วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569 10:26 น.

การเมือง

เพื่อไทยชูบึงกาฬโมเดล ดันยางพาราผสานท่องเที่ยวสุขภาพ หวังสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ 

วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569, 20.35 น.

ในสมรภูมิการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปี 2569 พรรคเพื่อไทยเดินหน้านำเสนอนโยบายเศรษฐกิจฐานรากเชิงนวัตกรรม โดยยกจังหวัดบึงกาฬเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญในการพิสูจน์แนวคิด “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” ภายใต้แคมเปญ “Hope 2026” หรือ “ความหวัง 2569” ที่มุ่งผสานเกษตรกรรม เทคโนโลยี และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ

ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกที่เผชิญภาวะ “วิกฤตซ้อนวิกฤต” พรรคเพื่อไทยพยายามขยับจากนโยบายประชานิยมแบบเดิม สู่แนวคิดที่นักวิชาการเรียกว่า “นวัตกรรมนิยม” หรือ Innovation Populism โดยเน้นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่าการอุดหนุนเพียงระยะสั้น เป้าหมายคือการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับประชาชน และผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองหลวงยางพาราแห่งอีสาน” ด้วยพื้นที่ปลูกยางพารากว่า 8 แสนไร่ และมีผลผลิตต่อไร่สูงที่สุดในประเทศ ถูกวางบทบาทเป็น “สมรภูมิเชิงสัญลักษณ์” ของนโยบายเศรษฐกิจมูลค่าสูงของพรรคเพื่อไทย แม้จะมีศักยภาพสูง แต่บึงกาฬยังเผชิญปัญหาโครงสร้าง ทั้งความผันผวนของราคายาง การขาดอุตสาหกรรมแปรรูปขั้นสูง และการท่องเที่ยวที่ยังไม่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตเกษตรกรอย่างแท้จริง

แกนหลักของนโยบายเพื่อไทยในพื้นที่ คือแนวคิด “การท่องเที่ยวยางพาราประยุกต์” (Applied Rubber Tourism) ที่มุ่งเปลี่ยนสวนยางจากแหล่งผลิตวัตถุดิบ ไปสู่ระบบวนเกษตรและแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยเชื่อมโยงการท่องเที่ยวธรรมชาติ วัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง และนวัตกรรมทางการแพทย์เข้าด้วยกัน ตั้งแต่การพัฒนาที่พักเชิงสุขภาพในสวนยาง การแปรรูปยางพาราเป็นผลิตภัณฑ์เกรดการแพทย์ ไปจนถึงการสร้างรายได้ใหม่จากคาร์บอนเครดิต

ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ถูกวางบทบาทเป็นผู้นำการเปลี่ยนผ่านเชิงเทคโนโลยี ด้วยภาพลักษณ์นักวิชาการสายเทคโนแครตที่ผลักดันการใช้ข้อมูล นวัตกรรม และ AI ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานราก โดยการลงพื้นที่ปราศรัยที่โรงเรียนพรเจริญวิทยา อำเภอพรเจริญ ถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญะทางการเมืองว่า “การศึกษาและชุมชน” คือจุดตั้งต้นของการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นจากล่างขึ้นบน

นโยบายดังกล่าวตั้งเป้าให้เกษตรกรชาวสวนยางไม่ใช่เพียงผู้ผลิตวัตถุดิบ แต่เป็น “ผู้ประกอบการเกษตรสมัยใหม่” ที่มีรายได้หลายทาง ทั้งจากการขายผลผลิต การท่องเที่ยว การแปรรูป และบริการด้านสุขภาพ ซึ่งหากสำเร็จ จะช่วยลดความเสี่ยงจากราคายางผันผวน และกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างกว้างขวาง

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ชี้ว่ายังมีความท้าทายสำคัญ ทั้งการปรับตัวของเกษตรกร กฎระเบียบด้านผังเมืองและการท่องเที่ยว รวมถึงความต่อเนื่องทางการเมือง หากนโยบายขาดแรงผลักดันในระดับรัฐบาลกลาง ข้อเสนอเชิงนโยบายที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือการจัดตั้ง “บึงกาฬโมเดล” หรือเขตทดลองเชิงนโยบาย (Sandbox) เพื่อปลดล็อกกฎระเบียบ และสร้างศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมยางพาราในพื้นที่

การเลือกตั้งปี 2569 จึงไม่ใช่เพียงการชิงชัยของพรรคการเมือง แต่เป็นบททดสอบสำคัญว่าพรรคเพื่อไทยจะสามารถแปลง “วิสัยทัศน์เศรษฐกิจมูลค่าสูง” ให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ในชีวิตจริงของคนบึงกาฬ และประชาชนฐานรากทั่วประเทศได้มากน้อยเพียงใด
 

หน้าแรก » การเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง