วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569 21:37 น.

การเมือง

กลุ่ม สว.สำรอง ขอบคุณศาลอาญา รับฟ้อง กกต.ทุจริต ฮั้ว สว. ไว้พิจารณาชั้นตรวจฟ้อง ส่งหนังสือให้ กกต.เเจง

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.59 น.

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568  ที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบทางรถไฟ ศาลนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้องคดี อท.185/2568 คดีที่นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล ส.ว.สำรอง ไปยื่นฟ้อง นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. กับพวก กกต. และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. รวมทั้งหมด 8 คน เป็นจำเลย ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 32 วรรคหนึ่ง, 88 ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ.2561 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2566 ข้อ 92, 93 จากคดีฮั้ว ส.ว.ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36

โดยวันนี้นายอัครวัฒน์ ผู้ฟ้อง พร้อมด้วยกลุ่ม ส.ว.สำรองและทีมทนายความเดินทางมาศาล

นายอัครวัฒน์กล่าวว่า เราต่อสู้พยายามนำความจริง นำความเที่ยงธรรม ความยุติธรรมมาปรากฏให้กับประชาชนคนไทยให้รับทราบว่าจริงเท็จอย่างไรที่กระบวนการนี้มีการรวมหัวกัน มีการใช้โพยใบสั่ง และจัดตั้งกลุ่มเพื่อกระทำการใดกับการเมืองไทย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 1 ปี 5 เดือน พวกตนไม่ได้หยุด ยังสู้ ยังไม่ท้อถอยในนามคณะ ส.ว.สำรอง ตลอดจนภาคประชาสังคมที่คอยให้กำลังใจวันนี้ ตนเป็นผู้ฟ้องคดีอาญากับ กกต. 7 ท่าน และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. แต่ผ่านมาแล้วความจริงก็ยังไม่ปรากฏ จึงได้มาร้องที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตั้งแต่ศาลรับเรื่องและส่งเอกสารสำนวนคำฟ้องเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ความชอบธรรมกับทุกฝ่ายว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเราไม่ได้มีเรื่องบาดหมางแคลงใจกัน แต่เรื่องที่เกิดขึ้นเราต่อสู้เพื่อให้เกิดความสุจริตเที่ยงธรรมกับทุกภาคส่วน

วันนี้ศาลเมตตากับพวกเรา เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำให้เกิดความเสียหายอย่างจริงจัง โดยจะปล่อยผ่านและเงียบหายไปไม่ได้ วันนี้เป็นวันดีและประวัติศาสตร์ที่ศาลคดีทุจริตได้รับคำฟ้องของตน ซึ่งหลังจากนี้จะมีหนังสือไปถึงจำเลยทั้งหมดที่ถูกกล่าวหา โดยประกอบด้วย กกต. 7 คน และเลขาธิการ กกต. 1 คน โดยจะส่งหนังสือไปถึงกลุ่มบุคคลเหล่านี้เพื่อให้ส่งเอกสารชี้แจงในสิ่งที่โดนกล่าวหาว่ากระทำความผิดในครั้งเลือกตั้งที่ผ่านมามีกำหนดระยะเวลาภายใน 30 วันนับจากนี้ นั่นหมายความว่า 23 ม.ค.69 จะเป็นวันสุดท้าย จำเลยทั้งหมดต้องส่งหนังสือมา และศาลจะเร่งพิจารณาเรื่องดังกล่าวโดยเร็ว

นายอัครวัฒน์กล่าวอีกว่า ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรอฟังคำวินิจฉัยของคณะกรรมการเลือกตั้งเกี่ยวกับเรื่อง ส.ว. 138 คน ที่ผ่านมาเพราะล่วงเลยระยะเวลา 1 ปีที่ทำผิดกฎหมาย อย่างไรก็ต้องมาพิสูจน์ที่ศาลว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องดังกล่าว ทุกวันนี้ทุกอย่างจบแล้ว และมีความผิดอีกหลายกรรม ทั้งนี้ ตนแจ้งความทั้งหมด 4 กรรม ใน 4 กรรมนั้นเป็นความผิดที่ท่านอาจจะแบ่งหน้าที่กันกระทำหรือไม่ ก็ต้องมาพิสูจน์ตนเองที่ศาล หวังว่าคดีนี้จะทำให้ประชาชนและผู้ที่สมัครสมาชิกวุฒิสภา 67 มองเห็นแสงสว่างและความเป็นธรรม อยากเรียนว่าบ้านเมืองนี้ยังมีข้าราชการที่ดี มีฝ่ายตุลาการที่เป็นที่พึ่งของประชาชนได้อยู่

นายอัครวัฒน์กล่าวอีกว่า ส่วนการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ หากไม่มีอะไร ถูกเลื่อนออกไปก็มีความมั่นใจว่า กกต.จะไม่เอางานมาพอก ยิ่งด้วยประธานศาลคนใหม่ที่ตนเชื่อมั่นและเชื่อใจว่าจะทำงานอย่างตรงไปตรงมาและสุจริต เที่ยงธรรมให้กับประชาชน และการรับหน้าที่ทำคดีใหญ่ในลักษณะนี้ให้เป็นที่ประจักษ์ จะทำให้เกิดที่ยอมรับของการเลือกตั้งและทำให้คนที่จะลงเลือกตั้ง
 
กกต.ชงศาลฎีกาฟันอาญา 3 คนกลางคดีฮั้วสว. มีหลักฐานมัดแลกลงคะแนน

สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่คำวินิจฉัยมีมติให้ยื่นคำร้องต่อ ศาลฎีกา เพื่อเพิกถอนสิทธิสมัครหรือสิทธิเลือกตั้ง และดำเนินคดีอาญากับบุคคล 3 รายที่ไม่ใช่ผู้สมัคร สว. ฐานเป็นคนกลางในขบวนการฮั้วเลือก สว.ระดับประเทศ พร้อมกันนี้กันผู้มีสิทธิเลือก 1 รายไว้เป็นพยาน

คดีสืบเนื่องจากการเลือก สว.ระดับประเทศ เมื่อ 26 มิ.ย. 2567 กลุ่มที่ 7 ซึ่งผู้ถูกร้องบางส่วนไม่ลงคะแนนให้ตนเอง ส่งผลให้ได้ 0 คะแนน เข้าข่ายสมยอมทุจริตฝ่าฝืนกฎหมายเลือก สว. กกต.รับฟังพยานหลักฐานว่า มีการจัดหาผู้สมัคร ดูแลค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก ไปจนถึงมอบเงินสด 10,000 บาท เพื่อแลกกับการลงคะแนนตามโพยที่กำหนด

กกต.เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการจัดให้ สัญญาว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดเพื่อจูงใจการลงคะแนน เข้าข่ายทุจริต ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม ตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ พร้อมแยกสำนวนผู้มีสิทธิเลือกอีก 22 รายไปไต่สวนเพิ่มเติม
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง