรน 64 ลำ
4.BM-21 จำนวน 1 คัน
5.เสาแอนตี้โดรน 4 ต้น
6.ปืนต่อสู้อากาศยาน (ปตอ.) 4 กระบอก
7.ระบบควบคุมแอนตี้โดรน 1 ชุด
8.รถบรรทุก 6 คัน
9.เสาสัญญาณ 1 ต้น
10.ปืนใหญ่ 1 กระบอก
11. ปืนครก 6 กระบอก (ค.)
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- ต้องการอากาศที่สะอาด ! "ศุภชัย" เบรก ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ชี้โครงสร้างซ้ำซ้อน-ให้อำนาจ จนท. ล้นมือ หวั่นกระทบเศรษฐกิจชาติ 1 เม.ย. 2569
- นายกฯ ขนทัพเอกชน เปิด‘ไทยช่วยไทย’ หั่นราคาสินค้า 25-58% กว่า 3,000 รายการ นำร่องช่วยลดภาระคนไทย วันนี้เป็นต้นไป 1 เม.ย. 2569
- ด่วน! กบน. มีมติขึ้นราคา 'ดีเซล' ลิตรละ 3.50 บาท เป็น 44.24 บาท มีผลพรุ่งนี้ 1 เม.ย. 2569
- งานแรก “ยศชนัน” เปิดวิสัยทัศน์ด้านการศึกษา ท่ามกลาง “นักเรียน วปอ.” ชูยุทธศาสตร์ดัน“หอมแดง-กระชาย” ให้มีค่าเท่า “โสมเกาหลี” 1 เม.ย. 2569
- "ยศชนัน" ชี้วิกฤต PM2.5 ไม่ใช่ภัยธรรมชาติล้วน เร่งใช้วิทยาศาสตร์แก้ปัญหาต้นเหตุ 1 เม.ย. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
"น้ำบาดาลเพื่อชุมชน" หนุน อบต.วังพิกุล ท้องถิ่นเข้มแข็ง ประชาชนมีส่วนร่วม 17:48 น.- ห้ามขาย จำหน่าย จ่ายแจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิด สำหรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี 297 แห่ง 16:55 น.
- สะเทือนอาหารไทย! “ลุงป้อมชวนชิม” น้ำพริกไทใหญ่ 16:07 น.
- “ลุงป้อมชวนชิม” พาชิมอาหารใต้แท้รสจัดจ้านด้วยน้ำพริกไทใหญ่ ท่ามกลางบรรยากาศคาเฟ่สบาย ๆ เป็นกันเอง ตอบโจทย์ทั้งสายอาหารพื้นถิ่นและผู้ที่มองหามุมพักผ่อนชิล ๆ 14:42 น.
- ข้าวยากน้ำมันแพงสะเทือนโลก! นักวิชาการชี้ ‘พุทธเศรษฐศาสตร์’ ทางรอดไทยท่ามกลางวิกฤตสงครามสหรัฐฯ–อิหร่าน 13:11 น.


