การเมือง
ทบ. โพสต์ยันควบคุมตัวปราสาทตาควายได้แล้ว ส่วนเนิน 350 และบริเวณโดยรอบ ยังอยู่ระหว่างปฏิบัติการ
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 เพจ ทีมโฆษกกองทัพบก Army Spoke Team ได้โพสต์ว่า ทบ. เผยควบคุมตัวปราสาทตาควายได้แล้ว ส่วนเนิน 350 และบริเวณโดยรอบ ยังอยู่ระหว่างปฏิบัติการ ผบ.ทบ. กำชับกำลังพลปฏิบัติการอย่างรอบคอบ เพื่อลดการสูญเสียที่ไม่จำเป็น
วันนี้ เวลา 12.30 น. พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เผยว่า ได้รับรายงานจากกองทัพภาคที่ 2 เกี่ยวกับสถานการณ์การสู้รบว่า ปัจจุบันสามารถผลักดันทหารกัมพูชาออกจากบริเวณพื้นที่ “ตัวปราสาทตาควาย” และเข้าควบคุมพื้นที่ได้แล้ว ขณะที่ที่หมายสำคัญโดยรอบ โดยเฉพาะเนิน 350 และพื้นที่สูงข่มในบริเวณใกล้เคียง ยังคงอยู่ระหว่างการปฏิบัติการเข้าควบคุมพื้นที่ตามแผนดำเนินกลยุทธ์
โฆษกกองทัพบกยังกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ฝ่ายกัมพูชาได้ตอบโต้ด้วยการใช้อาวุธทุกชนิดระดมโจมตีพื้นที่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งทำลายกำลังฝ่ายไทยและพยายามช่วงชิงพื้นที่คืน ทำให้สถานการณ์ยังไม่อาจวางใจได้ และยังต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการปฏิบัติการ
ทั้งนี้ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกได้ติดตามการปฏิบัติการสำคัญในครั้งนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับให้หน่วยที่เกี่ยวข้องปฏิบัติการด้วยความรอบคอบ เพื่อป้องกันลดการบาดเจ็บและความสูญเสียของกำลังพลให้ได้อย่างดีที่สุด
ทั้งนี้ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 15 ธันวาคม 2568 (เวลา 09.00 น.)
สถานการณ์โดยรวม
ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ผ่านมา มีเหตุการณ์สำคัญในพื้นที่ดังนี้
พื้นที่ช่องบก: สถานการณ์ตึงเครียดสูง มีการปะทะด้วยอาวุธหนักเป็นระยะ ทกพ. พยายามรักษาที่มั่นบนเนินสำคัญและเตรียมรับมือการถูกปิดล้อม และใช้การยิงสนับสนุนเมื่อฝ่ายไทยเคลื่อนที่เข้าใกล้
พื้นที่ช่องอานม้า: เป็นจุดปะทะรุนแรงที่สุด แนวตั้งรับชั้นแรกถูกเจาะทำลาย ประสบวิกฤตด้านขวัญกำลังใจและเสบียง ตอบโต้ด้วยการระดมยิง BM-21 แบบปูพรมใส่พื้นที่ส่วนหลังของไทย คาดว่าจะร่นถอยไปตั้งรับในแนวลาดด้านหลัง
พื้นที่สัตตะโสม - โดนตรวล - ซำแต: พื้นที่นี้ทำหน้าที่เป็น "ศูนย์กลางโดรน" โดยพบการรวมศูนย์โดรนเพื่อชี้เป้าและสนับสนุนพื้นที่ข้างเคียงโดย ทกพ. ใช้ยุทธวิธี "ยิงแล้วย้าย" เพื่อหลบหลีกการยิงสวนกลับ โดยอาศัยภูมิประเทศป่าทึบในการซ่อนพราง
พื้นที่ห้วยตามาเรีย: ทกพ. มีคำสั่งให้เสริมความแข็งแรงบังเกอร์ เน้นการยิงรบกวน เพื่อทำลายสิ่งปลูกสร้างของฝ่ายไทย โดยจะตรึงกำลังบริเวณวัดแก้วฯ และใช้อำนาจการยิงจากพื้นที่ของไทย
พื้นที่ภูมะเขือ: ทกพ. เสียเปรียบทางยุทธวิธีอย่างหนักจนไม่สามารถควบคุมพื้นที่ได้ จึงปรับแผนเป็น "การทำลายพื้นที่" โดยใช้ BM-21 ยิงประณีตใส่ยอดเขาแบบต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าฝ่ายไทยจะไม่สามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ดังกล่าวได้ แม้จะต้องถอนกำลังภาคพื้นดินออกไป
พื้นที่ช่องจอม - ช่องระยี - ปลดต่าง: มีการเพิ่มเติมกำลังพลใหม่ประมาณ 300 นาย พร้อมมาตรการควบคุมการสื่อสาร และพรางไฟที่เคร่งครัด บ่งชี้ถึงการเตรียมการตีโต้ตอบ พร้อมการปล่อยข่าวลวงเรื่องการถอนตัวของไทยเพื่อรักษาขวัญทหาร
พื้นที่ช่องคนา: ฝ่ายเราสร้างแรงกดดันอย่างหนักจน ทกพ. ต้องร้องขอการยิงปืนใหญ่แบบใกล้ฝ่ายเดียวกัน เพื่อสกัดกั้น ปัจจุบันกำลังส่วนใหญ่ร่นถอยไปด้านล่าง
พื้นที่ตาควาย - เนิน 350: การรบประชิดรุนแรงจนเสีย ผบ.หน่วยระดับสูง ของกัมพูชา ทกพ. ใช้ยุทธวิธี "ยอมแลก" โดยระดมยิง FPV และ BM-21 เข้าใส่พื้นที่ของตนเอง เพื่อยื้อแย่งพื้นที่เชิงสัญลักษณ์และหยุดการเข้าตีของไทย
พื้นที่ตาเมือน: ระบบควบคุมบังคับบัญชาของฝ่าย กพช. ถูกฝ่ายเรา รบกวนทำให้เกิดความระแวงและต้องเปลี่ยนรหัสวิทยุบ่อยครั้ง โดยหน่วยระดับล่างจะปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุโดยทันทีเมื่อขาดการติดต่อสื่อสาร
เรื่องสำคัญอื่นๆ
แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ออกคำสั่งควบคุมการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง และยุทธภัณฑ์ ผ่านจุดผ่านแดนถาวรช่องเม็ก อ.สิรินธร จว.อุบลราชธานี โดยมีผลตั้งแต่ เวลา 24.00 น. ของวันที่ 14 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป เพื่อป้องกันการลักลอกขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง และยุทธภัณฑ์ ไปยังประเทศกัมพูชา ทั้งนี้ขอให้พี่น้องประชาชนช่วยสอดส่องเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นว่ามีสิ่งผิดปกติ สามารถแจ้งได้ในช่องทางสายด่วน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หมายเลข 1374
กองทัพภาคที่ 2 ขอยืนยันว่า ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และดำเนินการปกป้องอธิปไตย และความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถ พร้อมขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข้อมูลจากทางราชการ และเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงต่อไป
อธิบดีกรมศิลปากร ยืนยัน “ปราสาทตาควาย” ซ่อมได้แน่นอน ด้วยเทคนิค "อนัสติโลซีส"
ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ชี้แจงกรณีปราสาทตาควายได้รับความเสียหายจากการสู้รบว่า เป็นที่ตระหนักกันดีว่า ไม่ควรมีโบราณสถานแห่งใดในโลกนี้ ได้รับความเสียหายจากเหตุสงคราม โดยเหตุนี้ประชาคมโลกหรือนานาชาติ จึงมีกติการ่วมกันในการไม่ใช้โบราณสถานเป็นฐานที่มั่น หรือกองกำลังทางทหาร หรือมีการปฏิบัติการใดๆ ในการสงครามที่ใช้โบราณสถานเป็นที่มั่น
สำหรับ "ปราสาทตาควาย" จากข้อเท็จจริงแล้วเป็นที่ทราบกันว่า กองกำลังทหารของกัมพูชาได้ใช้เป็นที่มั่น หรือจะเรียกว่าซ่องสุมกำลังอะไรก็แล้วแต่ แต่การใช้โบราณสถานเป็นที่มั่น เท่ากับกัมพูชาได้ละเลยกติกาซึ่งเป็นที่ยอมรับกันเป็นสากล ไม่ว่าจะโดยสนธิสัญญาใดๆ ก็แล้วแต่
เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ก็เป็นธรรมดาที่ฝ่ายไทยต้องมีการปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งเป็นไปตามความจำเป็น โดยผลของสงครามเมื่อเป็นจุดปะทะก็ยากจะหลีกเลี่ยงความเสียหายได้ เมื่อเกิดความเสียหายแล้ว ก็จะถูกถามเสมอว่าจะทำอย่างไรต่อไป จะสามารถฟื้นฟูบูรณะได้หรือไม่
“ผมขอยืนยันว่า หากแม้กรมศิลปากรได้มีโอกาสซ่อมปราสาทตาควาย หรือปราสาทหลังใดก็แล้วแต่ที่เป็นของไทย เราสามารถบูรณะกลับคืนมาได้อย่างแน่นอนที่สุด ซึ่งเคยมีประจักษ์พยานมาแล้ว คือปราสาทหินพนมรุ้ง ปราสาทหินพิมาย ปราสาทหินสด็อกก๊อกธม ซึ่งเป็นปราสาทที่มีความซับซ้อน มีลวดลายวิจิตรมากกว่าปราสาทตาควาย ก็สามารถซ่อมกลับมาได้ จากสภาพเดิมที่อยู่ในลักษณะเป็นกองปรักหักพังเช่นเดียวกัน”
อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวต่อว่า วิธีการซ่อมของกรมศิลปากร เรียกว่า เทคนิค “อนัสติโลซีส” (ANASTYLOSIS) ซึ่งเป็นวิธีการที่เรียนรู้จากฝรั่งเศส ด้วยการนำลงมาแล้วกลับไปเรียงใหม่ วิธีนี้ประสบความสำเร็จมาแล้วในการซ่อมปราสาทหินพนมรุ้ง ปราสาทหินพิมาย โดยหลักการคือรื้อลงมาทั้งหลัง ทำผังว่าหินแต่ละก้อนตกมาจากทิศใด แล้วทำโครงสร้างใหม่ที่แข็งแรง จากนั้นนำชิ้นส่วนเดิมเข้าไปต่อประกอบ
เราซ่อมปราสาทหินพนมรุ้ง ปราสาทพิมาย เมื่อ 50 ปีที่ผ่านมา ตอนนั้นเทคโนโลยียังไม่สามารถนำหลักการคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในการออกแบบต่างๆ ได้ แต่เดี๋ยวนี้มีวิทยาการ เรามีประสบการณ์ที่มากขึ้น ปราสาทตาควายขนาดเล็กกว่า ซับซ้อนน้อยกว่า ไม่มีลวดลายมาก จึงไม่เกินความสามารถของกรมศิลปากรในการบูรณะอย่างแน่นอน
"ขอยืนยันให้ประชาชนมั่นใจ ซึ่งกรมศิลปากรจะมีอำนาจบูรณะโบราณราชสถานได้เฉพาะโบราณสถานที่อยู่ในอาณาเขตประเทศไทยเท่านั้น หากแม้แผ่นดินที่ปราสาทตั้งอยู่ ตกไปเป็นของกัมพูชา เราจะไม่มีวันได้แตะต้องหรือบูรณะโบราณสถานต่างๆ เหล่านี้ได้อีก เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญคือการรักษาผืนแผ่นดินอันเป็นที่ตั้งของปราสาทเหล่านี้เอาไว้ ตราบใดที่แผ่นดินเป็นของเรา ผมมีความเชื่อมั่นว่าภายหลังเหตุการณ์สงบ เราจะสามารถบูรณะและฟื้นฟูกลับมาได้ดังเดิม หรือสมบูรณ์มากกว่าเดิม โดยหลักฐานที่เราจะพบเพิ่มเติม จากการปรุงแต่งทางโบราณคดี ซึ่งเป็นวิธีการเฉพาะของกรมศิลปากร"
อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวต่อว่า ดังนั้นขอเรียนว่า 1.เหตุการณ์นี้ผู้ที่ละเมิดกติกาของโลกก็คือกัมพูชา ข้อ 2.ไทยใช้ปฏิบัติการทางทหาร เพื่อการรักษาไว้ซึ่งอำนาจอธิปไตยของไทย 3.ผลจากความเสียหายการสงคราม สามารถฟื้นฟูได้ด้วยการบูรณะและรักษา พร้อมกันนี้ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องทหาร ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือการรักษาชาติ แต่ละคนต่างทำหน้าที่ สำหรับกรมศิลปากร พร้อมที่จะทำบูรณะและยืนยันว่าซ่อมได้
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- “ธรรมมัส" ปัดไม่เกี่ยวคดี “เบน สมิธ” เหตุคดีเกิดก่อนรู้จักกัน 2 มี.ค. 2569
- “ปลัดเกษตรฯ” เร่งแก้นมโรงเรียนค้างสต็อก 7.3 ล้านกล่องประสาน อย. ตรวจสอบคุณภาพ เหตุเหลืออายุการบริโภคเพียง 1 เดือนนับจากวันเปิดภาคเรียน 2 มี.ค. 2569
- "สมช." คุมเข้ม 3 มาตรการ รับมือผลกระทบ สู้รบ "สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน" 2 มี.ค. 2569
- ปิดชื่อถือพฤติกรรม คำสั่งชัดทำผิดต้องจัดการ ! อนุทินย้ำหมายจับ “เบน สมิธ” ดำเนินการตามกฎหมาย 2 มี.ค. 2569
- “ธรรมนัส” ประชุมด่วน วางแนวทางรับมือปัญหาผลกระทบ การสู้รบตะวันออกกลางด่วน ขณะที่การเมืองในประเทศไม่มีอะไรตอบ 2 มี.ค. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
แผ่นดินไหว 3.1 ต.ทรายขาว อ.พาน จ.เชียงราย 20:17 น.- "ตรีนุช"ห่วงแรงงานไทยในอิสราเอล สั่งทูตแรงงานติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด เปิดทุกช่องทางติดต่อหากต้องการความช่วยเหลือ 19:28 น.
- เปิดพิมพ์เขียว “เขียนข่าวออนไลน์ยุค AI” ยกระดับภาพลักษณ์องค์กร ผสานเทคโนโลยีกับจริยธรรมสื่อ 15:10 น.
- ‘ภูมิธรรม’ ชี้การเมืองไม่ใช่เรื่องวัย ย้ำ ‘พรรคเพื่อไทย’ พร้อมเดินหน้าแก้กฎหมายเศรษฐกิจปากท้อง 13:51 น.
- กกต.ประกาศผลการนับคะแนนเลือกตั้ง สส. ใหม่ 6 หน่วยเลือกตั้ง ประจวบคีรีขันธ์-เพชรบูรณ์-กำแพงเพชร 20:08 น.



