วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569 07:53 น.

การเมือง

พรรคโอกาสใหม่ชู “มีเรา ไม่มีมืด” ดันโมเดล 4 ส. ผ่านบทบาท ดร.นิยม เวชกามา ในสกลนคร เขต 2

วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.43 น.

เปิดรายงานวิจัย “มีเรา ไม่มีมืด” ชำแหละยุทธศาสตร์ 4 ส. พรรคโอกาสใหม่ ชูโมเดลพัฒนา สกลนคร เขต 2 ผ่านบทบาท “ดร.นิยม เวชกามา” 

รายงานการวิจัยเชิงยุทธศาสตร์และวาทกรรมทางการเมืองเรื่อง “มีเรา ไม่มีมืด กับนโยบาย 4 ด้าน (สว่าง–สะดวก–สะอาด–สงบ) ของพรรคโอกาสใหม่” ถูกเผยแพร่ออกมา ท่ามกลางบรรยากาศการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 ที่สังคมไทยเผชิญภาวะ “สุญญากาศทางความเชื่อมั่น” จากความขัดแย้งทางการเมืองยืดเยื้อ ปัญหาปากท้อง และความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง

รายงานระบุว่า การเกิดขึ้นของ พรรคโอกาสใหม่ ภายใต้การนำของ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ถือเป็นปรากฏการณ์สำคัญของการเมืองไทย โดยพรรควางตำแหน่งตนเองเป็น “ทางเลือกที่สาม” ของกลุ่มเทคโนแครต พร้อมใช้สโลแกน “มีเรา ไม่มีมืด” เป็นวาทกรรมหลักในการสื่อสารกับประชาชน

“แสงสว่าง” ในฐานะวาทกรรมการเมือง
รายงานวิเคราะห์ว่า การใช้คู่ตรงข้ามเชิงสัญญะระหว่าง “ความมืด” และ “ความสว่าง” เป็นเครื่องมือทางการเมืองที่มีพลังสูง โดย “ความมืด” ถูกนิยามครอบคลุมถึงความยากจน หนี้สิน ยาเสพติด ความไม่รู้ และความขัดแย้ง ขณะที่ “ความสว่าง” สื่อถึงความหวัง ปัญญา ความโปร่งใส และการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ

พรรคโอกาสใหม่จึงพยายามวางบทบาทตนเองเป็น “ผู้นำทาง” ที่จะพาประเทศออกจากวงจรปัญหาเดิม ผ่านนโยบายสาธารณะที่จับต้องได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งเป็นสนามเลือกตั้งสำคัญ

สกลนคร เขต 2 : ห้องทดลองนโยบาย 4 ส.
รายงานเจาะลึกกรณีศึกษา จังหวัดสกลนคร เขตเลือกตั้งที่ 2 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่อำเภอโพนนาแก้ว กุสุมาลย์ โคกศรีสุพรรณ เต่างอย และบางส่วนของอำเภอเมืองสกลนคร พื้นที่ดังกล่าวเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างหลายด้าน ทั้งที่ดินทำกินทับซ้อน น้ำท่วม–แล้งซ้ำซาก โรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่ทั่วถึง

ผู้สมัครของพรรคในพื้นที่คือ ดร.นิยม เวชกามา หรือ “มหานิยม” อดีต ส.ส.หลายสมัย ผู้มีฐานเสียงเข้มแข็งจากบทบาทการทำงานด้านพุทธศาสนาและการปกป้องสิทธิที่ดินทำกิน การย้ายมาสังกัดพรรคโอกาสใหม่ถูกมองว่าเป็นการผสานทุนทางวัฒนธรรมและศรัทธา เข้ากับแนวคิดการบริหารสมัยใหม่ของพรรค

แปลง “4 ส.” สู่การปฏิบัติจริง
รายงานสรุปว่า นโยบาย 4 ด้านของพรรคโอกาสใหม่ถูกออกแบบให้เชื่อมโยงกับปัญหาในพื้นที่อย่างเป็นระบบ ได้แก่

สว่าง (Light) : การขยายไฟฟ้าให้ครบทุกครัวเรือน การส่งเสริมพลังงานทางเลือก และการยกระดับการศึกษาดิจิทัล–AI ผ่านศูนย์การเรียนรู้ชุมชน โดยใช้วัดและโรงเรียนเป็นฐาน

สะดวก (Convenience) : การฟื้นฟูถนน ระบบชลประทาน และการแก้ปัญหาที่ดินทำกินด้วยเทคโนโลยี One Map เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงเอกสารสิทธิ์และแหล่งทุน

สะอาด (Clean) : การคัดกรองเชิงรุกโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี การจัดการสิ่งแวดล้อมรอบหนองหาร และการขับเคลื่อน “สกลนครโมเดล” ปราบยาเสพติดควบคู่การบำบัดฟื้นฟู

สงบ (Peace) : การไกล่เกลี่ยความขัดแย้งทางสังคม การลดความตึงเครียดทางการเมือง และการสร้างความมั่นคงทางใจผ่านสวัสดิการและการสร้างงานในพื้นที่

จาก “ผู้แทนสายบุญ” สู่ “นักพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์”
บทสรุปของรายงานชี้ว่า ดร.นิยม เวชกามา ในการเลือกตั้งปี 2569 ถูกยกระดับบทบาทจากนักการเมืองสายศาสนา สู่การเป็น “นักพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์” ที่นำวาทกรรม “มีเรา ไม่มีมืด” มาผสานกับนโยบายเชิงเทคนิคและการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์

ความสำเร็จของยุทธศาสตร์นี้ ขึ้นอยู่กับความสามารถในการทำให้ประชาชนเห็นว่า นโยบายระดับชาติสามารถเปลี่ยนเป็นคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในชีวิตประจำวันได้จริงหรือไม่ หากทำได้ สกลนคร เขต 2 อาจกลายเป็นต้นแบบของการเปลี่ยนผ่านจากการเมืองแบบประชานิยม สู่การเมืองเทคโนแครตที่มีหัวใจเป็นมนุษย์อย่างเป็นรูปธรรม

หน้าแรก » การเมือง