วันอาทิตย์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569 03:11 น.

การเมือง

วันเด็กแห่งชาติ ประชันวิสัยทัศน์การศึกษา พรรคไหน "แจก รื้อ เสี่ยงวินัยการคลัง" 

วันศุกร์ ที่ 09 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.29 น.

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังถูกจับตามองว่าเป็นหมุดหมายสำคัญของการเมืองไทย ไม่เพียงในมิติการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ แต่ยังเป็นสนามต่อสู้เชิงอุดมการณ์ด้าน “นโยบายการศึกษา” ซึ่งถูกยกให้เป็นหนึ่งในสมรภูมิหลักของการหาเสียง โดยมี วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ทำหน้าที่เสมือนเวทีเปิดเกมประชันวิสัยทัศน์ของพรรคการเมืองต่อผู้ปกครอง เยาวชน และผู้มีสิทธิเลือกตั้งหน้าใหม่

รายงานวิเคราะห์เชิงนโยบายฉบับนี้ชี้ว่า ภูมิทัศน์การศึกษาไทยในปี 2569 ถูกขับเคลื่อนด้วย สองกระแสใหญ่ที่ปะทะกันอย่างชัดเจน ได้แก่

กระแสประชานิยมทางดิจิทัลและวัตถุ ที่เน้นการแจกอุปกรณ์ การพักหนี้ และสวัสดิการเร่งด่วน

กระแสปฏิรูปโครงสร้างและสิทธิมนุษยชน ที่มุ่งรื้ออำนาจนิยมในโรงเรียนและกระจายอำนาจการจัดการศึกษา

ท่ามกลางคำเตือนจากนักวิชาการถึงความเสี่ยงทางการคลัง และกับดักนโยบายที่ละเลยคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนในระยะยาว

วันเด็ก 2569 กับนัยทางการเมือง

ปีนี้ วันเด็กแห่งชาติ ตรงกับวันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มอบคำขวัญวันเด็กว่า “รักชาติไทย ใส่ใจโลก” ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นการผสมผสานวาทกรรมชาตินิยมเข้ากับกระแสความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมที่คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญ อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่าภายใต้วาทกรรมที่ดูทันสมัย นโยบายการศึกษาที่เป็นรูปธรรมยังคงเน้น “การแจก” มากกว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง

การศึกษา สมรภูมิใหญ่ของการเลือกตั้ง

นโยบายการศึกษากลายเป็นประเด็นร้อน ด้วยปัจจัยสำคัญ 3 ประการ คือ

ปัญหาหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่พอกพูน

ความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียนเมือง–ชนบท และผลคะแนน PISA ที่ตกต่ำ

ภาระค่าครองชีพของผู้ปกครองในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

เพื่อไทย–ภูมิใจไทย ชูประชานิยมการศึกษา

พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำรัฐบาลเดิม เสนอแนวคิด “Learn to Earn” มุ่งเชื่อมการศึกษากับตลาดแรงงาน ผ่านการรื้อฟื้นนโยบาย 1 นักเรียน 1 แท็บเล็ต และการตั้ง ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ เพื่อเปิดทางการเรียนรู้ตลอดชีวิต อย่างไรก็ตาม นักวิชาการเตือนถึงบทเรียนความล้มเหลวในอดีต และความเสี่ยงด้านงบประมาณ รวมถึงปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ หากขาดแผนรองรับที่รอบด้าน

ขณะที่พรรคภูมิใจไทย ชูภาพลักษณ์ “พูดแล้วทำ” เสนอ พักหนี้ กยศ. 5 ปี ปลอดดอกเบี้ย และโมเดล Virtual School เพื่อแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก แต่ฝ่ายเศรษฐศาสตร์เตือนว่า นโยบายพักหนี้อาจกลายเป็น “ระเบิดเวลาทางการคลัง” และสร้างภาวะภัยทางศีลธรรม กระทบเสถียรภาพของกองทุนในระยะยาว

พรรคฝ่ายค้านเดิม ชี้รื้อระบบมากกว่าแจกของ

ด้านพรรคประชาชน เสนอแนวทางแตกต่าง โดยมุ่งเน้น การปฏิรูปโครงสร้างและสิทธิมนุษยชนในโรงเรียน ทั้งการยกเลิกอำนาจนิยม การปลดล็อกทรงผม–เครื่องแบบ แนวคิด “บุฟเฟต์การศึกษา” และการผลักดัน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ เพื่อกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น แม้นโยบายจะได้รับเสียงสนับสนุนจากคนรุ่นใหม่ แต่ก็เผชิญแรงต้านจากระบบราชการและกลุ่มอนุรักษนิยมอย่างเข้มข้น

งบการศึกษาอึดอัด พื้นที่นโยบายจำกัด

การวิเคราะห์งบประมาณกระทรวงศึกษาธิการ ปี 2569 พบว่า งบกว่า 62% เป็นรายจ่ายบุคลากร ทำให้พื้นที่ทางการคลังสำหรับนโยบายใหม่มีจำกัด นักวิชาการจาก TDRI เตือนว่า การแข่งขันกันแจกสวัสดิการอาจบั่นทอนวินัยการคลัง และกระทบความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจในระยะยาว

บทสรุป: วันเด็กกับคำถามอนาคตการศึกษาไทย

บทวิเคราะห์ชี้ว่า นโยบายการศึกษาปี 2569 ยังคงติดกับดัก “ประชานิยมเชิงฮาร์ดแวร์” มากกว่าการลงทุนในครู หลักสูตร และคุณภาพการเรียนรู้ที่แท้จริง พร้อมเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่หันมาเน้นการลงทุนเชิงระบบ ช่วยเหลือแบบมุ่งเป้า และเปิดพื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษา

ท้ายที่สุด วันเด็กแห่งชาติจะมีความหมายมากกว่าการจัดงานรื่นเริงได้ก็ต่อเมื่อ นโยบายการศึกษาไม่ถูกใช้เป็นเพียงเครื่องมือหาเสียง แต่เป็นรากฐานในการสร้าง “พลเมืองคุณภาพ” ให้กับประเทศในระยะยาว.
 

หน้าแรก » การเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง